โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจเมียหลวง! ยันยังรักแม้ผัวฆ่ากิ๊กตาย รับรู้สัมพันธ์มาตลอด

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 09.40 น. • The Bangkok Insight

เปิดใจเมียหลวง! ยันยังรักแม้ผัวฆ่ากิ๊กตาย รับรู้สัมพันธ์มาตลอด-ลั่นจะรอจนพ้นคุก

น.ส.พันทิพากร ภรรยาหลวงของ นายวินัย ผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.จอย กิ๊กสาวเสียชีวิต ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตนคบหากับสามีมาประมาณ 1 ปี 7 เดือน และทราบมาตลอดว่าสามี แอบคบหากับผู้ตายมาได้ประมาณ 1 ปี แต่ที่ผ่านมา ตนเลือกที่จะอยู่ใครอยู่มัน ไม่เข้าไปก้าวก่ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 พ.ค. สามีโทรมาบอกว่า ทะเลาะกับผู้ตายอย่างรุนแรง ตนจึงพยายามเตือนสติให้ใจเย็น จนเวลาประมาณ 11.00 น. สามีโทรมาแจ้งข่าวร้ายว่า “น.ส.จอย นิ่งไปแล้ว” ทำให้ตนตกใจมากและรีบบอกให้แจ้งรถพยาบาลทันที

เปิดใจเมียหลวง

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ น.ส.พันทิพากร ได้พยายามไปดูอาการแต่สามีไม่ยอมให้เข้าพบ โดยอ้างว่าผู้ตายฟื้นแล้วและจะจัดการเอง ความไม่สบายใจทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ก่อนที่ในเวลาต่อมา สามีจะวิดีโอคอลมาหาเพื่อโชว์ภาพ ขณะนำตัวผู้ตายขึ้นรถ และโทรมาแจ้งอีกครั้งในช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ว่าจะเข้ามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง ซึ่งสาเหตุที่สามีลงมือทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตนั้น มาจากความหึงหวง หลังจากจับได้ว่าผู้ตาย แอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นที่โรงแรมม่านรูด

อย่างไรก็ตาม ภรรยาหลวงยอมรับตรงๆ ว่า "ยังรักสามีอยู่" และรู้สึกดีใจที่เขากล้ายอมรับผิดด้วยการมอบตัว โดยก่อนที่สามีจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ เธอได้เขียนชื่อและนามสกุลใส่กระดาษฝากไว้ให้ เพื่อให้ใช้ติดต่อเข้าเยี่ยม พร้อมกับให้กำลังใจว่า "ให้อดทนและสู้ เดี๋ยวจะรอ" จนกว่าเขาจะพ้นโทษออกมา โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมาสามีเป็นคนร่าเริงและไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรงมาก่อน จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้นถึงขั้นเสียชีวิตในครั้งนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...