25 หัวเมืองใหม่ ที่จัดตั้งสมัยรัชกาลที่ 3 ในภาคอีสานและภาคตะวันออก
ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้ตั้งหัวเมืองใหม่ถึง 25 เมือง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน และภาคตะวันออก ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของราชอาณาจักร
ภายหลังจากเกิดสงครามเจ้าอนุวงศ์ (พ.ศ. 2369-2371) ราษฎรลาวหนีกระจัดจายไปตามป่าดงเป็นจำนวนมาก รัชกาลที่ 3 จึงทรงเห็นควรให้จัดการปกครองพระราชอาณาเขตแถบนี้ให้เรียบร้อย เพราะแม้จะปราบกบฏเวียงจันทน์แล้ว แต่ญวนคงหมายจะขยายอิทธิพลเข้ามายังพระราชอาณาเขตในอนาคตข้างหน้า
รัชกาลที่ 3 จึงมีพระบรมราชโองการให้กวาดต้อนชาวลาวเวียงจันทน์มายังฝั่งขวาแม่น้ำโขง (พื้นที่ภาคอีสานของไทยในปัจจุบัน) โดยให้ท้าวพระยาที่ซื่อตรงต่อกรุงเทพฯ ไปปกครอง และเที่ยวเกลี้ยกล่อมราษฎรที่ยังกระจัดกระจายทั้งจากฝั่งซ้ายและฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้คืนภูมิลำเนา หรือตั้งชุมชนเป็นเมืองใหม่ ส่งผลให้หลายชุมชนเจริญขึ้นเป็นเมืองใหญ่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพระราชอาณาเขตแถบภาคอีสาน
พวกท้าวพระยาทั้งหลายที่รวบรวมผู้คนได้ ก็ขอพระบรมราชานุญาตตั้งเมืองใหม่ ก็โปรดฯ ให้ตั้งหรือยกสถานะบ้านเมืองเหล่านั้นขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นนอก มี 19 เมือง ได้แก่ [สะกดตามต้นฉบับ“ตำนานเรื่องวัตถุสถานต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา” (ราชบัณฑิตยสภารวบรวม)]
- บ้านหนองคาย เป็นเมืองหนองคาย
- บ้านโพนแพง เป็นเมืองโพนพิสัย
- บ้านปากน้ำสงคราม เป็นเมืองไชยบุรี
- บ้านภูเวียง เป็นเมืองภูเวียง
- บ้านปากเหือง เป็นเมืองเชียงคาน
- บ้านคางราย เป็นเมืองเรนูนคร
- บ้านเมืองราม เป็นเมืองรามราช
- บ้านนาลาดควาย เป็นเมืองอาทมาด
- บ้านท่าม่วง เป็นเมืองอากาศอำนวย
- บ้านท่าขอนยาง เป็นเมืองท่าขอนยาง
- บ้านแซงบาดาล เป็นเมืองแซงบาดาล
- บ้านกุดฉิมนารายณ์ เป็นเมืองกุดฉิมนารายณ์
- บ้านซ้องนาง เป็นเมืองเสนางคนิคม
- บ้านดอนมะเกลือ เป็นเมืองลำเนาหนองปรือ
- บ้านขั้ว เป็นเมืองอำนาจเจริญ
- บ้านคำแก้ว เป็นเมืองคำเขื่อนแก้ว
- บ้านส่วยหาง เป็นเมืองสะเมียะ
- บ้านคำทองใหญ่ เมืองเมืองคำทองใหญ่
- บ้านเซลำเพา เป็นเมืองเซลำเพา
นอกจากนี้ยังโปรดฯ ให้ยกสถานะเมืองท่าโรง ทางใต้ของเมืองเพชรบูรณ์ ขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นตรี ชื่อเมืองวิเชียรบุรี เพื่อให้บ้านเมืองบริเวณลำน้ำป่าสักมั่นคงขึ้น
ไม่เพียงพื้นที่ในภาคอีสาน บริเวณภาคตะวันออกก็ได้มีการตั้งหัวเมืองขึ้นเช่นกัน เพื่อสนับสนุนการศึกกับญวนในแผ่นดินเขมร หรือเหตุการณ์ “อานามสยามยุทธ” ซึ่งเป็นสงครามที่กินเวลายืดเยื้อมากกว่าสิบปี จึงต้องมีหัวเมืองเป็นแหล่งประชุมพล สถานีลำเลียงเสบียงอาหาร และเครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์ทั้งหลาย ส่งไปสนับสนุนกองทัพที่ตั้งอยู่ในเขมร หัวเมืองที่จัดตั้งขึ้นในภาคตะวันออกมี 6 เมือง ได้แก่
- บ้านกบแจะ เป็นเมืองปะจันตคาม
- ด่านหณุมาน เป็นเมืองกบิลบุรี
- บ้านทุ่งแขยก เป็นเมืองวัฒนานคร
- บ้านหินแร่ เป็นเมืองอรัญญประเทศ
- บ้านท่าสวาย เป็นเมืองศรีโสภณ
- ปันเขตเมืองชลบุรีกับฉะเชิงเทรา รวมกันเป็นเมืองพนัสนิคม
การตั้งเมืองใหม่โดยเฉพาะหัวเมืองลาวชั้นนอก ยังมีต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และต้นรัชกาลที่ 5 เนื่องจากผู้คนไม่ได้แตกฉานซ่านเซ็นเหมือนแต่ก่อน และการที่ท้าวพระยาร้องขอตั้งเมืองก็กลับกลายเป็นการแย่งอาณาเขตและผู้คนกันเอง จึงโปรดฯ ให้เลิกประเณีตั้งหัวเมืองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
การจัดตั้งหัวเมืองใหม่ด้วยการโยกย้ายราษฎรลาวจากฝั่งซ้ายมาฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่ภาคอีสานทวีความสำคัญขึ้น และเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ใหม่ของสยาม ซึ่งเป็นอิสระจากศูนย์กลางเดิมของหัวเมืองลาว ณ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำ คือนครเวียงจันทน์ อันจะส่งผลสืบเนื่องมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ทรงตัดสินพระราชหฤทัยยอม “สละ” ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง แล้วหันมาจัดระบบการปกครองภาคอีสาน รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ราชอาณาจักรมีความเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น
นับเป็นคุณูปการต่อแผ่นดินที่สูงค่ายิ่งด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ “พระนั่งเกล้าฯ” รัชกาลที่ 3
อ่านเพิ่มเติม :
- กรุงเทพฯ จัดการปกครองลาวอีสาน ให้เป็น “คนไทย”
- พ.ศ. 2442 ยกเลิกคำว่า “ลาว” เกิดคำว่า “อีสาน” และภาคอีสานนิยม
- พระนั่งเกล้าฯ ในพระราชทัศนะรัชกาลที่ 5 “เถลิงราชย์โดยชอบ-เอาแผ่นดินเป็นที่ตั้ง”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ราชบัณฑิตยสถาน. (2472). ตำนานเรื่องวัตถุสถานต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสถาปนา.กรุงเทพฯ : โสภณพิพรรฒธนากร.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 25 หัวเมืองใหม่ ที่จัดตั้งสมัยรัชกาลที่ 3 ในภาคอีสานและภาคตะวันออก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com