โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมัน WTI 13/04/69 พุ่งปิดที่ 99.08 ดอลลาร์ หลังสหรัฐปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ดันตึงเครียดอิหร่านเดือด

สยามรัฐ

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 23.49 น.

ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันจันทร์ (13 เม.ย.) หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมการเดินเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 2.51 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ระดับ 99.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.37% ปิดที่ระดับ 99.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แรงหนุนหลักมาจากรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการปิดกั้นเรือที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันเดียวกันตามเวลาไทย เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันอีกครั้ง หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น เมื่ออิหร่านออกมาขู่ตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ พร้อมทำลายเรือของอิหร่านทันที หากเข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอ้างว่ากองทัพเรืออิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมีเรือถูกทำลายจำนวนมาก

ผู้นำสหรัฐฯ ยังเตือนเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการดังกล่าวจะดำเนินอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยใช้แนวทางเดียวกับปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดทางทะเล พร้อมทั้งวิจารณ์อิหร่านว่าไม่ยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ และใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันประชาคมโลก

ทั้งนี้ ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...