ก.ล.ต.สหรัฐ เสนอเปิดทาง “บริษัทจดทะเบียน” ยกเลิกงบรายไตรมาส รายงานปีละ 2 ครั้งได้
ก.ล.ต.สหรัฐ เสนอเปิดทาง "บริษัทจดทะเบียน" ยกเลิกงบรายไตรมาส รายงานปีละ 2 ครั้งได้ โดยฝ่ายธุรกิจมองว่าจะช่วยลดภาระและแรงกดดันระยะสั้น
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 02.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า U.S. Securities and Exchange Commission หรือ ก.ล.ต.สหรัฐ เสนอแผนครั้งใหญ่ในการปรับกฎเกณฑ์ตลาดทุน โดยเปิดทางให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ สามารถเปลี่ยนจากการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเป็นเพียงปีละ 2 ครั้งได้ ซึ่งถือเป็นการสั่นสะเทือนแนวทางกำกับดูแลบริษัทมหาชนของสหรัฐฯ ที่ใช้อยู่มายาวนานกว่า 55 ปี
ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก โดยทรัมป์เคยวิจารณ์ว่าการรายงานผลประกอบการทุกไตรมาสสร้างแรงกดดันให้บริษัทมุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะสั้นมากเกินไป
ภายใต้ข้อเสนอใหม่ บริษัทจดทะเบียนอาจไม่จำเป็นต้องเปิดเผยผลประกอบการอย่างละเอียด 4 ครั้งต่อปีภายใน 45 วันหลังสิ้นสุดไตรมาสอีกต่อไป แต่สามารถเลือกใช้ระบบรายงานแบบครึ่งปีแทนได้
Paul Atkins ประธาน SEC กล่าวว่า กฎระเบียบเดิมของ SEC มีความแข็งตัวเกินไป และขัดขวางไม่ให้บริษัทกับนักลงทุนตัดสินใจร่วมกันว่า ความถี่ในการเปิดเผยข้อมูลแบบใดเหมาะสมที่สุดต่อธุรกิจและผู้ถือหุ้น
แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์และบริษัทขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น JPMorgan Chase ซึ่งมองว่าการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเป็นภาระต้นทุนที่สูง และส่งเสริมวัฒนธรรมมองระยะสั้นมากกว่าการวางแผนธุรกิจระยะยาว
กลุ่มผู้สนับสนุนยังเชื่อว่า ข้อกำหนดด้านการรายงานที่เข้มงวดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้จำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐลดลงอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวลว่า การรายงานผลประกอบการทุกไตรมาสช่วยให้ตลาดมีความโปร่งใสและลดความผันผวนได้มากกว่า ทำให้ข้อเสนอนี้อาจกลายเป็นสมรภูมิถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่างภาคธุรกิจกับนักลงทุนในช่วง 60 วันที่ SEC เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
Bryan Corbett ประธานสมาคมอุตสาหกรรมการเงิน MFA ระบุว่าSEC ควรสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายลดภาระด้านกฎระเบียบให้บริษัท กับความต้องการของนักลงทุนที่ต้องพึ่งพาข้อมูลทางการเงินที่ทันเวลาเพื่อใช้ประเมินมูลค่าบริษัทและตัดสินใจลงทุน
SEC ยังตั้งคำถามสำคัญว่า หากบริษัทเปลี่ยนไปใช้การรายงานแบบครึ่งปี จะเพิ่มความเสี่ยงเรื่อง “Insider Trading” หรือการใช้ข้อมูลวงในซื้อขายหุ้นหรือไม่ รวมถึงผลกระทบต่อการเปิดเผยข้อมูลสมัครใจ เช่น ข่าวประชาสัมพันธ์ผลประกอบการ หรือการประชุมนักวิเคราะห์
เจ้าหน้าที่ SEC รายหนึ่ง ระบุว่า แม้บริษัทจะเลือกยื่นรายงานผลประกอบการแบบครึ่งปี แต่ก็ยังสามารถเผยแพร่ข้อมูลรายไตรมาสผ่านข่าวประชาสัมพันธ์หรือจัดประชุมชี้แจงนักลงทุนได้ตามสมัครใจ
นักบริหารสินทรัพย์หลายรายมองว่า บริษัทจำนวนมากอาจยังไม่รีบเปลี่ยนระบบในทันที โดยหากบริษัทต้องการใช้ระบบรายงานแบบครึ่งปี เพียงแค่ระบุความประสงค์ในเอกสารรายงานประจำปีต่อ SEC ซึ่งโอกาสแรกที่สามารถดำเนินการได้จะอยู่ในช่วงต้นปี 2570
ในเอกสารข้อเสนอ SEC ยอมรับว่าการรายงานแบบครึ่งปีมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น การล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และการเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลระหว่างนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้าถึงข้อมูลทางเลือกได้กับนักลงทุนทั่วไป
SEC เตือนว่า หากนักลงทุนรู้สึกว่าตลาดไม่เป็นธรรมอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น สภาพคล่องของตลาด และการมีส่วนร่วมของนักลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ยังอาจทำให้ต้นทุนระดมทุนของบริษัทสูงขึ้น และลดประสิทธิภาพในการตรวจสอบการบริหารงานของผู้บริหาร
เจ้าหน้าที่ SEC ยังระบุว่า บริษัทจะต้องพิจารณาความต้องการของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ด้วย โดยเฉพาะหากบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมยังคงรายงานผลประกอบการรายไตรมาส
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจกระทบต่อเกณฑ์ของดัชนีหุ้นสำคัญด้วย โดยแม้ดัชนี Nasdaq 100 จะไม่ได้บังคับให้บริษัทสมาชิกต้องรายงานผลประกอบการรายไตรมาส แต่ดัชนี S&P 500 ยังมีข้อกำหนดดังกล่าวอยู่
ก่อนหน้านี้ Nasdaq เคยเผยแพร่รายงานระบุว่า การรายงานผลประกอบการรายไตรมาสสร้างภาระมากเป็นพิเศษต่อบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ
Mike Reynolds นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Glenmede กล่าวว่า หากการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถช่วยกระตุ้นให้บริษัทขนาดเล็กเข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น ก็จะถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับตลาดทุนสหรัฐในอนาคต
อ้างอิง : www.reuters.com