ส่อง “หนังสือดี ที่ต้องตามหา” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ งาน“สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24ปีนี้คือโซน Open House ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เปิดพื้นที่ให้ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำร่วมออกบูทมากกว่า 10 บูท บริเวณโซนสีเหลือง H และ I นำเสนอผลงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ ภาพประกอบ งานพิมพ์ และกราฟฟิค พร้อมแนะแนวเส้นทางอาชีพให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังค้นหาคณะที่ใช่ และจุดประกายความฝันสู่สายงานสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมหนังสือ
จักรกฤต โยมพะยอม กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวคิดการเชิญมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเกิดจากการไปศึกษารูปแบบงานหนังสือในต่างประเทศ และต้องการสร้างพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างการเรียนกับวิชาชีพจริง โดยภายในโซนมีการจัดแสดงผลงานและโปรเจกต์สำคัญ เช่น เทคโนโลยีการผลิตหนังสือเสียงด้วย AI ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้นักอ่านรุ่นใหม่เห็นภาพอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายในงานยังรวบรวม “หนังสือขายดี–หนังสือระดับตำนาน” จากหลากหลายสำนักพิมพ์ให้ตามหา โดยเริ่มที่ สำนักพิมพ์ Avocado Books บูท L08 ซึ่งแนะนำหนังสือเด่น ได้แก่ “วัดดูยูมีน” โดย ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย พาผู้อ่านย้อนสำรวจความหมายของ “วัด” ผ่านมิติประวัติศาสตร์และอารยธรรม
“Stroke Fighter ทุ่มสุดตัวเพื่อผัวที่รัก” โดย ฝน ณัชณิชา บันทึกเรื่องจริงของหญิงสาวที่ต่อสู้ ดูแล เคียงข้างสามีผู้ป่วยสโตรก ถ่ายทอดด้วยภาษาจริงใจ อ่านสนุกและกินใจ จนติดอันดับหนังสือขายดีประจำบูท
ด้าน สำนักพิมพ์ วาลิพับลิชชิ่ง บูท J24 รวมนิยายและวรรณกรรมแฟนตาซีโรแมนติกยอดนิยม ได้แก่ “ไทยวิจิตร” “รักแรกขอให้ได้ รักสุดท้ายขอให้โดน” และ “จิตนักล่า” นิยายฆาตกรรมต่อเนื่องที่ถูกเรียกร้องให้นำกลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานระดับตำนานของสำนักพิมพ์
สำนักพิมพ์ เวิร์ด วอนเดอร์ บูท G46 เอาใจนักอ่านสายวรรณกรรมแปล ด้วย “BILLY Summer” ผลงานของ สตีเฟ่น คิง “The Spook’s เล่ม 2” และ “Last Unicorn ยูนิคอร์นตัวสุดท้าย” พร้อมแนะนำหนังสือระดับ Read The Legend อย่าง “เรือรัตติกาล” จากผู้เขียน “Game of Throne” เรื่องราวลึกลับชวนติดตามของชายปริศนาที่ปรากฏตัวเฉพาะยามค่ำคืนบนเรือเดินสมุทร
อีกหนึ่งสีสันจากนักสร้างสรรค์ไทยอยู่ที่ สำนักพิมพ์ อนิไทม์ บูท P41 รวมผลงานมังงะวาดมือของนักเขียนอิสระไทย เช่น “Promise of Death” “รักควายกอดควาย” และ “อาถรรพ์บ้านป่า” เล่ม 1–5 ที่สะท้อนเสน่ห์ลายเส้นการ์ตูนไทยยุคใหม่ พร้อมหนังสือแนวทำมืออย่าง “เตรียมไฟล์โดจินมันยิ่งยาก” ซึ่งถูกยกให้เป็นคู่มือระดับตำนานของสายผลิตหนังสืออินดี้
สำหรับนักอ่านสายวรรณกรรมร่วมสมัย แนะนำ สำนักพิมพ์ชี้ดาบ บูท Q10 ที่รวมนักเขียนหน้าใหม่แนว coming of age อย่าง “Made in China เพื่อนนักเรียน คนแปลกหน้า และอาอี๋” “สัสฟรานซิสโก” และ “สิ้นสุดทางเชื่อ” ถ่ายทอดประสบการณ์เติบโตผ่านมุมมองร่วมสมัย ชวนคิดและสะท้อนสังคมได้อย่างคมคาย
ด้าน สำนักพิมพ์ รุ่งวัฒนา ส่งเสริมรักการอ่าน บูท M41 ยังคงครองใจนักอ่านด้วย “ขายหัวเราะเล่มใหญ่ฉบับรวมเล่ม” และ “ต่วย ตูน” หนังสือสาระหลากมิติที่อ่านสนุกและทรงคุณค่า พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในบูท
สำนักพิมพ์มติชน บูท J02 นำเสนอหนังสือแนวประวัติศาสตร์และสังคมยอดนิยม เช่น “Future You เราจะเป็นใคร…ในโลกใหม่” และ “เสกวัดปาฏิหาริย์ อำนาจพุทธสถานใน การเมืองไทย” พร้อมย้ำว่าบรรยากาศการพบปะระหว่างนักอ่านและนักเขียนในงานหนังสือ คือหัวใจของการสร้างคอมมูนิตี้การอ่านให้เติบโตต่อเนื่องในสังคมไทย
ในหมวด Read The Legend หนังสือต้องห้าม (ลืม) อีกหนึ่งผลงานที่ถูกยกให้เป็นวรรณกรรมอมตะ คือ “ปีศาจ” ของ เสนีย์ เสาวพงค์ งานเขียนสะท้อนโครงสร้างชนชั้นและสังคมไทยที่ยังคงร่วมสมัยในทุกยุค
ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิด “Read The Legend” ในปีนี้ มุ่งสะท้อนพลังของ “ตำนาน” ในฐานะเรื่องจริงที่ส่งต่อผ่านกาลเวลา ทั้งจากหนังสือและบุคคลสำคัญที่กลับมาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจอีกครั้ง โดยเฉพาะการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่และ Gen Z ร่วมอัปเลเวลไลฟ์สไตล์การอ่านไปพร้อมกัน
ไฮไลต์สำคัญ คือ นิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” เปิดประสบการณ์การอ่านแบบ Immersive พร้อมเวทีเสวนาใกล้ชิดกับนักเขียนระดับตำนานและนักเขียนชื่อดัง ถ่ายทอดเบื้องหลังงานเขียนอย่างลึกซึ้ง
พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลาย อาทิ Y Book Journey : ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่ต่างประเทศ นิทรรศการ “ครีเอตไทยวิถี” นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 นิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก READ” และกิจกรรมเวที Global Author Spotlight
นายณัฐกรกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วงเดียวกับการจัดงานปีนี้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเข้าร่วมงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า MRT ซึ่งสามารถเดินทางถึงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้โดยตรง นอกจากนี้ นั่ง RIDE ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ ใส่โค้ด BOOK50 ลดสูงสุด 50 บาท
ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีบริการจัดส่งหนังสือถึงบ้านผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ในราคาเหมา เหมา เต็มกล่อง ไม่ต้องชั่งน้ำหนัก เริ่มต้นที่ 50 บาท