โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นจับกุม “ร้อยโทหนุ่ม” ก่อเหตุบุกรุกสถานทูตจีนในกรุงโตเกียว

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มีนาคม 2569 เวลา 18.07 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ร้อยโทวัย 23 ปี สังกัดกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ในข้อหาบุกรุกสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงโตเกียว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า นายโคได มูราตะ สมาชิกของกองกำลังป้องกันตนเอง (เอสดีเอฟ) ภาคพื้นดินค่ายเอบิโนะ ในจังหวัดมิยาซากิ ถูกเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตควบคุมตัวในเบื้องต้น และเชื่อว่าเขามีมีดติดตัว ซึ่งพบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตามการเปิดเผยอย่างเป็นทางการโดยตำรวจ

ตำรวจอ้างคำพูดที่มูราตะกล่าวกับพนักงานสอบสวน ว่า เขาพยายามสื่อสารความคิดเห็นของตนเองกับเอกอัครราชทูต และหากความคิดเห็นของเขาถูกปฏิเสธ มูราตะวางแผนที่จะฆ่าตัวตาย และตัดสินใจบุกรุกเข้าไปในสถานเอกอัครราชทูตประมาณ 9 โมงเช้าของวันเกิดเหตุ ขณะที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุภายในอีกประมาณ 3 ชั่วโมงต่อมา

เมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งขอเรียกร้องให้รัฐบาลโตเกียวทำการสอบสวนอย่างละเอียด และจับกุมผู้กระทำผิดให้มารับโทษตามกฎหมาย

หลินกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำที่มุ่งร้ายอย่างยิ่ง และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความปลอดภัยของนักการทูตจีน พร้อมกันนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานของญี่ปุ่นเพิ่มการใช้มาตรการป้องกัน เพื่อรับรองความปลอดภัยของคณะผู้แทนทางการทูต และบุคลากรของจีน โดยให้ตำรวจญี่ปุ่นให้การรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า การจับกุมสมาชิกคนหนึ่งนั้น “น่าเสียใจอย่างยิ่ง” อย่างไรก็ดี จะมีการให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ และจัดการกับกรณีนี้อย่างเข้มงวด โดยดำเนินการตามข้อเท็จจริง.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...