โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนวัสดุจ่อขึ้นราคาอีกใน Q3/69 หวั่นผู้ประกอบการสายป่านสั้นเสี่ยงขาดทุนหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 15.43 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 08.42 น.

สมาคมรับสร้างบ้าน ประเมินความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่งพุ่ง ส่งสัญญาณวัสดุก่อสร้างไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นอีกใน Q3/69

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.22 น. นายสิทธิพร สุวรรณสุต กรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงแม้จะผ่านพ้นมาแล้วกว่า 2 เดือน ถือเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น

สมาคมฯ ประเมินว่าเหตุการณ์นี้ คือ "สัญญาณอันตราย" ของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/69 ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีกรอบ เนื่องจากวัตถุดิบในตลาดโลกเริ่มขาดแคลน และต้นทุนการผลิตที่โรงงานแบกรับไว้เริ่มถึงขีดจำกัด สิ่งนี้จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อภาคธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สมาคมฯ แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังคงใช้กลยุทธ์สงครามราคา ตัดราคาเพื่อชิงยอดขายให้ได้มามากๆ โดยไม่ปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่ฝืนไม่ปรับราคาในรอบก่อนหน้านี้ กำลังจะเจอสถานการณ์ต้นทุนเพิ่ม 2 เด้ง คือ เด้งแรกจากต้นทุนที่ปรับขึ้นมาแล้ว และเด้งที่สองจากราคาวัสดุที่จะขยับขึ้นอีกในไตรมาส 3 หากบริษัทใดมีสายป่านไม่ยาวพอหรือเครดิตทางธุรกิจไม่เข้มแข็งเพียงพอ เชื่อว่าจะเผชิญกับภาวะขาดทุนหนัก และไม่อยากเห็นภาพที่ผู้ประกอบการถึงขั้นต้องปิดตัวลงในที่สุด

ในส่วนของผู้บริโภค สมาคมฯ ได้ออกโรงเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังในการทำสัญญาก่อสร้าง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการ อ้างว่าต้องการขอเบิกเงินงวดล่วงหน้าเกินกว่าที่ระบุในสัญญา โดยอ้างเหตุผลว่าจะนำไปจ่ายโรงงานผู้ผลิตวัสดุเพื่อ "Lock ราคา" ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นเรื่องยากและมักเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสภาวะขาดสภาพคล่อง นอกจากนี้สมาคมฯ ยังให้คำแนะนำเชิงลึกในการเลือกบริษัทรับสร้างบ้านท่ามกลางวิกฤตนี้ว่า ควรพิจารณาจาก "3 มาตรฐานหลัก" ที่บริษัทต้องกำหนดไว้ชัดเจน ได้แก่

  • แบบบ้านมาตรฐาน : มีแบบก่อสร้างที่สมบูรณ์และชัดเจน
  • ราคาค่าก่อสร้างตามมาตรฐานของบริษัท : มีราคากลางที่อ้างอิงได้จากแบบบ้านแต่ละแบบจากการคำนวณ ต้นทุนจริง มิใช่คำนวณจากพื้นที่ใช้สอยต่อตารางเมตร
  • มาตรฐานคุณภาพวัสดุ-อุปกรณ์ : มีการระบุแบรนด์และเกรด-รุ่นวัสดุที่ใช้ก่อสร้างไว้อย่างละเอียด

"สามสิ่งนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า บ้านและราคากับคุณภาพสมเหตุสมผลกันหรือไม่ ผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่ว่าสร้างได้ตามงบประมาณที่มี แล้วค่อยไปตกลงคุณภาพวัสดุภายหลัง เพราะวิธีนี้ไม่ต่างจากการจ้างผู้รับเหมาทั่วไปที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ ทำให้ไม่มีตัวเปรียบเทียบที่ชัดเจนและเสี่ยงต่อการถูกลดสเปกวัสดุในที่สุด" นายสิทธิพร กล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาส 2/69 และไตรมาส 3/69 สมาคมฯ ประเมินว่าภาพรวมตลาดจะอยู่ในภาวะหดตัว ตามกำลังซื้อที่ลดลงจากภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามกลับมีผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ผู้รับเหมาโครงการบ้านจัดสรร สถาปนิกและวิศวกร แห่เข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

"การที่มีผู้เล่นใหม่เข้ามามากในขณะที่ Demand เล็กลง ย่อมนำไปสู่การแข่งขันที่รุนแรง สมาคมฯ จึงขอแนะนำให้ผู้ประกอบการเน้นการสร้างมาตรฐานงานและการบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ แทนการเน้นปริมาณยอดขาย เพื่อประคองธุรกิจให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้" นายสิทธิพร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...