โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GGC ส่งสัญญาณบวกไตรมาส 2/69 รับอานิสงส์นโยบาย B7 เต็มสูบ

PostToday

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยในงานนำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงาน (Earnings Call) ไตรมาส 1/2569 ว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบและค่าขนส่งทางเรือ (Freight Rate) ที่พุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ GGC ได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการขายในตลาดเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากพื้นที่สงครามและรักษาฐานยอดขายให้คงที่

เน้นบริหารสต็อกปาล์มออยล์

นายปิยะ สุริย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพาณิชยกิจ GGC กล่าวเช่นกันว่า สถานการณ์ปาล์มออยล์ (Crude Palm Oil - CPO) ในไตรมาส 1/2569 การผลิต CPO ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 884,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 8% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 52% เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตออกมาก

ในช่วงที่เกิดความผันผวนจากสงคราม ตั้งแต่ 28 ก.พ.69 วัตถุดิบกลุ่มปาล์มออยล์ยังอยู่ในช่วงรอยต่อที่ผลผลิตยังไม่ออกมามากนัก (Low season) ทำให้เกิดความผันผวนสูง บริษัทจึงเน้นการบริหารสต็อกให้เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก Stock Loss หากราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

โดยราคา CPO ในประเทศในไตรมาส 1/2569 ยังคงสูงกว่าราคาตลาดโลก และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามนโยบายการปรับจาก B5 เป็น B7

ไตรมาส 2/69 โตต่อเนื่อง

นายเต็มวิทย์ เจติยานุวัตร ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานการเงินและการบัญชี GGC กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ตามนโยบายภาครัฐ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมไปจนถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายน

การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้Methyl Ester (ME) อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทคาดหวังจะรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรให้อยู่ในระดับสูงที่ 80-90% ต่อเนื่องมาจากเดือนมีนาคม

ส่วนธุรกิจ Fatty Alcohols (FA) แม้ราคาจะยังอยู่ในระดับสูง แต่บริษัทคาดการณ์ว่าอัตราการเดินเครื่องในไตรมาส 2/2569 อาจไม่สูงเท่าไตรมาสแรกที่ทำได้ถึง 116% เนื่องจากมีแผนการหยุดซ่อมบำรุงอุปกรณ์และเปลี่ยน Catalyst บางส่วน

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาราคา Glycerine ที่มีแนวโน้มเริ่มซอฟต์ลง หรือปรับตัวลดลงในไตรมาสถัดไป เนื่องจากจะมีปริมาณ Supply ในตลาดเพิ่มขึ้นจากการเร่งผลิตไบโอดีเซลในหลายประเทศ ทั้งไทย (B7), อินโดนีเซีย (B50) และมาเลเซีย (B12)

ย้อนรอยผลงานไตรมาส 1/69 พลิกทำกำไรสำเร็จ

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ทาง GGC สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยรายได้รวม 5,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

ที่สำคัญที่สุดคือ บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 ที่เคยขาดทุนสุทธิถึง 206 ล้านบาท ถือเป็นการทำกำไรได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

ไฮไลท์สำคัญไตรมาส 1/69 ดังนี้คือ

  • ธุรกิจ Fatty Alcohols (FA) คือพระเอกตัวจริง มี Adjusted EBITDA สูงถึง 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 400% YoY โดยมีอัตราการเดินเครื่องจักรสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 116% เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ธุรกิจ Methyl Ester (ME) แม้ช่วง 2 เดือนแรกจะเดินเครื่องเพียง 50% แต่ในเดือนมีนาคมสามารถเร่งขึ้นมาได้ถึง 80-90% รับนโยบาย B7 ส่งผลให้ปริมาณการขายทั้งไตรมาสเพิ่มขึ้น 21% YoY
  • การบริหารจัดการสต็อกและกำไรจากบริษัทร่วมทุน บริษัทได้รับอานิสงส์จาก Stock Gain ประมาณ 20 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) อีก 29 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วที่ขาดทุนส่วนนี้สูงถึง 200 ล้านบาท
  • สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง GGC ยังคงสถานะเป็น Net Cash Company โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวมกว่า 1,647 ล้านบาท แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะติดลบเล็กน้อย 108 ล้านบาท เนื่องจากการสำรองเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบรองรับการผลิต B7 แต่บริษัทเชื่อมั่นว่ากระแสเงินสดจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาสถัดไป

การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้ง การจัดหาวัตถุดิบ (Methanol) จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง

และการใช้เครื่องมือทางการเงินป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedging) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GGC สามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกและสร้างการเติบโตที่มั่นคงได้ในปัจจุบัน

กำไรแล้วแต่เครื่องหมาย CB ยังอยู่!

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น GGC ปิดการซื้อขายในช่วงเช้านี้ (8 พ.ค.69) อยู่ที่ 3.92 บาท ลดลง -0.12 บาท คิดเป็น -2.97% มูลค่าการซื้อขาย 0.08 ล้านบาท ราคาขึ้นสูงสุด 4.06 บาท และลดลงต่ำสุด 3.92 บาท

ทั้งนี้จะสังเกตุว่าเครื่องหมาย CB (Caution Business) หุ้น GGC ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นไว้ตั้งแต่ 11 ก.พ.69 ยังคงอยู่ โดย ตลท. ให้เหตุผลในการขึ้นเครื่องหมายว่า GGC ผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 3 ปีติดต่อกัน จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว สำหรับงบการเงิน ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568

หากจะซื้อหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย CB ต้องใช้บัญชี Cash Balance หรือวางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อเท่านั้น.

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...