Trip.com เผยไทยติดท็อปโลก ท่องเที่ยวเน้นขายประสบการณ์ หาความหมาย มากกว่าปริมาณ
แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ “การท่องเที่ยว” ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนการใช้จ่ายและการเดินทางของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาอย่างสม่ำเสมอ
ล่าสุด Trip.com Group เปิดเผยอินไซต์จากนักท่องเที่ยวกว่า 217 ล้านคนทั่วโลก ในงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ Grande Centre Point Lumphini โดยรวบรวมผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสะท้อนเทรนด์และทิศทางการเดินทางในปี 2026
ข้อมูลจากฟีเจอร์ Trip.Best ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้งานในกว่า 190 ประเทศ ถูกนำมาใช้จัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้ง Global 100, Asia 100 และหมวดหมู่อื่นๆ มากกว่า 30 ธีม ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมกว่า 1,500 แห่ง ไปจนถึงร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนทริปได้ตั้งแต่ต้นจนจบในแพลตฟอร์มเดียว
ผลการจัดอันดับปี 2026 ตอกย้ำว่า “ประเทศไทย” ยังคงเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยติดอันดับในหลายหมวดหมู่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก กลุ่มท่องเที่ยวแบบครอบครัว รวมถึงหมวดเกาะและชายหาดที่ไทยครองสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของทั้งภูมิภาค
ในมิติของประสบการณ์ท่องเที่ยว ไทยยังโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งที่พัก ไนต์ไลฟ์ กิจกรรม และอาหาร โดยมีสัดส่วนสูงในทุกหมวดหมู่ สะท้อนความหลากหลายของ “ของดี” ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ครบตั้งแต่สายลุยไปจนถึงสายลักชัวรี ขณะที่ข้อมูลการจองจริงก็สอดคล้องกัน โดยปี 2025 การจองที่พักในไทยผ่าน Trip.Best เติบโต 24% และช่วง สงกรานต์ มียอดจองพุ่งขึ้นถึง 67% ในบางช่วงเวลา
มุมมองจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้น “เที่ยวตามแพลน” สู่การมองหา “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อาหาร หรือกิจกรรมเฉพาะถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืนของไทย
ขณะเดียวกัน เทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาคือ “คนไทยเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น” โดยปี 2026 การจองท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% จีนยังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง (53.9%) ตามด้วยญี่ปุ่น (23.1%) และเวียดนาม (7.8%) ส่วนเมืองที่คนไทยค้นหามากที่สุดได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู โตเกียว และดานัง
ในด้านที่พัก ความต้องการโรงแรมที่มีธีมเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตประจำปีถึง 75% นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติมากที่สุด (29.1%) ตามด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ (27.1%) และที่พักระดับลักชัวรี (18.2%)
เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป Trip.Best ยังเปิดตัว 3 โครงการใหม่สำหรับตลาดไทย ได้แก่ โปรแกรมนักรีวิวเพื่อให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการจัดอันดับ สิทธิพิเศษด้านอาหารสำหรับสมาชิกระดับสูง และการจัดอันดับ “ประสบการณ์ท่องเที่ยว” ในไทย ที่เน้นกิจกรรมจริงมากกว่าสถานที่ เช่น การเล่นน้ำ สงกรานต์ เรียนทำอาหารไทย หรือกิจกรรมผจญภัยในธรรมชาติ
‘ไดแอน ชุย’ ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 สะท้อนให้เห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจน การเปิดตัวงาน 2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions ในวันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวไทยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ”
ด้าน ‘อัครวิชย์ เทพาสิต’ รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของประเทศ และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันต้องการมากกว่าเพียงตารางท่องเที่ยวทั่วไป พวกเขาต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของไทย
แนวทางของ Trip.Best ในการคัดสรรและนำเสนอจุดหมายปลายทาง โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำของไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน การที่ Trip.com เชื่อมต่อธุรกิจไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง กระจายความต้องการไปยังหลากหลายภูมิภาค”
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพชัดว่า “การท่องเที่ยวไทย” ไม่ได้แข่งขันแค่จำนวนคนอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่การสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ลึกขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการรักษาความนิยมของไทยในเวทีโลกต่อไปในระยะยาว