โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรีรัตน์เตือน ราคาโซลาร์จ่อพุ่งอีก 15% ใน 2 สัปดาห์ ชี้ภาษีจีน-ต้นทุนพุ่ง นโยบายรัฐไทยไม่หนุนรายย่อยเข้าถึงพลังงานสะอาด

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ตรีรัตน์เตือน ราคาโซลาร์จ่อพุ่งอีก 15% ใน 2 สัปดาห์ ชี้ภาษีจีน-ต้นทุนพุ่ง นโยบายรัฐไทยไม่หนุนรายย่อยเข้าถึงพลังงานสะอาด

วันนี้ (18 มีนาคม) ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ราคาแผงโซลาร์เซลล์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15% ภายในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า จากปัจจัยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตรีรัตน์ ระบุว่า ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกแผงโซลาร์รายใหญ่ของโลก เตรียมปรับเพิ่มภาษีส่งออกอีก 9% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าแผงโซลาร์ปรับตัวสูงขึ้นทันที

นอกจากนี้ ตลอดช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 เป็นต้นมา ราคาแผงโซลาร์ได้ทยอยปรับเพิ่มขึ้นแล้วในอัตรา 5-10% ต่อเดือน เนื่องจากผู้ผลิตเผชิญภาวะขาดทุน ขณะที่ราคาทองแดงซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสายไฟก็ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนระบบโดยรวม

ตรีรัตน์มองว่า ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมัน มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนพลังงานในภาพรวมมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในด้านนโยบาย เขาเสนอว่าภาครัฐควรเร่งสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น เช่น การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดตั้งโซลาร์ และการผลักดันระบบ Net Metering เพื่อให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบในราคาที่เหมาะสม

ปัจจุบัน อัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนอยู่ที่ประมาณ 2 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนซื้อจากระบบ ส่งผลให้แรงจูงใจในการลงทุนลดลง

เขายังตั้งข้อสังเกตถึงการชะลอหรือยกเลิกโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ประเทศพลาดโอกาสในการตรึงต้นทุนพลังงานในระยะยาว และยังคงต้องพึ่งพาพลังงานจากก๊าซธรรมชาติที่มีความผันผวนสูง

ตรีรัตน์ระบุว่า หากไม่มีการปรับนโยบายอย่างเหมาะสม ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเลือกใช้ไฟฟ้าจากระบบปกติหรือหันไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ทั้งนี้ เขาแสดงความหวังว่าผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานในปัจจุบันจะนำบทเรียนที่ผ่านมาไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพลังงานสะอาดและลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...