GCAP GOLD เตือนทองคำผันผวนหนัก จับตา ‘ทรัมป์’ ขีดเส้นตายอิหร่าน 22 เม.ย. นี้
GCAP GOLD วิเคราะห์สถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้าเผชิญหน้าจริง หลังสหรัฐฯ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานหากไร้ข้อตกลง ชี้ราคาทองเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงระยะสั้น แนะนำนักลงทุนแบ่งขายทำกำไรบริเวณ 73,500-73,800 บาท ระบุราคาน้ำมันพุ่งอาจบีบ Fed คงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะถัดไป
21 เมษายน 2569 บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าตลาดมีแนวโน้มผันผวนอย่างรุนแรงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศยกระดับการกดดันขั้นสูงสุด ขีดเส้นตายให้อิหร่านตอบรับข้อตกลงยุติสงครามภายในวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยสหรัฐฯ ขู่พร้อมดำเนินมาตรการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน หากการเจรจาไม่เป็นผล
สถานการณ์ทวีความตึงเครียดมากขึ้นหลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และปฏิเสธการกำหนดวันเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าการเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และจะไม่เปิดเส้นทางเดินเรือตราบใดที่มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ ส่งผลกระทบต่อเรือสินค้ากว่า 20 ลำที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ
ขณะที่มีรายงานการเคลื่อนไหวของกองกำลัง IRGC และท่าทีของสหรัฐฯ ในการเตรียมยึดเรือน้ำมันในน่านน้ำสากล สะท้อนว่าความขัดแย้งได้ย้ายจากโต๊ะเจรจาสู่การเผชิญหน้าในเชิงปฏิบัติการ
“ชี้ชะตา 22 เม.ย. นี้ ทั่วโลกจับตาเส้นตายหยุดยิง จะเจรจาต่อหรือเปิดศึกครั้งใหม่ พร้อมแนะเตรียมรับมือความผันผวนที่จะเขย่าทั้งราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์ และทองคำพร้อมกัน… หากน้ำมันพุ่งแรงอาจบีบให้ Fed คงดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะถัดไป”— นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD
ในเชิงเทคนิค ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่าภาพรวมราคาทองคำระยะสั้นเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงหลังจากไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,860 ได้ สะท้อนถึงแรงซื้อที่ชะลอตัวลง โดยมีความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $4,785
หากไม่สามารถรักษาฐานดังกล่าวไว้ได้ อาจเปิดความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside) ลงไปถึงระดับ $4,665 และ $4,600 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถพลิกกลับมายืนเหนือ $4,860 ได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณบวกในการกลับไปลุ้นทดสอบโซน $4,880 - $4,935
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน "แบ่งขายทำกำไร" เมื่อราคาแตะระดับ 73,500 บาท และ 73,800 บาท เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน และรอจังหวะที่ราคาย่อตัวเพื่อ "ทยอยสะสมใหม่" ในบริเวณแนวรับ 72,300 บาท, 71,000 บาท และ 70,000 บาท ตามลำดับ โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่อาจเปลี่ยนแปลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก