คณะละครหลวง รัชกาลที่ 3 ไม่โปรด แต่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4
คณะละครหลวง จากละครผู้หญิงในรั้วในวังสู่ความนิยมนอกวัง
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย “ละครผู้หญิง” มีเฉพาะในราชสำนักเท่านั้น ซึ่งละครผู้หญิงนี้เรียกกันว่า “ละครใน” เป็นละครหลวง ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง และราษฎร หากจะเล่นละครก็สามารถเล่นได้แต่ “ละครผู้ชาย” เท่านั้น
ธรรมเนียมละครผู้ชาย และละครผู้หญิงดังกล่าวถือปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แต่พอถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ปรากฏว่าพระเจ้าแผ่นดินไม่โปรดการเล่นละคร เมื่อเสวยราชสมบัติก็ให้ยกเลิกละครในหรือละครหลวง
ผศ. ธนโชติ เกียรติณภัทร อธิบายว่าใน ‘ประชุมประกาศรัชกาลที่ 4’ นั้น “ร.4 พูดถึงพี่ชายของท่านว่า ในสมัยพระนั่งเกล้าฯ ท่านไม่โปรดการละคร พอเสวยราชย์แล้ว ก็ปรากฏว่าให้ยกเลิกละครของหลวงทั้งหมด แต่ว่าก็ยังมีคนแอบเล่น แต่ว่าท่านก็ดุหน่อย ๆ แต่ถามว่าคนอื่นที่เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ หรือขุนนางที่อยู่ส่วนอื่น ๆ สามารถมีคณะละครของตัวเองได้
ดังนั้นในยุคนี้ละครจากวังก็ได้แพร่หลายในส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตามวังเจ้านาย หรือบ้านขุนนางต่าง ๆ”
อย่างได้ก็ตาม แม้ว่าการเล่นละครหลวงจะไม่นิยมในราชสำนัก แต่การเล่นละครของวังหลวงได้แพร่หลายไปในสังคมส่วนอื่นอย่างมาก
หมู่เจ้าขุนมูลนายและขุนนางชั้นสูงจึงมีการหัดละครผู้หญิงขึ้น เช่น กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงหัดละครผู้หญิงวังหน้าขึ้นใหม่ทั้งชุด นอกจากนี้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กับเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) ก็หัดละครผู้หญิงขึ้น 2 ชุด แต่ไม่ปรากฏว่ารัชกาลที่ 3 จะกริ้วหรือทรงห้ามปรามแต่ประการใด
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เสวยราชสมบัติใน พ.ศ. 2394 นั้น ในรัชสมัยของพระองค์เริ่มกลับมามีละครหลวงอีกครั้ง โดยเกิดมาจากสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระมเหสีพระองค์หนึ่งทรงหัดคณะละครเด็กผู้หญิงในพระบรมมหาราชวังขึ้นชุดหนึ่ง
ต่อมาใน พ.ศ. 2396 รัชกาลที่ 4 ทรงปรารภถึงการที่เคยมีละครหลวงสมโภชช้างเผือกในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงโปรดฯ ให้รวมตัวละครที่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีฝึกหัดเล่นละครหลวงและให้ออกโรงแสดงเป็นครั้งแรกในงานสมโภชช้างเผือกช้างที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2397 จึงนับว่ามีละครผู้หญิงของหลวงขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 4
สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ กล่าวว่า นาฏศิลปินที่มีฝีมือและชื่อเสียง ทั้งละครหลวงและเจ้าคณะละครอื่น ๆ มีอยู่หลายท่าน ขอกล่าวถึงเฉพาะของละครหลวง 2 ท่าน คือ เจ้าจอมมารดาวาด และเจ้าจอมมารดาเขียน (ในรัชกาลที่ 4) รับบทเป็นอิเหนา ต่อมาเจ้าจอมมารดาวาดทรงเป็นครูละครหลวงในรัชกาลที่ 5 และละครหลวงกรมมหรสพในรัชกาลที่ 6 ส่วนเจ้าจอมมารดาเขียนทรงช่วยฝึกหัดให้แก่คณะละครของกรมนราธิปประพันธ์พงศ์ (โรงละครปรีดาลัย)
ละครผู้หญิงของเจ้านายและขุนนางชั้นสูงที่หัดกันในเวลานั้นล้วนหัดตามอย่างละครหลวงครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าแบบแผนละครหลวงครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 จะไม่สูญหาย แต่ก็ได้กลายจาก “ของหลวง” ซึ่งเป็นของหวงห้ามสำหรับเป็นเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดิน มาเป็นแบบแผนที่เจ้านายและขุนนางให้คณะละครของตนเล่นเป็น “ของราษฎร์”
ละครผู้หญิงที่หัดขึ้นในรัชกาลที่ 4 จึงมีมากมายหลายโรง มีทั้งละครของเจ้านาย ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อย ตลอดจนละครของคฤหบดี โดยภายหลังละครผู้หญิงเล่นเพื่อหาผลประโยชน์มากกว่าแต่ก่อน เนื่องด้วยพระราชทานอนุญาตให้หัดละครผู้หญิงกันได้ทั่วไป
กล่าวคือ “คณะละครหลวง” ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และมีสืบเนื่องมาก่อนจะถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 3 แล้วกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น มีพัฒนาการจากที่จัดแสดงแค่ในรั้วในวังมาสู่ชาวบ้าน อีกทั้งรูปแบบละครรำก็ถูกดัดแปลงมาเป็นละครร้อง นอกจากนี้วิทยาการด้านนาฏศิลป์ยังรุ่งเรืองในรัชสมัยต่อ ๆ มาอีกด้วย
อ้างอิง :
- “นายจิตร นายใจ” นิทานวิจารณ์เจ้านาย-ขุนนางสมัยร.5 ลุ่มหลงการละคร จนละเลยงานราชการ
- “เพลงยาวพระราชปรารภ” ร.3 ทรงรวมปราชญ์และกวีฝีมือดี แต่ทำไมไม่มีสุนทรภู่?
- เจาะลึกโขนยุครัตนโกสินทร์ ผ่าห้วงปริศนา สู่กระแสมรดกวัฒนธรรมล้ำค่าเฟื่องฟูในสมัยใหม่
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ศานติ ภักดีคำ. บทเบิกโรงละครหลวง. วารสารมหาวิทยลัยราชภัฏธนบุรี. 2552.
ธนโชติ เกียรติณภัทร. ‘เล่มที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์’ มีอะไรใน ‘พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละครแต่เป็นยุคทองของวรรณคดี’. มติชนออนไลน์. 2567.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คณะละครหลวง รัชกาลที่ 3 ไม่โปรด แต่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com