โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

YLG มองทองคำยังเป็นขาขึ้น

AEC10NEWs

อัพเดต 25 มีนาคม 2569 เวลา 20.53 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

YLG ชี้ทองคำระยะสั้นดีดเพื่อสะสมแรงระยะกลาง แต่ระยะยาวขาขึ้นแข็งแกร่ง เปิดกลยุทธ์ “Buy on Dip” รับมือ 4 ปัจจัยหนุนแข็งแกร่ง เป้าปีนี้ 5,824 ดอลลาร์

• วายแอลจี มองทองคำดีดตัวแรงระยะสั้นหลังจากผ่านภาวะขายมากเกินไป จนล่าสุดเกิด Bullish Divergence แต่แนะต้องระวังหากแรงดีดไม่ผ่าน 4,996 ดอลลาร์ (77,300 บาทต่อบาททองคำ) อาจเป็นการ “ดีดเพื่อลงต่อ” ไปเข้าสู่การ “พักตัวระยะกลาง” ชี้การพักตัวระยะกลางเป็นโอกาสสะสม

• ส่วนระยะยาวยังไปต่อเทรนด์ขาขึ้นยังชัดเจน ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้อย่างต่อเนื่อง คงเป้าหมายปีนี้ที่ 5,596-5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (86,600-90,000 บาทต่อบาททองคำ) แนะคนมีทองมาทยอยขายทำกำไรตามรอบ ส่วนคนไม่มีทองหาจังหวะซื้อช่วงราคาพักตัว

• สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน วายแอลจีมีบริการผ่านแอปพลิเคชัน “YLG Get Gold” ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เริ่มลงทุนได้ง่าย โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท ตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯละอิหร่าน กดดันตลาดแต่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบทางเทคนิคที่ประเมินไว้ โดยมองว่าการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นการ “พักตัวระยะกลาง” (Correction) เท่านั้น ขณะที่ภาพรวมระยะยาวยังเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนจากการที่ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุด (25 มี.ค.) ที่ราคาทองคำมีสัญญาณดีดกลับค่อนข้างแรงมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวในระยะสั้น หลังจากราคาทองคำปรับตัวลงจนเข้าสู่สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในกราฟราย 1 ชั่วโมง จึงคาดการณ์ว่าราคาจะเกิดการดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องระมัดระวังหากระยะสั้น ดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 4,668-4,996 ดอลลาร์ (72,200-77,300 บาท) อาจเป็นการ “ดีดเพื่อลงต่อ” ในระยะกลางที่ระดับ 4,096-3,926 ดอลลาร์ ซึ่งการพักตัวระยะกลางถือเป็นโอกาสสะสม

ทั้งนี้วายแอลจี ประเมินเป้าหมายการปรับฐานรอบนี้มีแนวรับสำคัญที่ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (63,300 - 60,700 บาทต่อบาททองคำ) และระดับลึกสุดที่ 3,556 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (55,000 บาทต่อบาททองคำ) ซึ่งมองว่าโอกาสที่จะลงไปถึงระดับลึกสุดนั้นมีน้อย หากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง แต่หากการปรับฐานเสร็จสิ้นและราคาทะลุผ่านแนว 4,996 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ไปได้ จะเป็นสัญญาณยืนยัน (Confirm) การกลับเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่อีกครั้ง โดยคงเป้าหมายปีนี้ที่ 5,596-5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (86,600-90,000 บาทต่อบาททองคำ)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน YLG แนะนำดังนี้

- ผู้ที่มีทองคำในมือจำนวนมาก : หากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,668 ดอลลาร์ แต่ไม่ผ่าน แนะนำแบ่งขายทำกำไรเพื่อลดสถานะบางส่วน แต่หากผ่าน 4,996 ดอลลาร์ไปได้ ให้ชะลอการขายเพื่อรอไปขายใกล้จุดสูงสุดเดิม (All Time High)

- ผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ: แนะนำใช้จังหวะการพักตัวของราคา (Buy on Dip) เป็นโอกาสทยอยสะสม โดยเฉพาะหากราคาไม่หลุดแนวรับแรกที่ 4,096-3,926 ดอลลาร์

ทั้งนี้ในระยะยาววายแอลจียังคงมองว่าทองคำเป็นขาขึ้นต่อไป โดยมาจากปัจจัยสนับสนุนหลักดังนี้

1. ความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย (Recession) รวมไปถึงภาวะ Stagflation แม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะ “ไม่อยากฟันธง” ว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลา

2. แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง ความไม่แน่นอนด้านนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะเป็น “ตัวเร่ง” ของเทรนด์ใหญ่ที่กำลังเกิดอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ De-dollarization และ Central Bank Gold Buying ให้เร่งตัวมากขึ้น และนั่นจะเป็นปัจจัยที่คอยหนุนทองคำให้ปรับตัวขึ้นเป็นระยะตลอดปี 2026 ซึ่งล่าสุด ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มในเดือน ก.พ. เป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน โดยถือทองเพิ่มขึ้น 30,000 ทรอยออนซ์ หรือ 0.93 ตันสู่ระดับ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ หรือ 2,308 ตัน

3. การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) แม้ CME FedWatch Tool จะปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง อย่างไรก็ดี Goldman Sachs ยังคง ไม่เปลี่ยนแปลงสมมติฐานหลัก ที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25 % ในเดือนกันยายนและธันวาคมของปีนี้

4. กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกจากกองทุน ETF ทองคำ กระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความต้องการทองคำผ่านกองทุน ETF ทั่วโลกในปี 2025 โดยกองทุน ETF ทองคำมีการเข้าซื้อสุทธิประมาณ 800 ตัน อย่างไรก็ดี ปีนี้เริ่มเกิดกระแสเงินทุนไหลออก นำโดยกองทุน SPDR ที่มีการลดการถือครองทองคำลง -13.5 ตันในปีนี้

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน วายแอลจีมีบริการผ่านแอปพลิเคชัน “YLG Get Gold” ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เริ่มลงทุนได้ง่าย โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท แอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าถึงได้ง่ายผ่านสมาร์ตโฟน และมีระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ ผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนและยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน โดยรู้ผลอนุมัติภายในวันเดียว และสามารถเริ่มซื้อขายทองคำได้ทันที โดยเปิดให้ลงทุนตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึงปริมาณสูงสุด 80 กิโลกรัมต่อวัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ผ่าน App Store และ Play Store หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE : @ylggetgold หรือโทรศัพท์ 0-2678-9888 ต่อ 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : YLG เผยปี 69 ทองคำ พุ่งไปแล้ว 9% ลุ้นชนเป้าหมายเร็วๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...