“หมอโอ๋” เผยสถิติช็อก 80% คดีล่วงละเมิดเด็กเกิดจาก “คนใกล้ชิด” แนะ 13 วิธีสอนลูกรับมือการถูกละเมิด
หมอโอ๋ เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน เปิดสถิติสุดช็อก! กว่า 80% ของคดีล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเกิดจาก “คนใกล้ชิด” ย้ำชัด การสอนลูกให้รู้จักสิทธิในร่างกายและคำว่า ‘Consent’ สำคัญกว่าค่านิยมรักนวลสงวนตัว พร้อมเปิด 13 แนวทางที่พ่อแม่ต้องเปลี่ยน เพื่อไม่ให้ลูกต้องตกเป็นเหยื่อ
วันนี้ (14 พ.ค.) เพจ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” หรือ หมอโอ๋ ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น รพ.รามาธิบดี ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน โดยระบุว่า “#คุยกับลูกเรื่องการล่วงละเมิด
ร้อยละเกือบ 80 ของคดีล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน "เกิดจากคนใกล้ชิด”
การสอนลูกเรื่องนี้ตั้งแต่ลูกเล็กๆ จึงมีความสำคัญ
1. สอนลูกทุกเพศ ไม่ควรสอนกับลูกสาวเพียงเท่านั้น เพราะการล่วงละเมิด จะเกิดกับใครและเพศใดก็ได้
2. สอนลูกเรื่อง "สิทธิในร่างกายตนเอง" ลูกเป็นเจ้าของร่างกายตนเอง มีสิทธิปฏิเสธ ไม่ให้ใครมาวุ่นวาย ไม่มีใครมีสิทธิในร่างกายเราโดยที่เรารู้สึกไม่เต็มใจ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะใกล้ชิดเราแค่ไหนก็ตาม
3. ไม่สอนแค่ “เป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง” ไม่มีเพศใดสูงกว่าเพศใด การให้เกียรติกันไม่ใช่สิ่งที่ขึ้นกับเพศ สอนลูกว่าเราทุกคนต้องให้เกียรติกัน โดยการไม่ละเมิดสิทธิของกันและกัน
4. สอนลูกให้รู้จัก คำว่า “consent” consent คือเรื่องของการเคารพในสิทธิ ในเนื้อตัวร่างกายของกันและกัน เช่น การที่เราจะสัมผัสร่างกายใคร ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ ต้องเกิดจากการ “ตกลงยินยอม” ของทั้งสองฝ่าย (ไม่ใช่จากการคาดเดา หรือเหมาไปเอง)
5. ข้อนี้ขอกาสามดาว *** ไม่บังคับให้ลูกกอดหอมใคร หรือให้ใครมากอดหอมลูก โดยที่ลูกรู้สึกไม่เต็มใจ ลูกจะสับสนในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ และไม่แน่ใจในสิทธิของร่างกายของตนเอง
6. หลีกเลี่ยงการสอนว่า “ผู้หญิงดีต้องรักนวลสงวนตัว” “ผู้หญิงดีคือผู้หญิงบริสุทธิ์” ฯลฯ คุณค่าของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่เรื่องพรหมจรรย์ สอนลูกว่าการตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องของความพร้อมและเป็นสิทธิส่วนบุคคล
7. การสอนแบบข้อ 6 จะทำให้ผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่ประสบปัญหา กลัวการถูกตีตรา กลัวการถูกตัดสิน ผู้หญิงจำนวนหนึ่งรู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า ทำให้หลายคนเลือกจะปิดปากเงียบ เมื่อถูกเอาเปรียบจากผู้กระทำ
8. *** บอกลูกเสมอ ไม่ว่าจะอย่างไร "การถูกล่วงละเมิดไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกกระทำ" ไม่ใช่ความผิดของการแต่งตัวไม่เรียบร้อย ใส่ขาสั้น เมา หรือไม่ดูแลตัวเองให้ดี "ไม่มีใครมีสิทธิที่จะข่มขืนหรือละเมิดใคร" ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรก็ตาม
9.ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับลูก ให้ลูกบอกพ่อแม่เสมอ การเป็นผู้ถูกกระทำไม่ใช่เรื่องน่าอาย การเรียกร้องความยุติธรรม เป็นทางเลือกที่หลายครั้งช่วยเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อกันเพิ่มขึ้น
10.ไม่ “โยนความผิด” มาที่เหยื่อ การที่สังคมแสดงความสงสัยในเหยื่อ จะทำให้เหยื่อจำนวนหนึ่งเลือกที่จะปิดปากเงียบ ซึ่งนั่นเท่ากับการสนับสนุนให้ผู้กระทำยิ่งทำความผิดแบบไม่ต้องเกรงกลัว
11.สำหรับเด็กเล็กควรระวังวังการพูดเรื่อง "คนพวกนี้ต้องถูกเอาเข้าคุก ถูกประหารชีวิต” เพราะร้อยละเกือบ 80 ของคดีล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน "เกิดจากคนใกล้ชิด" การพูดว่าคนเหล่านี้ต้องถูกจำคุก หลายครั้งทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อจะไม่กล้าบอกใคร เพราะความกลัวว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว บอกลูกว่าคนเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขไม่ให้กระทำความผิดอีก
12.เมื่อลูกมาบอกว่า “มีอะไร” ให้ “เชื่อผู้ถูกกระทำไว้ก่อน” รีบพาไปตรวจร่างกาย ดูแลสภาพจิตใจ อย่าพยายามปฏิเสธ หรือทำท่าไม่เชื่อใจว่าลูกอาจจะคิดไปเอง
13. เน้นย้ำกับลูกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต “พ่อแม่จะอยู่กับลูกเสมอ”
เรื่องล่วงละเมิด หลายครั้งมักเกิดจากคนในครอบครัว
และสิ่งนี้สร้างบาดแผลทางใจยิ่งใหญ่กว่าบาดแผลอื่นๆ มากมายหลายเท่า
ถ้าผู้ใหญ่จัดการได้ไม่ดี บาดแผลและความยุติธรรมที่ไม่ได้รับการเยียวยา มันอาจจะออกมาในรูปแบบที่ใครก็อาจจะคาดไม่ถึง
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้อ่านคอมเมนท์ที่ว่า “ออกมาพูดทำไม บ้านไหนๆก็มี“ ฮืออ ไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี”
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO