โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์นี้ 4 ปัจจัยสำคัญ-เงินเฟ้อเดือนเมษายน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนท่ามกลางแรงกดดันจากผลการประชุมเฟดและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการประชุมเฟด อย่างไรก็ดีเงินบาทพลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าหลังการประชุม กนง. ซึ่งแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ตามเดิม แต่ก็มีมุมมองที่ระมัดระวังในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังเผชิญแรงขายท่ามกลางการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (เนื่องจากสหรัฐ และอิหร่านยังคงไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกลับมาเจรจาสันติภาพกันเมื่อใด)

ประกอบกับผลการประชุมเฟดสะท้อนว่า เฟดมีแนวโน้มยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน และสมาชิกเฟดมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อการส่งสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะข้างหน้าจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 1 เดือน

ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะพลิกแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยนหลังทางการญี่ปุ่นกล่าวเตือนถึงการเข้าดูแลหากเงินเยนผันผวน-อ่อนค่าเร็วเกินไป

ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (24 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยเล็กน้อยที่ 498 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 3,637 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 3,628 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 9 ล้านบาท)

เงินบาท : กรอบสัปดาห์นี้

สำหรับสัปดาห์นี้ หรือระหว่างวันที่ 4-8 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดขายบ้านใหม่เดือน มี.ค. ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือน เม.ย. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตาม PMI ภาคบริการเดือน เม.ย.ของจีนและยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ

SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ก่อนจะแกว่งตัวในกรอบแคบในเวลาต่อมา หลังจากมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 มาที่ 1.6% ซึ่งกระตุ้นความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย

ดัชนีหุ้นไทยกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลัง กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และกลุ่มวัสดุก่อสร้างหลังบริษัทที่ดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด

อย่างไรก็ดีกรอบการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาว เนื่องจากนักลงทุนกลับมาระมัดระวังในการลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ตลาดให้ความสนใจยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก

ในวันศุกร์ที่ 30 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,321.23 ล้านบาท ลดลง 1.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.24% มาปิดที่ระดับ 214.57 จุด

จับตาปัจจัยสำคัญ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (4-8 พ.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ บจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือน มี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือน เม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มี.ค.ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือน เม.ย.ของจีน ญี่ปุ่น และยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์นี้ 4 ปัจจัยสำคัญ-เงินเฟ้อเดือนเมษายน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...