“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดสูงถึง 50% จากประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่าน
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดสูงถึง 50% จากประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจากับอิหร่านทั้งเรื่องภาษีและผ่อนคลายคว่ำบาตรหลังข้อตกลงหยุดยิง
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 23.43 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 50% กับทุกสินค้า จากประเทศใดก็ตามที่ถูกพบว่าส่งมอบอาวุธให้อิหร่าน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที และจะไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า ประเทศที่สนับสนุนอาวุธให้อิหร่านจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 50% สำหรับสินค้าทั้งหมดที่ส่งเข้าสหรัฐฯ โดยมีผลทันที เพื่อเป็นการตอบโต้และสร้างแรงกดดันเชิงนโยบาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณเปิดการเจรจากับอิหร่านมากขึ้น โดยทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางการอิหร่าน หลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจในอิหร่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลอย่างมาก
นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐยังระบุว่า อิหร่านจะไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (uranium enrichment) อีกต่อไป และข้อเสนอด้านสันติภาพของสหรัฐจำนวนมากจากทั้งหมด 15 ข้อ ได้รับการเห็นชอบแล้วในระดับหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนหารือเพิ่มเติมในประเด็นภาษีและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญต่อทิศทางความสัมพันธ์ในระยะต่อไป
ในด้านนโยบายการค้า มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ส่วนใหญ่ที่ทรัมป์เคยประกาศใช้เมื่อปีก่อน ถูกศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทำเนียบขาวได้ปรับใช้กลไกทางกฎหมายอื่น เช่น มาตรา 301 เพื่อฟื้นมาตรการภาษีในรูปแบบใหม่
ปัจจุบัน สหรัฐยังคงเรียกเก็บภาษี 50% สำหรับสินค้าที่ผลิตจากเหล็ก อะลูมิเนียม หรือทองแดงเป็นหลัก และเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าที่ใช้โลหะดังกล่าวเป็นส่วนประกอบสำคัญ
ขณะเดียวกันตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป บริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยาจะเผชิญกับภาษีสูงถึง 100% สำหรับผลิตภัณฑ์ยาและส่วนประกอบที่มีสิทธิบัตร ส่วนบริษัทขนาดเล็กจะเริ่มถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวกันตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
อ้างอิง : cnbc.com