โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Morgan Stanley เร่งเครื่อง! ยื่นแก้ไข Spot Bitcoin ETF "MSBT" รอบสอง

ทันหุ้น

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 03.37 น.

Morgan Stanley เร่งเครื่อง! ยื่นแก้ไข Spot Bitcoin ETF “MSBT” รอบสอง

Morgan Stanley (ธนาคารเพื่อการลงทุนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา) ได้ยื่นเอกสารแก้ไข S-1 (ใบสมัครจดทะเบียนหลักทรัพย์กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ฉบับที่สองต่อ SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) เพื่อขอออก Bitcoin ETF Spot ของตนเอง โดยจะใช้ชื่อว่า “Morgan Stanley Bitcoin Trust” และซื้อขายภายใต้ Ticker Symbol “MSBT” บนตลาด NYSE Arca หากได้รับการอนุมัติ Morgan Stanley จะกลายเป็นธนาคารใหญ่สหรัฐรายแรกที่ออกและสนับสนุน Bitcoin ETF Spot ด้วยตัวเอง

Morgan Stanley Bitcoin Trust: รายละเอียดสำคัญที่เปิดเผยใหม่

การยื่นเอกสารแก้ไขครั้งที่ 2 นี้ได้เพิ่มรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมของกองทุนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่ากองทุนจะมีขนาด Basket (หน่วยสร้าง/ไถ่ถอนหน่วยลงทุน) ที่ 10,000 หุ้นต่อ Basket และจะเริ่มต้นด้วย Seed Basket (ชุดหุ้นเริ่มต้นสำหรับการตรวจสอบบัญชี) จำนวน 50,000 หุ้น ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงแรก นอกจากนี้ Morgan Stanley ยังเปิดเผยว่าได้ซื้อหุ้นของ ETF ดังกล่าวจำนวน 2 หุ้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตรวจสอบบัญชี (Auditing)

ด้านผู้ดูแลทรัพย์สิน ก่อนหน้านี้ในการแก้ไขครั้งที่ 1 Morgan Stanley ได้ยืนยันแล้วว่า BNY Mellon (ธนาคารผู้ดูแลสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก) จะทำหน้าที่เป็น Cash Custodian, Administrator และ Transfer Agent ส่วน Coinbase (Exchange คริปโตรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ) จะทำหน้าที่เป็น Prime Broker ของกองทุน

จากผู้จัดจำหน่าย ETF สู่ผู้ออกเอง

น่าสนใจว่าก่อนหน้านี้ Morgan Stanley ได้เริ่มเปิดให้บัญชีนายหน้า (Brokerage Account) ของตนซื้อขาย Bitcoin ETF Spot ของผู้ออกรายอื่นมาตั้งแต่ปี 2567 และค่อยๆ ขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเรื่อยมา การยื่นขอออก ETF ของตนเองในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับจากการเป็นเพียง “ผู้จัดจำหน่าย” ไปสู่การเป็น “ผู้ออกและสนับสนุนกองทุน” โดยตรง

ทั้งนี้ Morgan Stanley ได้ยื่นขอออก Solana ETF Spot ควบคู่กันไปด้วยตั้งแต่เดือนมกราคม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นเอกสารแก้ไขสำหรับ Solana Trust แต่อย่างใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin ETF กำลังก้าวหน้าไปได้เร็วกว่า

ยังเนิ่นๆ” — แต่กำลังเร่งตัว

Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของ Morgan Stanley ได้กล่าวในงาน DC Blockchain Summit สัปดาห์นี้ว่า การนำ ETF คริปโตไปใช้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินยังคงพิจารณาบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลในพอร์ตโฟลิโอแบบดั้งเดิม โดยปัจจุบันราว 80% ของดีมานด์ผลิตภัณฑ์ ETF คริปโต บนแพลตฟอร์มของ Morgan Stanley ยังมาจาก นักลงทุนที่บริหารพอร์ตเอง (Self-Directed) มากกว่าการแนะนำของที่ปรึกษา

ด้านปัจจัยที่อาจเร่งให้สถาบันการเงินเข้าสู่ตลาดคริปโตเร็วขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าแนวทาง (Guidance) ล่าสุดของ SEC ที่ระบุให้คริปโตส่วนใหญ่ ไม่ใช่ “หลักทรัพย์” (Non-Securities) นั้น จะช่วยขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่ทีมกฎหมายของสถาบันการเงินใช้เป็นข้ออ้างในการชะลอการเข้าถือครองสินทรัพย์ประเภทนี้มาโดยตลอด

อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/morgan-stanley-bitcoin-etf-s1-amendment-msbt

SEC ลั่น “นี่แค่เริ่มต้น!” — ปรับเกณฑ์ใหม่คริปโตเกือบทั้งหมดไม่ใช่หลักทรัพย์ พร้อมจ่อปิดดีลกฎหมายใหญ่ที่ทำเนียบขาว

