โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูเกษียณ บุกศธ. ร้อง ‘ประเสริฐ’ ช่วย แก้หนี้ครู หวั่นถูกฟ้องล้มละลาย-ตกงาน เคาะดอกเบี้ยเท่าเทียม 4.75%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 08.54 น.

ครูเกษียณ บุกศธ. ร้อง ‘ประเสริฐ’ ช่วย แก้หนี้ครู หวั่นถูกฟ้องล้มละลาย-ตกงาน เคาะดอกเบี้ยเท่าเทียม 4.75%

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สมาพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้ยื่นหนังสือถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อเสนอข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีนายภาควัต ศรีสุรพลคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รับเรื่อง

นางภัทรวรรณ กล่าวว่า ทางสมาพันธ์ฯ ได้เสนอข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีหลายเรื่องที่เดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะข้อกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฎิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องทำให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ศธ. ได้ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่เป็นเจ้าหนี้

“ตอนนี้สิ่งที่สมาพันธ์ฯกังวลคือ การถูกฟ้อง ล้มละลาย คนที่รับราชการอยู่ต้องออกจากราชการ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ทางสมาพันธ์ฯขอให้ช่วยผลักดัน กรณีที่ถูกฟ้องล้มละลาย โดยไม่ได้เป็นการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ อยากให้ได้โอกาสในการทำงานต่อไป ส่วนเรื่องดอกเบี้ย โดยเฉพาะในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ก็อยากจะขอให้มีดอกเบี้ยในอัตราที่เท่าเทียมและได้มาตรฐานเดียวกัน คือ ไม่ควรเกินร้อยละ 4.75 %ต่อปี ส่งผลให้ดอกเบี้ยรวมทั้งหมดน้อยลงและปิดหนี้ได้ไวขึ้น ซึ่งมีหลายสหกรณ์ที่ต่ำกว่าร้อยละ 4.75 %ต่อปี แต่มีบางสหกรณ์ที่ยังสูงอยู่ ตอนนี้สูงที่สุดคือร้อยละ 7.2 %ต่อปี“นางภัทรวรรณ กล่าว

นางภัทรวรรณ กล่าวต่อว่า จากการพูดคุย กับทางสมาพันธ์ มองเป็นข้อเสนอมีแนวทางปฎิบัติต่อไปได้ การแก้ปัญหาเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย รวมถึงต้องไปดูข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่จะไม่ใช้เวลานาน และจะทำให้ดีที่สุด โดยไม่ทอดทิ้งข้าราชการครู ทั้งคนที่อยู่ในราชการ และคนที่เกษียณไปแล้ว หรือคนที่กำลังมีหนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้เงินไม่พอใช้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูแลทั้งระบบ

สำหรับสรุปข้อหารือของสมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
1.ลดดอกเบี้ย + ใช้สหกรณ์เป็นฐานแก้หนี้
ทางสมาพันธ์ฯ ขอให้ภาครัฐกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ไม่เกินร้อยละ 4.75 และควรสนับสนุนให้มี แหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ ประมาณ 2–3% เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้เป็นฐานในการ “รวมหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และลดดอกเบี้ย” ให้ครูได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหวังมาตรการนี้จะช่วย “ตัดวงจรดอกเบี้ยทบต้น” ทำให้เงินต้นลดลงจริง ครูสามารถชำระหนี้ได้ตามกำลัง ไม่ต้องกู้ซ้ำซ้อน และช่วยให้สหกรณ์กลับมามีบทบาทเป็น “กลไกช่วยเหลือสมาชิก” อย่างแท้จริง นำไปสู่การแก้หนี้เชิงระบบ ไม่ใช่เพียงแก้เฉพาะราย

2.จัดลำดับหนี้ให้ถูกต้อง ไม่กระจายหนี้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศดำเนินการ จัดลำดับการหักชำระหนี้ให้ถูกต้องตามแนวทางของกรมบัญชีกลาง โดยกำหนดให้หนี้บำเหน็จค้ำประกัน อยู่ลำดับหลัง ภาษีอากร กองทุนสวัสดิการ และหนี้สหกรณ์และต้อง หักตามลำดับ (ไม่กระจายหนี้) อย่างเคร่งครัด โดยการหักหนี้ตามลำดับจะช่วยให้หนี้หลักลดลงเร็ว ลดภาระดอกเบี้ยสะสม และทำให้ระบบการแก้หนี้มี “ประสิทธิภาพจริง” ต่างจากการกระจายหนี้ที่ทำให้หนี้ไม่ลดและดอกเบี้ยพอกพูน นอกจากนี้ยังช่วยให้การช่วยเหลือครูมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่

3.เร่งผลักดันกฎหมาย ชะลอฟ้องคดี โดยเร่งประกาศใช้ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนและเงินบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ….. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปรับปรุง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีล้มละลาย (ไม่ใช่ทุจริต) ไม่ควรต้องออกจากราชการ เปิดทางใช้สิทธิ ช.พ.ค. ช่วยลดภาระหนี้ขอความร่วมมือ ธนาคารออมสินชะลอฟ้องคดี เพื่อเปิดโอกาสให้ครูเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้าง ช่วย “หยุดวิกฤตก่อนล้ม” ลดแรงกดดันทางจิตใจของครู ป้องกันการสูญเสียอาชีพ และทำให้ครูมีโอกาสฟื้นฟูสถานะทางการเงินได้จริง พร้อมสร้างระบบกฎหมายที่เป็นธรรมและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในระยะยาว

4.จัดตั้ง สหกรณ์กลางระดับภูมิภาค (5 ภูมิภาค) โดยคัดเลือกสหกรณ์ที่มีศักยภาพและบริหารจัดการดี มาเป็น “แกนกลาง” ในการรวมหนี้ รีไฟแนนซ์ และกำหนดมาตรฐานดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ไม่เกินร้อยละ 4 จะช่วยเพิ่ม “อำนาจต่อรองเชิงระบบ” ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสหกรณ์ สร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และทำให้ครูเข้าถึงแหล่งเงินที่เป็นธรรมมากขึ้น เกิดกลไกแก้หนี้ที่ยั่งยืนในระยะยาว ไม่ต้องพึ่งพามาตรการเฉพาะหน้าอีกต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครูเกษียณ บุกศธ. ร้อง ‘ประเสริฐ’ ช่วย แก้หนี้ครู หวั่นถูกฟ้องล้มละลาย-ตกงาน เคาะดอกเบี้ยเท่าเทียม 4.75%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...