โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอกนัฏ งัดอำนาจพิเศษคุมค่าการกลั่น 3-4 บาท ปิดช่องโหว่ระบบน้ำมัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 02.49 น.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ทันทีที่ผ่านขั้นตอนการถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายเรียบร้อยแล้ว ในเช้าวันที่ 7 เม.ย. 69 จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณามาตรการแก้ปัญหาค่าครองชีพเร่งด่วน ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า

สำหรับปัญหาราคาน้ำมันในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าปั๊มเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์แบบ 100% ทำให้เกิดความผันผวนตามสถานการณ์โลกเกินความจำเป็น

ซึ่งจากข้อมูลพบว่าค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ จากระดับปกติ 2-3 บาทต่อลิตร ขึ้นมาเฉลี่ย 7 บาทในเดือนมี.ค. 69

ล่าสุดต้นเดือนเม.ย. 69 ขึ้นไปเกือบ 14 บาทต่อลิตร ซึ่งมองว่าเป็นสภาวะตลาดพิสดารที่เกิดจากความตระหนกในตะวันออกกลาง

จ่อคุมค่าการกลั่น 3-4 บาท พลังงานงัดอำนาจพิเศษปิดช่องโหว่ระบบน้ำมัน

ดังนั้น จะใช้อำนาจตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้ กบง. เข้าไปทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่น โดยจะนำราคาน้ำมันดิบดูไบมาพิจารณาประกอบ และอาจมีการกำหนดเพดานค่าการกลั่น ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว และตั้งเป้าให้มีผลในทางปฏิบัติก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

นอกจากการรื้อโครงสร้างราคาแล้ว สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความโปร่งใสในระบบการค้าน้ำมัน โดยที่ผ่านมาการเก็บข้อมูลสต็อกน้ำมันของกรมธุรกิจพลังงาน มีความหละหลวม รายงานเพียงตัวเลขรายเดือนทำให้เกิดช่องโหว่ในการแต่งบัญชี

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการรายงานตัวเลขเข้า-ออกคลังแบบรายวัน เพื่อป้องกันการกักตุนเก็งกำไรและลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ ขณะนี้เริ่มพบความผิดปกติของตัวเลขในบางหน่วยงานแล้วและพร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายย้อนหลัง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...