โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อินโดนีเซีย-จีน เชื่อมระบบชำระเงิน QR Cross-border ผ่าน Alipay+ หนุนการค้าสองทาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 04.31 น.

อินโดนีเซีย-จีน เปิดตัวระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเชื่อมต่อมาตรฐาน QRIS เข้ากับ Alipay+ และ UnionPay มุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ MSMEs กว่า 40 ล้านรายในอินโดนีเซีย เข้าถึงฐานผู้ใช้งานชาวจีน 1.4 พันล้านคน เดินหน้ายุทธศาสตร์ใช้สกุลเงินท้องถิ่น (LCT) ลดความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) และธนาคารกลางประชาชนจีน (People’s Bank of China) ประกาศเปิดตัวการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ข้ามพรมแดนอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการบูรณาการมาตรฐาน Quick Response Code Indonesian Standard (QRIS) ของอินโดนีเซีย เข้ากับระบบการชำระเงินของจีนผ่านแพลตฟอร์ม Alipay+ ซึ่งเป็น Unified Wallet Gateway ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ UnionPay International

การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเป็นการสร้างช่องทางการค้าดิจิทัลระหว่างประชากรจีนกว่า 1.4 พันล้านคน และประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกกว่า 280 ล้านคน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมผ่าน e-wallet ของตนเองในต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Alipay และ UnionPay สามารถชำระเงินให้กับร้านค้าที่รองรับมาตรฐาน QRIS ในอินโดนีเซียได้มากกว่า 40 ล้านแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs) ในขณะที่ผู้ใช้งาน e-wallet และแอปพลิเคชันธนาคารจากอินโดนีเซียที่รองรับ QRIS จะสามารถสแกนชำระเงิน ณ จุดรับชำระของ Alipay และ UnionPay ในประเทศจีนได้มากกว่า 80 ล้านจุด

นอกจากความสะดวกในการทำธุรกรรมแล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency Transaction) สำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลดต้นทุนการทำธุรกรรม และสร้างเสถียรภาพทางการเงินระหว่างสองประเทศ

ข้อมูลปี 2568 ระบุว่านักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าสู่อินโดนีเซียสูงถึง 1.34 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี การเปิดระบบชำระเงินที่ไร้รอยต่อจึงเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ของร้านค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่ม MSMEs ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 99% ของธุรกิจทั้งหมดในอินโดนีเซีย เนื่องจากผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบใหม่เพิ่มเติม แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน QRIS เดิมเพื่อรับชำระเงินจากต่างชาติได้ทันที

ไมเคิล กัว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ คือรากฐานของการชำระเงินข้ามพรมแดนยุคใหม่ ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกได้”

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างระบบนิเวศการชำระเงินแบบเรียลไทม์ที่เปิดกว้างและครอบคลุมทั่วเอเชีย ต่อยอดจากการเชื่อมต่อ QRIS ข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ โดยมี Alipay+ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อระบบการชำระเงินระดับชาติเข้าด้วยกัน

ปัจจุบัน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านแพลตฟอร์ม Alipay+ ได้เชื่อมต่อกับ e-wallet และแอปพลิเคชันธนาคารนานาชาติกว่า 50 ราย ครอบคลุมบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านบัญชี และร้านค้ามากกว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก รวมถึงระบบการชำระเงินระดับชาติกว่า 10 ระบบ ซึ่งการเปิดตัวในตลาดอินโดนีเซียและจีนครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเร่งอัตราการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...