ลดน้ำหนัก 5 กก. ใน 3 เดือน โดยไม่ออกกำลังกาย แถมตับดีขึ้น แพทย์ชี้เคล็ดลับ
สาวออฟฟิศลดน้ำหนัก 5 กก. ใน 3 เดือน โดยไม่ออกกำลังกาย แถมหายจาก 'ภาวะไขมันพอกตับ' แพทย์ชี้เคล็ดลับอยู่ที่ “มื้อเช้า” แค่ปรับพฤติกรรม สุขภาพก็เปลี่ยน
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ สื่อจีนเผยกรณีของพนักงานออฟฟิศหญิงวัย 30 ปี ที่สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน จาก 76 กิโลกรัม เหลือ 71 กิโลกรัม แถมภาวะไขมันพอกตับก็ยังดีขึ้น จนหายเป็นปกติ โดยไม่ต้องออกกำลังกายแม้แต่น้อย
โดยทั่วไป ผู้ที่มีชีวิตเร่งรีบมักเลือกมื้อเช้าแบบง่าย ๆ เช่น ขนมปัง เนื่องจากสะดวกและไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอาหาร แต่พฤติกรรมดังกล่าวอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด หรือฟื้นฟูภาวะไขมันพอกตับ
นพ.เฉียน เจิ้งหง แพทย์เฉพาะทางด้านตับและระบบทางเดินอาหาร จากโรงพยาบาลฉางกัง ไต้หวัน เปิดเผยว่า ผู้ป่วยหญิงรายนี้เคยได้รับการติดตามอาการจากภาวะไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น กระทั่งเมื่อตรวจติดตามผลหลัง 3 เดือน พบว่าไขมันในตับหายไป และน้ำหนักตัวลดลงอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยไม่ได้มีการออกกำลังกายแต่อย่างใด โดยการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นจากการปรับ “มื้อเช้า”
แพทย์ระบุว่า เดิมทีผู้ป่วยมักรับประทานขนมปังในตอนเช้า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ได้แก่ ไข่ต้ม กาแฟดำ มันเทศ และกล้วย
แม้จะไม่ได้รับประทานครบทุกอย่างในทุกวัน แต่ผู้ป่วยยึดหลักสำคัญ 2 ข้อ คือ เลือกรับประทานมันเทศที่ผ่านการทำให้เย็นแล้ว และเลือกกล้วยที่สุกพอดี โดยยังไม่มีจุดดำบนเปลือก
นพ.เฉียนอธิบายว่า จุดสำคัญอยู่ที่ “แป้งทนต่อการย่อย” (resistant starch) ซึ่งพบมากในมันเทศที่ถูกทำให้เย็นลง แป้งชนิดนี้ย่อยและดูดซึมได้ยาก ช่วยควบคุมน้ำหนักและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
ส่วนกล้วย แนะนำให้เลือกแบบสุกกำลังดี เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่ากล้วยสุกงอมที่มีจุดดำ แม้จะมีรสหวานกว่า แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
แพทย์ยังระบุว่า มื้อเช้าเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก อาหารอย่างไข่ต้ม มันเทศ และกล้วย สามารถเตรียมล่วงหน้าได้ตั้งแต่คืนก่อน และเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อถึงเช้าเพียงเติมกาแฟดำหนึ่งแก้ว ก็สามารถรับประทานได้ทันที
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การปรับพฤติกรรมการรับประทานมื้อเช้า สามารถส่งผลต่อทั้งน้ำหนักตัวและภาวะไขมันพอกตับได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงกรณีตัวอย่างเฉพาะบุคคล ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับหรือปัญหาด้านเมตาบอลิซึม ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถควบคุมและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
ที่มา SOHA
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลดน้ำหนัก 5 กก. ใน 3 เดือน โดยไม่ออกกำลังกาย แถมตับดีขึ้น แพทย์ชี้เคล็ดลับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th