โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Trip.com เผยไทยติดท็อปโลก ท่องเที่ยวเน้นขายประสบการณ์ หาความหมาย มากกว่าปริมาณ

TODAY

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 08.14 น. • TODAY

แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ “การท่องเที่ยว” ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนการใช้จ่ายและการเดินทางของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาอย่างสม่ำเสมอ

ล่าสุด Trip.com Group เปิดเผยอินไซต์จากนักท่องเที่ยวกว่า 217 ล้านคนทั่วโลก ในงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ Grande Centre Point Lumphini โดยรวบรวมผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสะท้อนเทรนด์และทิศทางการเดินทางในปี 2026

ข้อมูลจากฟีเจอร์ Trip.Best ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้งานในกว่า 190 ประเทศ ถูกนำมาใช้จัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้ง Global 100, Asia 100 และหมวดหมู่อื่นๆ มากกว่า 30 ธีม ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมกว่า 1,500 แห่ง ไปจนถึงร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนทริปได้ตั้งแต่ต้นจนจบในแพลตฟอร์มเดียว

ผลการจัดอันดับปี 2026 ตอกย้ำว่า “ประเทศไทย” ยังคงเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยติดอันดับในหลายหมวดหมู่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก กลุ่มท่องเที่ยวแบบครอบครัว รวมถึงหมวดเกาะและชายหาดที่ไทยครองสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของทั้งภูมิภาค

ในมิติของประสบการณ์ท่องเที่ยว ไทยยังโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งที่พัก ไนต์ไลฟ์ กิจกรรม และอาหาร โดยมีสัดส่วนสูงในทุกหมวดหมู่ สะท้อนความหลากหลายของ “ของดี” ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ครบตั้งแต่สายลุยไปจนถึงสายลักชัวรี ขณะที่ข้อมูลการจองจริงก็สอดคล้องกัน โดยปี 2025 การจองที่พักในไทยผ่าน Trip.Best เติบโต 24% และช่วง สงกรานต์ มียอดจองพุ่งขึ้นถึง 67% ในบางช่วงเวลา

มุมมองจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้น “เที่ยวตามแพลน” สู่การมองหา “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อาหาร หรือกิจกรรมเฉพาะถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืนของไทย

ขณะเดียวกัน เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาคือ “คนไทยเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น” โดยปี 2026 การจองท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% จีนยังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง (53.9%) ตามด้วยญี่ปุ่น (23.1%) และเวียดนาม (7.8%) ส่วนเมืองที่คนไทยค้นหามากที่สุดได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู โตเกียว และดานัง

ในด้านที่พัก ความต้องการโรงแรมที่มีธีมเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตประจำปีถึง 75% นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติมากที่สุด (29.1%) ตามด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ (27.1%) และที่พักระดับลักชัวรี (18.2%)

เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป Trip.Best ยังเปิดตัว 3 โครงการใหม่สำหรับตลาดไทย ได้แก่ โปรแกรมนักรีวิวเพื่อให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการจัดอันดับ สิทธิพิเศษด้านอาหารสำหรับสมาชิกระดับสูง และการจัดอันดับ “ประสบการณ์ท่องเที่ยว” ในไทย ที่เน้นกิจกรรมจริงมากกว่าสถานที่ เช่น การเล่นน้ำ สงกรานต์ เรียนทำอาหารไทย หรือกิจกรรมผจญภัยในธรรมชาติ

‘ไดแอน ชุย’ ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 สะท้อนให้เห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจน การเปิดตัวงาน 2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions ในวันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวไทยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ”

ด้าน ‘อัครวิชย์ เทพาสิต’ รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของประเทศ และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันต้องการมากกว่าเพียงตารางท่องเที่ยวทั่วไป พวกเขาต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของไทย

แนวทางของ Trip.Best ในการคัดสรรและนำเสนอจุดหมายปลายทาง โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำของไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน การที่ Trip.com เชื่อมต่อธุรกิจไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง กระจายความต้องการไปยังหลากหลายภูมิภาค”

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพชัดว่า “การท่องเที่ยวไทย” ไม่ได้แข่งขันแค่จำนวนคนอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่การสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ลึกขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการรักษาความนิยมของไทยในเวทีโลกต่อไปในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...