โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.ขวางคนละครึ่งพลัส!

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“ศิริกัญญา” ค้าน “คนละครึ่ง” ชี้ ปชช.เงินหมดแล้ว ต้องเร่งเยียวยาไม่ใช่กระตุ้น ศก. จี้เพิ่มเงินบัตรคนจน ลั่นร้อยเดียวไม่พอ หวั่นหลังสงกรานต์ของแพงพุ่งซ้ำวิกฤต ขณะที่เด็กพรรคส้มบี้ “พิพัฒน์” แจงปมกักตุนน้ำมัน ด้าน สว.เตือนเร่งหาก๊าซ สกัดค่าไฟพุ่ง มท.2 ลั่นฟันไม่เลี้ยงพวกฉวยขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ห้างค้าปลีกรายใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขานครราชสีมา 2 อำเภอเมืองฯ จ.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปตรวจติดตามราคาสินค้าและบริการในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพและตรวจสอบราคาสินค้าในตลาด โดยเฉพาะการตรวจสอบสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องดื่ม และสินค้าควบคุม ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารถุง 5 กก., ไข่ไก่, น้ำมันพืช, ผงซักฟอก เป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามราคาที่กำหนด ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมเน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และจำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

นายพลพีร์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เป็นธรรม จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจังหวัดนครราชสีมาได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อดูแลราคาสินค้าและบริการให้มีความเหมาะสม สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ด้วย

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเยียวยาและการช่วยเหลือประชาชนว่า สำหรับมาตรการที่จะเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งประชุมนัดพิเศษไป ซึ่งมาตรการที่ออกมายังจำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชน ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ เช่น คนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการเพิ่มเติมเงินเข้าบัตรเพียง 100 บาท ซึ่งไม่รู้ว่าคำนวณจากอะไร แต่หากเทียบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนการใช้น้ำมันของผู้มีรายได้น้อย รวมถึงราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ก็ถือว่าไม่ได้สัดส่วนเป็นอย่างยิ่ง

"แต่ก็น่าผิดหวังที่ทางรัฐบาลมีการอนุมัติงบกลางไปถึง 7,700 ล้านบาท แต่เป็นมาตรการสำหรับการช่วยเหลือค่าครองชีพเฉพาะหน้าเพียงแค่ 3,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือเป็นการอนุมัติเพื่อแก้ไขปัญหาภายในรัฐบาลเอง ที่มีการตั้งงบประมาณวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอแม้แต่จะจ่าย 300 บาทปกติ ไม่เพียงพอแม้แต่จะอุดหนุนค่าโดยสารตามปกติด้วยซ้ำไป ดังนั้นความเดือดร้อนของประชาชน น้ำมันที่ขึ้นราคา แล้วมีการอนุมัติงบเพียงแค่ 3,000 ล้านในรอบนี้ถือว่าไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อน" น.ส.ศิริกัญญากล่าว

เมื่อถามว่า มาตรการคนละครึ่งพลัสจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ได้อย่างไร น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับวิธีการและเม็ดเงิน แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้คาดหวังว่ารัฐบาลจะมาขอรอให้ประชาชนควักอีกครึ่งหนึ่ง

"ในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเวลาที่ต้องเยียวยาค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยหลายประเทศก็แจกเงินเลย เพราะถือว่าค่าครองชีพปรับขึ้นแล้ว ก็ต้องมีการช่วยเหลือกันไป โดยโครงการคนละครึ่งเหมาะกับการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า เพราะถ้าต้องให้เราควักตังค์มาอีกครึ่งหนึ่ง แต่ยามนี้ต้องบอกว่าจะควักอีกครึ่งนึงก็ไม่เหลือเงินแล้ว" น.ส.ศิริกัญญากล่าว

หลังสงกรานต์สินค้าจ่อขึ้นราคา

น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า อยากให้รัฐบาลทบทวน หากจะมีการช่วยเหลือที่มากกว่า 100 บาท ในการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ลองพิจารณาอะไรที่ครอบคลุมหมู่คนจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่ยังตกหล่นอยู่ รวมไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มผู้ปกครองเด็กและเยาวชน ที่กำลังจะเปิดเทอมที่ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงสักเท่าไหร่ และกลุ่มเกษตรกรที่ชาวประมง เป็นกลุ่มตกหล่น ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ขอให้ช่วยเหลือได้ครอบคลุมก่อน เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจให้เอามาไว้ที่หลังสุด เร่งเยียวยาประชาชนก่อน

เมื่อถามว่า ในการประชุม ครม.นัดหน้า คาดหวังให้มีที่ได้รับผลกระทบในวิกฤตพลังงานมากขึ้นหรือไม่ หลังแต่ละพรรคเร่งแต่งตั้งข้าราชการการเมือง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ก็เป็นกังวลอยู่ว่า ครม.นัดต่อไปจะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะรอบนี้ดูเหมือนพยายามยัดโครงการเข้ามาเยอะๆ รวมถึงโครงการให้สินเชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะหน้าด้วยซ้ำไป แต่เป็นการปรับตัวในระยะกลาง ระยะยาว ก็เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้มีเม็ดเงินเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

