โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาตรการพลังงานตอบโจทย์ผลกระทบเอกชน

The Better

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 05.20 น. • THE BETTER
หอการค้าไทยขอบคุณรัฐบาลรับฟังเสียงผู้ประกอบการ เร่งแก้การกระจายน้ำมันและลดต้นทุนขนส่ง พร้อมยื่นผลสำรวจผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางประกอบนโยบายพลังงาน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง( ศบก.) ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า หอการค้าไทยได้เสนอข้อมูลและข้อเสนอเชิงรุกต่อที่ประชุม เพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญ โดยมี 2 ประเด็นสำคัญที่ภาครัฐได้ตอบรับ ดังนี้

1.เร่งกระจายน้ำมันสู่หน้าคลังเพื่อรองรับภาคการผลิตและการขนส่งหอการค้าไทยเสนอให้เร่งกระจายน้ำมันไปยังหน้าคลังโดยเร็ว เพื่อลดปัญหาความแออัดของรถบรรทุกที่เข้ามาเติมน้ำมันในสถานีบริการ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในปั๊มไม่เพียงพอต่อการใช้งานในบางพื้นที่ มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ภาคการผลิตและการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในระดับพื้นที่

2. มาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งและความโปร่งใสด้านราคาหน้าคลังในประเด็นต้นทุนภาคขนส่ง โดยเฉพาะเส้นทางลงสู่ภาคใต้ที่ต้องซื้อน้ำมันหน้าคลังในราคาสูงกว่าราคาขายปลีก ภาครัฐได้ตอบรับข้อเสนอ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประกาศราคาน้ำมันหน้าคลังเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 เป็นทางเลือก ซึ่งจะช่วยลดส่วนต่างราคาและบรรเทาต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามในโอกาสนี้ หอการค้าไทยยังได้ยื่นเอกสารสรุปผลการสำรวจการใช้พลังงานและผลกระทบจากสมาชิกและเครือข่ายทั่วประเทศ ต่อรองนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของภาคธุรกิจในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง

สำหรับสถานการณ์ราคาพลังงานล่าสุด ภายหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ได้มีการปรับโครงสร้างราคาเพื่อสะท้อนกลไกตลาดและสร้างแรงจูงใจในการใช้พลังงานทางเลือก โดยน้ำมัน E20 ปรับลดลง 79 สตางค์ต่อลิตร ทำให้มีส่วนต่างจากแก๊สโซฮอล์ถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ

“หอการค้าไทยและภาคเอกชนขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์รมว.พลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...