โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปะทุอีกครั้ง! “อิสราเอล” ถล่มเบรุตครั้งแรกหลังหยุดยิง อ้างสังหารผู้บัญชาการหน่วยรบฮิซบอลเลาะห์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อิสราเอล" ถล่มเบรุตครั้งแรกหลังหยุดยิง อ้างสังหารผู้บัญชาการหน่วยรบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-เลบานอน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.27 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่ากองทัพอิสราเอลสังหารผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษรัดวานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้จากการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตเมื่อวันก่อน นับเป็นการโจมตีเมืองหลวงของเลบานอนครั้งแรกนับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอล ระบุว่า เป้าหมายถูกสังหารในการโจมตีเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายฮิซบอลเลาะห์ในทันที

ก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และอิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันประกาศปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อวันพุธ

การโจมตีครั้งนี้เพิ่มแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เคยยุติการโจมตีกรุงเบรุต แม้อิสราเอลยังคงตรึงกำลังทหารในพื้นที่ทางใต้ของแม่น้ำลิตานี และเดินหน้าโจมตีในภาคใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีดังกล่าวด้วยการยิงจรวดและส่งโดรนติดอาวุธโจมตีทหารอิสราเอล โดยข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนถือเป็นส่วนสำคัญของความพยายามลดความตึงเครียดในสงครามอิหร่านในวงกว้าง โดยการยุติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของเตหะรานในการเจรจากับสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน อิสราเอลยังประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากหลายหมู่บ้านทางเหนือของแม่น้ำลิตานี ซึ่งถูกมองว่าอาจสะท้อนถึงการขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน แม้การหารือระหว่างอิสราเอลและเลบานอนยังดำเนินต่อไป แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเอกอัครราชทูต

ด้าน Nawaf Salam นายกรัฐมนตรีเลบานอน กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการพบหารือระดับสูงระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่า การสร้างเสถียรภาพให้ข้อตกลงหยุดยิงต้องเป็นเงื่อนไขพื้นฐานก่อนเริ่มการเจรจาใหม่

เมื่อเดือนที่ผ่านมา กรุงวอชิงตันเป็นเจ้าภาพการพบหารือระหว่างเอกอัครราชทูตอิสราเอลและเลบานอน 2 ครั้ง ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แสดงท่าทีคัดค้านอย่างหนัก

นับตั้งแต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากโจมตีเพื่อสนับสนุนอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม รัฐบาลเลบานอนภายใต้การนำของนาวาฟ ซาลาม และประธานาธิบดี Joseph Aoun ได้เริ่มติดต่อกับอิสราเอลในระดับสูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความแตกแยกภายในเลบานอนระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กับฝ่ายการเมืองอื่นของประเทศ

ก่อนหน้านี้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลออกไปอีก 3 สัปดาห์เมื่อวันที่ 23 เมษายน พร้อมระบุว่า เขาหวังจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับเนทันยาฮูและโจเซฟ อูน ในอนาคตอันใกล้ และมองว่ามีโอกาสสูงที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพภายในปีนี้

ปัจจุบัน อิสราเอลได้จัดตั้งเขตความมั่นคงของตนเองลึกเข้าไปในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนราว 10 กิโลเมตร โดยอ้างว่าต้องการปกป้องพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอลจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ปฏิบัติการในพื้นที่พลเรือน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองเซลายาทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมถึงผู้หญิง 2 คน และชายสูงอายุ 1 คน

ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่าฮิซบอลเลาะห์ได้ส่งโดรนติดระเบิดและยิงจรวดใส่ทหารอิสราเอลในภาคใต้ของเลบานอน ส่งผลให้ทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

กองทัพยังเปิดเผยว่า กองทัพอากาศสามารถสกัดอากาศยานไม่ทราบฝ่ายได้ก่อนเข้าสู่น่านฟ้าอิสราเอล และได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์หลายแห่งในเลบานอน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วมากกว่า 2,700 คน

ขณะที่ กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลหลายร้อยครั้งตั้งแต่ต้นสงคราม และมีทหารอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 17 นาย รวมถึงพลเรือนอีก 2 รายทางตอนเหนือของประเทศ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...