ประธาน SEC (สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา) พอล แอตกินส์ ออกมายืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แม้ SEC จะเพิ่งเผยแพร่การตีความว่า crypto ส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ แต่นี่เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น พร้อมส่งสัญญาณว่ายังมีแนวทางกำกับดูแลอีกมากที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะเดียวกัน การประชุมลับระหว่างวุฒิสมาชิกรีพับลิกันกับที่ปรึกษาทำเนียบขาวด้านคริปโต ก็เริ่มให้แสงสว่างว่าร่างกฎหมายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเจรจา

SEC ยุค Atkins: ทิ้งนโยบาย “ฟ้องก่อน ถามทีหลัง”

ในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม Practising Law Institute (สถาบันกฎหมายวิชาชีพชั้นนำของสหรัฐฯ) เมื่อวันพฤหัสบดี แอตกินส์ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า SEC ภายใต้การนำของเขาจะไม่เดินตามแนวทาง “Regulation by Enforcement” (การกำกับดูแลผ่านการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง โดยไม่มีกรอบนโยบายชัดเจนล่วงหน้า) อีกต่อไป

แนวทางใหม่จะเน้นการตีความกฎหมายให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก SEC ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ CFTC (Commodity Futures Trading Commission — หน่วยงานกำกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแบ่งขอบเขตอำนาจกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การตีความนี้ให้ความชัดเจนที่รอคอยมานาน แต่ผมต้องการยืนยันกับทุกท่านว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด” — พอล แอตกินส์, ประธาน SEC

คริปโตไหนบ้างที่ SEC ไม่แตะ?

การตีความที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุว่า สินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SEC โดยแอตกินส์ชี้แจงเพิ่มเติมว่าสินทรัพย์ที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ประกอบด้วย:

  • Digital Commodities — สินทรัพย์ดิจิทัลในกลุ่มโภคภัณฑ์
  • Digital Tools — เครื่องมือดิจิทัลที่ใช้งานในระบบนิเวศ Blockchain
  • Digital Collectibles รวมถึง NFT (Non-Fungible Token — โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ใช้แทนความเป็นเจ้าของสินทรัพย์เฉพาะ)
  • Stablecoin (เหรียญที่ผูกมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ)

สิ่งที่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของ SEC คือ หลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ถูก Tokenize” เท่านั้น กล่าวคือ หุ้นหรือพันธบัตรที่แปลงรูปแบบมาอยู่บน Blockchain

ร่างกฎหมาย CLARITY Act: เดินหน้าหรือยังสะดุด?

นอกจากการตีความของ SEC แล้ว ในระดับนิติบัญญัติ ร่างกฎหมาย CLARITY Act (ร่างกฎหมายกำหนดโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025) ยังไม่ถูกกำหนดการพิจารณาในคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภา โดยมีประเด็นติดขัดสำคัญที่ว่า Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือควรถูกจัดประเภทอย่างไรในมุมมองของภาคธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเริ่มปรากฏชัดขึ้น เมื่อวุฒิสมาชิกรีพับลิกันหลายคนได้ประชุมปิดประตูกับ Patrick Witt ที่ปรึกษาของทำเนียบขาวด้าน Crypto ในวันเดียวกัน

โฆษกของ Cynthia Lummis (วุฒิสมาชิกจากรัฐไวโอมิง ผู้สนับสนุนคริปโตตัวยงในสภาสูง) ระบุว่าการประชุมครั้งนี้ “ให้ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นบวกมาก” พร้อมเสริมว่านักกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องเดินหน้าไปแล้วถึง “99% ในเรื่อง Stablecoin Yield” และ “การเจรจาในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในสถานะที่ดี”

อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/sec-chair-paul-atkins-crypto-regulation-beginning

สัญญาณกระทิงเริ่มมาแต่ยังไม่คอนเฟิร์ม! Glassnode ชี้ Bitcoin ต้องฝ่าด่านกำไร 75% เพื่อยืนยันขาขึ้นเต็มสูบ

Glassnode (บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชั้นนำ) รายงานว่า Bitcoin ฟื้นตัวแตะ $76,000 สร้างบรรยากาศเชิงบวกในตลาด แต่ข้อมูล On-chain บ่งชี้ว่ายังอยู่ในช่วงต้นของการฟื้นตัว ไม่ใช่ Bull Market เต็มรูปแบบ โดยมีทั้งสัญญาณบวกและสัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Bitcoin เข้าโซน “Open Zone” $72,000–$82,000 แรงต้านน้อยลง

