โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยลองสเตย์ กับอสังหาริมทรัพย์ โอกาสระบายสต็อก

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

จับตากระแสอสังหาริมทรัพย์ ไทยลองสเตย์ จับกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ พำนักไทยระยะยาว ชูจุดขายยื่นขอวีซ่าระยะยาว โอกาสระบายสต็อกคอนโดมิเนียมราคากว่า 3 ล้านบาท

การที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่บางราย ร่วมมือหรือทำข้อตกลงกับทาง บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการวีซ่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ

ลองสเตย์

จากการร่วมมือนี้ ผู้ซื้อต่างชาติที่เข้าซื้อคอนโดมิเนียมในราคาขายมากกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไปบางโครงการของผู้ประกอบการตามเงื่อนไขที่กำหนด จะสามารถยื่นขอวีซ่าระยะยาว หรือ Longstay Visa เพื่อพำนักในประเทศไทยได้ โดยต้องเป็นโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หรือพัทยา รวมไปถึงในกรุงเทพมหานครด้วย

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายจะเน้นไปที่กลุ่มผู้เกษียณอายุ นักลงทุน และชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในไทยมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป ซึ่งอาจจะเข้ามาทำงานหรือว่าทำธุรกิจในประเทศไทย หรือกลุ่ม Digital Nomad ที่เริ่มเยอะขึ้นในประเทศไทย

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บางราย ยังให้สิทธิพิเศษหรือว่ามีบริการเพิ่มเติม เช่น บริการบริการช่องทางพิเศษที่สนามบิน 4 ครั้งต่อปี ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า ส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม และบริการอื่น ๆ ที่แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป รวมไปถึงกลุ่มผู้ซื้อคนไทยด้วย

การที่กลุ่มผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาร่วมมือกับทางบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัดนี้ ชัดเจนว่าเพื่อระบายสต็อกคอนโดมิเนียมของตนเอง โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคาขายมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่อยู่คนละกลุ่มกับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อาจจะอยู่ที่กลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

กลุ่มลูกค้าที่ต้องการคอนโดมิเนียมที่มีการร่วมมือแบบนี้ คือกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาความสะดวกสบายแบบ One-stop Service โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomads และผู้เกษียณอายุรุ่นใหม่ (Young Retirees) ที่ให้ความสนใจโมเดลนี้มากกว่าการไปขอวีซ่าประเภทอื่นด้วยตัวเอง เพราะลดความยุ่งยากด้านเอกสารไปได้กว่า 80%

นอกจากนี้การที่บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด มีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถือหุ้นอยู่ 30% ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และเมื่อร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบนี้ ยิ่งช่วยในมุมของการลงทุน เพราะการทำวีซ่าระยะยาวบางประเภทอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และต้องฝากเงิน ลงทุน หรือวางเงินไว้ที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลาตามที่รัฐบาลกำหนด แต่การซื้อคอนโดมิเนียมผ่านการร่วมมือนี้เป็นการนำเงินนั้นมาลงทุนในคอนโดมิเนียมซึ่งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต

แม้ว่าอาจจะยังคาดหวังในเรื่องของการขายมากไม่ได้นักในปัจจุบัน แต่ในระยะยาวถ้าบางภูมิภาคมีปัญหาทั้งเรื่องการเมือง ความขัดแย้งหรือความไม่สงบ ก็เป็นไปได้ได้ที่ในระยะยาววีซ่าแบบนี้จะเป็นที่สนใจ และเป็นที่ต้องการมากขึ้น

นอกจากนี้ การซื้อผ่านความร่วมมือแบบนี้ ยังเป็นการป้องกันในเรื่องของแหล่งที่มาของเงินที่อาจจะไม่ชัดเจนได้ เพราะต้องมีเอกสารและหลักฐานชัดเจน รวมไปถึงข้อมูลของผู้ซื้อที่ต้องชัดเจนด้วยเช่นกัน

บทความโดย: สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...