โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คาเธ่ย์ คาร์โก กลับมาบินขนส่งสินค้าสู่กรุงเทพฯ ในรอบ 10 ปี เพิ่มเที่ยวบินขนส่งสินค้า เชื่อมโลกผ่านฮ่องกง

TODAY

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 07.06 น. • TODAY

คาเธ่ย์ คาร์โก (Cathay Cargo) ประกาศเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้ารายสัปดาห์สู่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นับเป็นการกลับมาให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าแบบประจำอีกครั้งในรอบ 10 ปี โดยบริการใหม่นี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งสำหรับผู้ส่งออกไทยและผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมเชื่อมต่อปลายทางผ่านฮับที่ฮ่องกง

เที่ยวบินดังกล่าวจะให้บริการทุกวันพุธและออกเดินทางจากฮ่องกงโดยใช้เครื่องบินขนส่งสินค้า Boeing 747-400F ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและความยืดหยุ่นด้วยตัวเลือกการขนส่งที่หลากหลาย ทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าพิเศษบางประเภท บริการนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพการขนส่งสินค้าเฉพาะทาง ควบคู่ไปกับระวางใต้ท้องเครื่อง (Belly Capacity) ของเที่ยวบินโดยสารของ คาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific) ช่วยให้ผู้ส่งออกและพันธมิตรด้านโลจิสติกส์สามารถบริหารจัดการในช่วงที่ความต้องการสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังรองรับสินค้าที่มีข้อจำกัดในการขนส่งด้วยเที่ยวบินผู้โดยสาร เช่น สินค้าขนาดใหญ่ สินค้าที่มีน้ำหนักมาก และวัตถุอันตรายที่ได้รับอนุญาต

อชิช คาปูร์ (Ashish Kapur) หัวหน้าฝ่ายขนส่งสินค้า ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ของคาเธ่ย์ กล่าวว่า “การกลับมาให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าแบบประจำสู่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการขนส่งสินค้าของประเทศไทยกับตลาดโลก ซึ่งกรุงเทพฯ กำลังเติบโตในฐานะตลาดศักยภาพสูงและศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริการนี้จึงช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ให้บริการขนส่งของไทย พร้อมเพิ่มทางเลือกเส้นทางผ่านฮับที่ฮ่องกง เพื่อให้การเชื่อมต่อปลายทางเป็นไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางความต้องการขนส่งทางอากาศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรายังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อมอบศักยภาพการขนส่งที่เชื่อถือได้ และโซลูชันแบบครบวงจรที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้ามูลค่าสูงไปจนถึงสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ”

ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญของคาเธ่ย์ คาร์โกในเครือข่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีพ.ศ. 2568 คาเธ่ย์ คาร์โก ขนส่งสินค้าจากประเทศไทยมากกว่า 29,000 ตัน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบปีต่อปี ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าทั่วไป สินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว และสินค้าพิเศษ

ศูนย์กลางการขนส่งของคาเธ่ย์ที่ฮ่องกง จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเส้นทางและการเชื่อมต่อให้แก่ผู้ส่งออกไทย พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดระยะไกลที่สำคัญ เช่น อเมริกาเหนือ อีกทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนคือโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินนานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Airport) ที่แข็งแกร่ง โดยมีคลังสินค้าขนส่งทางอากาศเฉพาะทางที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการสินค้าพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากระบบติดตามและตรวจสอบสถานะสินค้า (track-and-trace) รวมถึงตัวเลือกการมอนิเตอร์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและมองเห็นสถานะการขนส่งได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยขยายการเข้าถึงไปยังเขตเกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย (Greater Bay Area) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ที่รวมเมืองสำคัญในตอนใต้ของจีนเข้าด้วยกันได้กว้างขึ้น รองรับลูกค้าที่ต้องการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่จีนตอนใต้ได้ครอบคลุมกว่าการขนส่งแบบสนามบินต่อสนามบิน (airport-to-airport) เพียงอย่างเดียว

การกลับมาให้บริการครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของคาเธ่ย์ คาร์โกมีต่อประเทศไทยในฐานะตลาดขนส่งสินค้าสำคัญ พร้อมเน้นย้ำการให้บริการที่เชื่อถือได้และการเชื่อมต่อสู่จุดหมายต่าง ๆ ที่ราบรื่น เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกและพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นสายการบินขนส่งสินค้าที่ดีที่สุดในโลก คาเธ่ย์ คาร์โกนำเสนอโซลูชันเฉพาะทางที่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย อาทิ Cathay Dangerous Goods, Cathay Fresh, Cathay Secure และ Cathay Live Animal

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...