การฟื้นตัวของ Bitcoin กลับมาแตะระดับ $76,000 ได้จุดประกายความหวังในหมู่นักลงทุน แต่ข้อมูล On-chain จาก Glassnode ส่งสัญญาณให้ระมัดระวัง โดยชี้ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจยังเป็นเพียง “การฟื้นตัวระยะต้น” ที่มาพร้อมความผันผวนสูง

Glassnode อธิบายผ่าน URPD (UTXO Realized Price Distribution — เครื่องมือวิเคราะห์การกระจายราคาเฉลี่ยของ Bitcoin แต่ละหน่วยในระบบ) ว่า ช่วงราคา $72,000–$82,000 ถือเป็น “โซนเปิด” ที่มีแรงต้านค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีนักลงทุนที่สะสม Bitcoin ในช่วงนี้ไม่มากนัก ทำให้ราคาอาจเคลื่อนที่ได้ค่อนข้างอิสระในระยะสั้น หากโมเมนตัมยังคงอยู่

Bitcoin UTXO URPD ที่มา: Glassnode

“Supply in Profit” ยังไม่ถึงเกณฑ์ยืนยัน Bull Market

สัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่ามากในการพิจารณาทิศทางตลาด คือสัดส่วน Bitcoin Supply ที่อยู่ในแดนกำไร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60% ระดับนี้มักพบในช่วงต้นของการฟื้นตัว แต่ยังไม่เพียงพอ

Glassnode ระบุชัดเจนว่า หากสัดส่วนนี้ดีดตัวขึ้นเกิน 75% และคงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง จึงจะนับเป็นสัญญาณยืนยัน Bull Market ระยะต้น แต่หากราคาถูกกดกลับจากระดับปัจจุบัน ก็จะยิ่งตอกย้ำว่าตลาดยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวจาก Bear Market ธรรมดา ไม่ใช่วัฏจักรขาขึ้นแท้จริง

Bitcoin supply profitability scale ที่มา: Glassnode

แรงขายระยะสั้นยังน่ากังวล

ขณะที่ Bitcoin ขยับขึ้นเหนือ $74,000 กลุ่ม Short-term Holders (นักลงทุนที่ถือ Bitcoin ในระยะเวลาไม่นาน) เริ่มทยอยขายทำกำไรเร็วขึ้น โดยมีกำไรที่เกิดขึ้นจริงพุ่งถึง $18.4 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง พฤติกรรมนี้คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในการปั่นราคาระยะสั้นหลายครั้งก่อนหน้า ซึ่งจบลงด้วยการที่แรงซื้อถูกกดดันจนไม่สามารถทะลุแนวต้านได้

หาก Bitcoin สามารถดูดซับแรงขายนี้และรักษาระดับเหนือ $70,000 ได้ โอกาสที่ราคาจะขยับไปสู่ช่วง $78,000–$82,000 ก็จะมีสูงขึ้น

ราคา BTC/USDT ในกราฟรายสัปดาห์ แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView

เทคนิคและ CryptoQuant ยังส่งสัญญาณ “ระวัง”

ในมุมของการวิเคราะห์เชิงเทคนิค โครงสร้างตลาดของ Bitcoin บนกราฟรายวันและรายสัปดาห์ยังคงเป็นรูปแบบ Higher Low และ Lower High (ยอดต่ำลงเรื่อยๆ) บ่งชี้ว่าโครงสร้างขาขึ้นยังไม่ถูกสถาปนาอย่างเป็นทางการ

เพื่อพลิกโครงสร้างนี้ Bitcoin จำเป็นต้องทะลุและยืนเหนือระดับ $97,855 ซึ่งเป็นยอด Lower High ล่าสุด และระดับนี้ยังตรงกับ Fibonacci Golden Zone (โซนทอง ช่วง 0.5–0.618 ของการย่อตัว ซึ่งเทรดเดอร์ใช้เป็นจุดตัดสินใจสำคัญว่าแนวโน้มจะกลับตัวหรือไม่) อีกด้วย

ฝั่ง CryptoQuant (บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain อีกแห่ง) รายงานว่าตัวชี้วัด Bitcoin Bull-Bear Cycle Indicator ยังอยู่ในโซนแดงที่ -0.72 แม้จะดีขึ้นจาก -1 เมื่อต้นเดือน แต่ยังต้องขยับขึ้นเกิน +1 จึงจะยืนยัน Bull Market เต็มรูปแบบได้

ตัวชี้วัดตลาดกระทิง-หมีของ Bitcoin จาก CryptoQuant ที่มา: CryptoQuant

ตัวชี้วัดระยะกลางที่ควรจับตาคือ Bull-Bear 365-day Moving Average ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ -0.23 การที่ราคาขยับขึ้นเหนือระดับนี้ได้จะเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศทางในระยะยาว

อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-bull-market-vibes-glassnode-onchain-analysis

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...