นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ชื่นชม “อสม. ยุคใหม่ เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับชุมชน สู่สาธารณสุขยุคพัฒนา”
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ชื่นชม “อสม. ยุคใหม่ เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับชุมชน สู่สาธารณสุขยุคพัฒนา”
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อ. ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานยืนถวายความอาลัย พร้อมรับชมการแสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อจากนั้นรับชมวีดิทัศน์ “วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับ อสม. ทุกท่านอีกครั้ง โดยตัวนายกรัฐมนตรีถือเป็น อสม. ของภาคอีสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เช่นกัน วันนี้ วันที่ 20 มีนาคม ซึ่งเป็นวันอาสาสมัคร สาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยทุกครั้งที่มีโอกาสรัฐมนตรีตั้งใจมางานนี้ด้วยตนเอง เพราะถือว่า อสม. เป็น “นักรบชุดเทา” เหมือนกัน เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ร่วมกันดูแลสถานการณ์โควิดที่ต่อสู้ด้วยกันอย่างหนักหนาสาหัสร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องถือว่ามีความผูกพันกัน
ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีความเชื่อในความสำคัญของ อสม. มั่นใจว่านอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์แล้ว ยังมี อสม. ที่เป็นผู้ช่วยสำคัญที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยจะขาดไม่ได้ คือ อสม.ทุกคน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับ อสม. ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ได้ร่วมกันอุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
“ประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่ได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้ จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ ระบบประกันสุขภาพทั่วหน้าและการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศที่จะมีแบบเรา เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ”
ด้วยบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม. ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็น “สมาร์ท อสม.” ที่มีของความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชนทุกหลังคาเรือนเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นอกจากนี้ อสม. จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เพราะการสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุดคือการมีสุขนิสัยที่ดี รู้ว่าเราควรกินอะไรที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียดไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว
“ขอให้พี่น้อง อสม. ทุกท่าน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในทุกพื้นที่มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองและร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศต่อไป
สุดท้ายนี้ ขออำนาจแห่งคุณงามความดีที่ทุกท่านได้กระทำจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนางานด้านการสาธารณสุขของประเทศไทยให้มีความมั่นคง ถาวร และยั่งยืนตลอดไป
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช 2569 อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ รางวัลเชิดชูเกียรติ อสม. ดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 18 คน และรางวัลเชิดชูเกียรติ ทีมสนับสนุน อสม. ดีเด่นระดับชาติฯ จำนวน 18 ทีม