ไทยลองสเตย์ กับอสังหาริมทรัพย์ โอกาสระบายสต็อก
จับตากระแสอสังหาริมทรัพย์ ไทยลองสเตย์ จับกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ พำนักไทยระยะยาว ชูจุดขายยื่นขอวีซ่าระยะยาว โอกาสระบายสต็อกคอนโดมิเนียมราคากว่า 3 ล้านบาท
การที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่บางราย ร่วมมือหรือทำข้อตกลงกับทาง บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการวีซ่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ
จากการร่วมมือนี้ ผู้ซื้อต่างชาติที่เข้าซื้อคอนโดมิเนียมในราคาขายมากกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไปบางโครงการของผู้ประกอบการตามเงื่อนไขที่กำหนด จะสามารถยื่นขอวีซ่าระยะยาว หรือ Longstay Visa เพื่อพำนักในประเทศไทยได้ โดยต้องเป็นโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หรือพัทยา รวมไปถึงในกรุงเทพมหานครด้วย
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายจะเน้นไปที่กลุ่มผู้เกษียณอายุ นักลงทุน และชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในไทยมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งอาจจะเข้ามาทำงานหรือว่าทำธุรกิจในประเทศไทย หรือกลุ่ม Digital Nomad ที่เริ่มเยอะขึ้นในประเทศไทย
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บางราย ยังให้สิทธิพิเศษหรือว่ามีบริการเพิ่มเติม เช่น บริการบริการช่องทางพิเศษที่สนามบิน 4 ครั้งต่อปี ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า ส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม และบริการอื่น ๆ ที่แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป รวมไปถึงกลุ่มผู้ซื้อคนไทยด้วย
การที่กลุ่มผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาร่วมมือกับทางบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัดนี้ ชัดเจนว่าเพื่อระบายสต็อกคอนโดมิเนียมของตนเอง โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคาขายมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่อยู่คนละกลุ่มกับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อาจจะอยู่ที่กลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการคอนโดมิเนียมที่มีการร่วมมือแบบนี้ คือกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาความสะดวกสบายแบบ One-stop Service โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomads และผู้เกษียณอายุรุ่นใหม่ (Young Retirees) ที่ให้ความสนใจโมเดลนี้มากกว่าการไปขอวีซ่าประเภทอื่นด้วยตัวเอง เพราะลดความยุ่งยากด้านเอกสารไปได้กว่า 80%
นอกจากนี้การที่บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด มีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถือหุ้นอยู่ 30% ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และเมื่อร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบนี้ ยิ่งช่วยในมุมของการลงทุน เพราะการทำวีซ่าระยะยาวบางประเภทอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และต้องฝากเงิน ลงทุน หรือวางเงินไว้ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลาตามที่รัฐบาลกำหนด แต่การซื้อคอนโดมิเนียมผ่านการร่วมมือนี้เป็นการนำเงินนั้นมาลงทุนในคอนโดมิเนียมซึ่งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต
แม้ว่าอาจจะยังคาดหวังในเรื่องของการขายมากไม่ได้นักในปัจจุบัน แต่ในระยะยาวถ้าบางภูมิภาคมีปัญหาทั้งเรื่องการเมือง ความขัดแย้งหรือความไม่สงบ ก็เป็นไปได้ได้ที่ในระยะยาววีซ่าแบบนี้จะเป็นที่สนใจ และเป็นที่ต้องการมากขึ้น
นอกจากนี้ การซื้อผ่านความร่วมมือแบบนี้ ยังเป็นการป้องกันในเรื่องของแหล่งที่มาของเงินที่อาจจะไม่ชัดเจนได้ เพราะต้องมีเอกสารและหลักฐานชัดเจน รวมไปถึงข้อมูลของผู้ซื้อที่ต้องชัดเจนด้วยเช่นกัน
บทความโดย: สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตลาดคอนโดมิเนียมปี 69 และจุดที่ต้องพิจารณา
- ส่องปัจจัยลบ กดดันตลาดที่อยู่อาศัย สิ้นปียังไม่ฟื้น (ตอน 2)
- ส่องปัจจัยลบ กดดันตลาดที่อยู่อาศัย สิ้นปียังไม่ฟื้น (ตอน1)
ติดตามเราได้ที่