ขั้นต่อไปต้องมีการออก พ.ร.บ.โอนงบ ซึ่งจะไม่เร็ว โดยการเริ่มกระบวนการเอางบมาไว้ที่ส่วนกลางในวันที่ 30 เม.ย. กว่า ครม.จะแล้วเสร็จและออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ทางการคลัง ที่จะมีเงินมาเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ก็อยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานเหมือนกัน

ส่วนหลังสงกรานต์วิกฤตเศรษฐกิจจะยิ่งหนักขึ้น มองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คิดว่าวิกฤตจะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนสูงมาก ปัญหาในตะวันออกกลาง การเจรจาไม่ลุล่วง ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังคงเล่นสงครามน้ำลายกันอยู่ ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นว่าสงครามจะจบลงได้ในเวลาอันใกล้เลย ดังนั้นสงครามก็จะอยู่กับเราไปอีกสักพักหนึ่ง ราคาน้ำมันก็จะสูงไปแบบนี้อีกระยะหนึ่ง และจะส่งผลถึงราคาสินค้าอื่นๆ ด้วย ที่ตอนนี้เริ่มเรียงแถวพาเหรดขึ้นราคากันถ้วนหน้าแล้ว เพราะผู้ประกอบการเองก็อั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ

จี้แจงสังคมไอ้โม่ง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังไม่ออกมาชี้แจงหลังถูกอภิปรายกรณีน้ำมันในวันแถลงนโยบายรัฐบาลว่า สถานการณ์สงกรานต์ในช่วงนี้ ประชาชนเดินทางกลับบ้าน แวะเติมปั๊มน้ำมันครั้งใดก็นึกถึงหน้านายพิพัฒน์ ตลอดระยะเวลาการแถลงนโยบายรัฐบาล ที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาพูดถึงกรณีไอ้โม่ง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและขาดแคลน ก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงจากรัฐบาลว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร และจะเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร

นายณัฐชาบอกว่า ขอให้ออกมาพูดคุยกับประชาชน อย่าฉวยโอกาสจังหวะเทศกาลเหล่านี้ ที่ประชาชนมีความสุข ตีมึนสถานการณ์คลุมเครือและไม่แก้ปัญหา ต้องออกมาขีดเส้นให้ชัด ว่าไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน กับคนที่ไปปราบปรามไอ้โม่ง ไม่ใช่พวกเดียวกัน ถ้ายิ่งเงียบ ประชาชนจะเข้าใจได้ว่าไอ้โม่งกับรัฐบาลคือคนเดียวกัน

ซึ่งนายรังสิมันต์มีการเปิดหลักฐานชัดเจนกลางสภาว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คนที่ถูกเอ่ยชื่อไปในการอภิปราย หรือคนที่สื่อจับตามองอยู่ขณะนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน ซึ่งนายพิพัฒน์ต้องออกมาพูดให้ชัด ส่วนที่มีการโยงไปถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่างๆ มีจริงหรือไม่มี ต้องตอบสังคมให้ได้ หรือมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ว่าเขาไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแบบนี้ โดยในการอภิปรายกลางสภา นายรังสิมันต์พูดชัดว่าคลังน้ำมันอยู่จุดใด คลังน้ำมันมีการเก็บน้ำมันในช่วงขาดแคลนจริงหรือไม่ หลังจากนั้นเมื่อน้ำมันราคาขึ้นได้นำน้ำมันออกจากคลัง และเจ้าของน้ำมัน นายพิพัฒน์รู้จักหรือไม่ ซึ่งนายพิพัฒน์จะใช้สถานการณ์ช่วงเทศกาลนี้เงียบลง ตนคิดว่าไม่ยุติธรรมต่อประชาชน

นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมเรือที่เข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซว่า เท่าที่ทราบจากข่าวคือปิดเพื่อที่จะกวาดทุ่นระเบิด เพราะฉะนั้นหลังจากกวาดทุ่นระเบิดเสร็จแล้วสหรัฐอาจจะปิดต่อ แต่ว่าเปิดให้เรือผ่านได้ ไม่ได้ปิดเลย ซึ่งประเทศไทยเองตอนนี้เราต้องทางออก ติดต่อขอซื้อพลังงานจากที่อื่น เคยเห็นว่าจะซื้อจากรัสเซีย แต่มาตอนหลังมีการระบุว่าน้ำมันจากรัสเซียนำมากลั่นเมืองไทยไม่ได้ สิ่งสำคัญคือปัญหาเรื่องก๊าซธรรมชาติ ถ้าไม่ได้มาเราจะทำอย่างไร หากล่าช้า ค่าไฟจะต้องขึ้นอย่างเร็ว เรื่องก๊าซ เห็นคุยว่าตกลงจะพยายามจะซื้อจากสหรัฐเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เห็นข่าวอะไรเพิ่มมากขึ้นอีก

นายพรเพิ่มกล่าวย้ำว่า หลังจากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายต่อรัฐสภา อยากเห็นการปัดฝุ่น เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ชีวมวล เอามาใช้อย่างเต็มที่ รวมทั้งโรงไฟฟ้าขยะ และที่สำคัญรัฐบาลต้องตัดสินใจแล้วว่าเราจะต้องเอาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) พลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ามา พอเราตัดสินใจก็ไปสั่งซื้อ ซึ่งการสั่งซื้อมันใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี กว่าจะได้มา เพราะฉะนั้นเราตัดสินใจตอนนี้ แข่งกับคนอื่น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...