“อนุทิน” คาดตรวจคุณสมบัติ รมต. 1 สัปดาห์ - เซ็นสั่งการเอาผิดคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้าแล้ว
“อนุทิน” คาด ตรวจคุณสมบัติ รมต. 1 สัปดาห์ บอก รอข้อสรุปส่งกลับมา หลังสื่อจี้ปม “สุดาวรรณ” ติดโผ ครม. โดน DSI เรียกสอบ เหตุรุกที่สาธารณะ นายกฯ เซ็น สั่งการ ยธ.-DSI-สตช.-ปกครอง ผนึกกำลังจัดการคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้า หลังพบคลังตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง ยัน ดำเนินคดี ไม่ละเว้น - เชื่อลอบยิง “กมลศักดิ์” สส.ประชาชาติ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิต
วันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือการจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ว่า พูดคุยมาโดยตลอด ซึ่งจะเป็นไปตามแนวทางที่เราได้หาเสียงไว้ โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด และขณะนี้ตนได้รับรายชื่อจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ก็จะให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เร่งทำการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคาดว่าจะใช้ประมาณหนึ่งสัปดาห์
เมื่อถามถึงกรณีที่มีชื่อของ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อติดโผ ครม. และถูกทาง DSI ออกหมายเรียกหลังรุกที่สาธารณะ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนนั้นตนยังไม่ทราบ เรื่องของรัฐมนตรีก็ต้องรอจนกว่าจะมีการโกรดเกล้าฯ ถึงจะมีการเปิดเผย
เมื่อถามย้ำถึงกรณีที่เคยพูดว่าจะหากใครมีเรื่องติดขัดอะไรจะไม่ดำเนินการแต่งตั้ง นายอนุทิน ระบุว่า มีแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ การส่งรายชื่อไปตรวจสอบก็จะมีข้อสรุปกลับมาให้
เมื่อถามว่าการทำงานของกระทรวงพลังงานจะสามารถต่อเนื่องได้เลยหรือไม่ในช่วงรอยต่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นรอยต่อทั้งคณะรัฐมนตรี โดยในแต่ละชุดก็ไม่เหมือนกันแม้จะมีรัฐมนตรีคนเดิม หรือรัฐมนตรีคนใหม่ แต่การทำงานในรัฐรัฐบาลนี้ก็ต้องทำภายใต้รัฐธรรมนูญ และภายใต้เทอมของรัฐบาลนี้ ซึ่งปกติเมื่อมีการแต่งตั้งหากไม่ใช่คนเดียวกัน และไม่มีจำเป็นเหตุฉุกเฉิน คงไม่ทำโดยรัฐบาลเดิมแล้ว แต่ตอนนี้ถือว่ายังมีนำมันอยู่ก็ต้องถือว่ายังเป็นเรื่องจำเป็น ฉะนั้นตนก็ยังขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจของรัฐบาลที่ยังรักษาการอยู่ไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาปฎิบัติหน้าที่
เมื่อถามต่อว่าจะทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนนี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า หากการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อไหร่ ไม่มีใครผิดและไม่มีปัญหา ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงมีพระราชวินิจฉัยและลงพระปรมาภิไธยต่อไป แต่อย่างที่ตนบอกว่าตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะต้องมาพูด
นายกฯ เซ็น สั่งการ ยธ.-DSI-สตช.-ปกครอง ผนึกกำลังจัดการคนตุนน้ำมัน-ตุนสินค้า หลังพบคลังตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง ยัน ดำเนินคดี ไม่ละเว้น
กรณีที่คลังกักตุนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนเพิ่งลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ทางกระทรวงยุติธรรม DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ได้จัดการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าข่ายในลักษณะการกักตุนน้ำมัน กักตุนสินค้า โดยไม่มีเหตุจำเป็น ส่วนต้องตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาหรือไม่นั้น ตนบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจ แต่เป็นเรื่องของทั่วประเทศ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ก็ร่วมมือกันอยู่แล้ว โดยแต่ละหน่วยงานก็จะไปจัดตั้งชุดปฏิบัติการที่จะทำงาน เพื่อเข้าไปดำเนินคดีและตรวจสอบทุกอย่าง
เมื่อถามต่อว่าทราบหรือไม่ว่าเจ้าของเป็นใครและจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายอนุทิน เปิดเผยว่า ตอนนี้ดำเนินการอยู่ โดยใช้กฎหมายที่เรามีอยู่มาดำเนินคดีในทุกข้อหาที่เขาทำผิด
เมื่อทำย้ำว่าเป็นการปูพรหมทั้งประเทศหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็เพิ่งเซ็นคำสั่งไป ซึ่งจากการที่ตนดูตัวเลขของการการใช้และการผลิตในแต่ละวัน จนคิดว่ายังมีอีกนิดที่คิดว่าน่าจะเป็นการทำให้น้ำมันหายไป ก็ต้องไปตามหา ส่วนจะถึงหลักแสนหรือหลักล้านนั้นตนก็ไม่ได้ได้รับรายงาน เพียงแต่เราสันนิษฐานถึงปัญหาต่างๆ และตนเชื่อว่าไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราจับได้ก็ไม่ใช่ คนที่ไปซื้อกระสุนไว้ในระดับมากกว่า 300,000 ลิตร คงไม่ได้มาใช้ในยามฉุกเฉิน
เมื่อถามว่าหากพบตัวผู้ที่ดำเนินการกักตุนน้ำมันจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอน คนที่ทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมันหรือเรื่องอะไร ทุกอย่างต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น ยุคสมัยนี้ใครละเว้นก็ผิดซะเอง ตนไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น
นายกฯ เชื่อลอบยิง “กมลศักดิ์” สส.ประชาชาติ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิต
ส่วนกรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ(ปชช.) มีการเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ว่า การทำร้ายที่มุ่งหวังเอาชีวิตสส. ก็ถือว่าเป็นเรื่องการเมือง ตรงนี้ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ก็โชคดีที่ไม่มีการเสียชีวิตแต่มีคนได้รับบาดเจ็บ
เมื่อถามว่า ได้เจอกับนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคปชช.ได้ถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้สอบถามกับนายซูกาโน่ บอกนายกมลศักดิ์ปลอดภัย ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุใกล้จะถึงบ้านแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีและติดตามผู้กระทำความผิด
เมื่อถามย้ำว่า เป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