โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตสุขภาพโลก! คาดปี 2050 ป่วย ‘ไขมันพอกตับ’ พุ่ง 1.8 พันล้านคน แนะ 5 วิธีดูแลตัวเองก่อนจะสาย

Manager Online

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

วารสารทางการแพทย์ระดับโลกอย่าง The Lancet ได้เผยแพร่การศึกษาที่น่าตกใจ โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ทั่วโลกจะมีผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับภาวะเมตาบอลิซึม (MASLD) สูงถึง 1.8 พันล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงวิกฤตสุขภาพครั้งใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา โดยมีสาเหตุหลักมาจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและการปล่อยให้ภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังกัดกินร่างกาย

โรคไขมันพอกตับชนิด MASLD ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่เกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ความดันโลหิต และพฤติกรรมการบริโภค ความน่ากลัวของมันคือ “ภัยเงียบ” ที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับในที่สุด

………………………………………………………………….

5 วิธีเปลี่ยนตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็น 1 ใน 1.8 พันล้านคน

หากไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของสถิติที่น่าสะพรึงกลัวนี้ คุณสามารถเริ่มต้นปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ได้ง่ายๆ ดังนี้

1. คุมความดันโลหิตให้เป๊ะ

งานวิจัยระบุชัดเจนว่าความดันโลหิตสูงสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงโรคตับ การตรวจเช็กความดันสม่ำเสมอและควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ไม่เกิน 120/80 mmHg) จะช่วยลดภาระการทำงานของตับและหลอดเลือดได้มหาศาล

2. ปรับสูตรอาหารแบบ “ลดละเลิก” น้ำตาลแฝง

ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่มักมาพร้อมกับอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง (โดยเฉพาะ High Fructose Corn Syrup) ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ตับเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันพอกไว้ที่เซลล์ตับ

ทางแก้: เน้นทานอาหารกลุ่ม Whole Food เช่น ผัก ผลไม้หวานน้อย และธัญพืชไม่ขัดสี

3. เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในตับได้ดีขึ้น

คำแนะนำ: ออกกำลังกายแบบแอโรบิก (เดินเร็ว, วิ่ง, ว่ายน้ำ) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการฝึกกล้ามเนื้อ

4. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ภาวะอ้วน คือปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของ MASLD การลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน ก็สามารถช่วยลดปริมาณไขมันในตับและลดการอักเสบของตับได้อย่างมีนัยสำคัญ

5. ตรวจสุขภาพตับประจำปี

เนื่องจากโรคนี้ไม่มีอาการเตือน การตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์ตับ (ALT/AST) หรือการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจพบและยับยั้งโรคได้ทันท่วงที

แม้ตัวเลข 1.8 พันล้านคนจะดูน่ากังวล แต่ “สุขภาพตับ” เป็นสิ่งที่เรากำหนดเองได้ผ่านพฤติกรรมในแต่ละวัน การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การหนีจากสถิติร้ายแรง แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยา

………………………………………..

อ้างอิง: The Lancet. (2026). Global projections of Metabolic Dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease (MASLD) prevalence by 2050.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...