เพื่อไทย ชงผ่อนปรนให้ชาวนาเผาฟางข้าว ชี้ข้าวถูก-ต้นทุนพุ่ง ทำเดือดร้อนหนัก แถมต้องเร่งทำหนีน้ำหลากอีก
เพื่อไทย ชงผ่อนปรนให้ชาวนาเผาฟางข้าว ชี้ข้าวถูก-ต้นทุนพุ่ง ทำเดือดร้อนหนัก แถมต้องเร่งทำหนีน้ำหลากอีก
เมื่อวันที่ 8 เมษายนนายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก เขต 2 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมถอดบทเรียนบางระกำโมเดล ว่า ตนได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อประเมินปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา เพื่อนำไปปรับปรุงในอนาคต
ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ กำลังเร่งทำนาให้ทันฤดูน้ำหลาก ส่งผลให้เกิดการเผาฟางข้าวจำนวนมาก จนทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 กระทบต่อประชาชนในจังหวัด
นายนพพล กล่าวว่า ตนเป็นห่วงสุขภาพของทั้งเกษตรกรและประชาชนทั่วไป แต่เห็นว่าควรยกเลิกประกาศห้ามเผาฟางในบางกรณี เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยปีนี้ราคาข้าวยังคงตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิต ทั้งค่าน้ำมัน ปุ๋ย รวมถึงปัญหาศัตรูพืชเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการเผาฟางตามประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้ดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 มีนาคมเท่านั้น หลังจากนั้นเป็นเพียงการขอความร่วมมือจากจังหวัดไม่ให้เผา ซึ่งชาวนาเองก็ไม่ได้ต้องการเผาฟาง หากได้รับการช่วยเหลือหรือมีทางเลือกที่เหมาะสมจากภาครัฐในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เพราะว่าราคาข้าวก็ราคาตกต่ำมาหลายฤดูแล้ว จนไม่ไหวแล้ว
นายนพพลกล่าวว่า ในพื้นที่ลุ่มต่ำของบางระกำโมเดล เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวนาตัดสินใจเผาฟาง คือความจำเป็นในการเร่งเพาะปลูกให้ทันก่อนน้ำหลาก หากรล่าช้า อาจเสี่ยถูกน้ำเหนือหลากมาท่วม ส่งผลให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
หากไม่อนุญาตให้ชาวนาเผาฟางจะส่งผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการฟางที่ไม่มีใครดูแลเขาเลย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก นอกจากนี้ การหมักฟางยังต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งต่อรอบการเพาะปลูกของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเร่งทำนาให้ทันฤดูน้ำหลาก
ส่วนเรื่องจุดความร้อนที่พูดถึงกันนั้น ตนเองก็ถือว่าไม่ยุติธรรรมกับพี่น้องเกษตรกร ดยอ้างข้อมูลจากดาวเทียมของจิสด้า ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยพบจุดความร้อนรวม 5,052 จุด แต่เกิดในพื้นที่การเกษตรเพียง 291 จุด ขณะที่ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ
“ตรงนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน และที่สำคัญการไปกดเขาไว้มิให้ชาวนามีทางออกเลย ไม่ช่วยและห้ามเผาอีก คนเราไม่ไหวแล้วก็จะระเบิด ทำให้มีการลักลอบเผาทั้งกลางวัน กลางคืน จริง ๆ ตนก็ไม่เห็นด้วยกับการเผาฟาง เพราะอากาศมันปิด ทำให้ควันมันฟุ้งไปบริเวณนั้นไม่ลอยไปไหน ฉะนั้นรัฐต้องไปให้ความรู้แก่ประชาชนว่าการเผานั้นจะต้องเผาเวลาไหน อย่างไร ถ้าไม่ให้เขาเผาเลยก็ต้องช่วยเขาบ้าง” นายนพพลกล่าว
นายนพพลกล่าวต่อว่า ตนไปคุยกับชาวนาหลายราย พบว่าว่าหากถ้าราคาข้าวเกวียนละ 10,000 บาท ก็ยังดี ชาวนาก็ยอมเสียสละได้ แต่วันนี้ราคาข้าวแค่เกวียนละ 5,000 บาท น้ำมันแพงจาก 30 บาท เป็น 50 บาท ปุ๋ย กระสอบละ 800 ปรับเป็น 1,200-1,300 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่รับไม่ไหว จริง ๆ ต้องมาคุยกันก่อน และถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่ใช่ว่าปล่อยกลุ่มอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะชาวนา ปล่อยให้เขาล้มทั้งยืน โดยที่คนในสังคม ตอนที่ไม่ได้เผาฟางก็ได้ผลประโยชน์กันหมด โดยภาครัฐจะต้องไม่ลอยตัวเหนือปัญหา เข้ามาไกล่เกลี่ยมิให้คนในสังคมทะเลาะเบาะแว้งกัน
“ก็เห็นใจทั้งส่วนพี่น้องที่ไม่ได้ปลูกข้าว และเห็นพี่น้องเกษตรกรด้วย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเยอะมากกับภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วมาบอกว่า ทำให้ขาดทุน แล้วทำไปทำไม ชาวนาบางคนทำอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก แล้วจะให้ไปทำอะไร เราจะไม่ช่วยคนในสังคม ปล่อยให้เขาล้มทั้งยืม ก็คงไม่ดี จึงอยากให้หลายคนเข้าใจในอาชีพทำนา ที่ต้องเผาฟางในการทำนาบ้าง” นายนพพลกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อไทย ชงผ่อนปรนให้ชาวนาเผาฟางข้าว ชี้ข้าวถูก-ต้นทุนพุ่ง ทำเดือดร้อนหนัก แถมต้องเร่งทำหนีน้ำหลากอีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th