อินโดนีเซีย-จีน เชื่อมระบบชำระเงิน QR Cross-border ผ่าน Alipay+ หนุนการค้าสองทาง
อินโดนีเซีย-จีน เปิดตัวระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเชื่อมต่อมาตรฐาน QRIS เข้ากับ Alipay+ และ UnionPay มุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ MSMEs กว่า 40 ล้านรายในอินโดนีเซีย เข้าถึงฐานผู้ใช้งานชาวจีน 1.4 พันล้านคน เดินหน้ายุทธศาสตร์ใช้สกุลเงินท้องถิ่น (LCT) ลดความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) และธนาคารกลางประชาชนจีน (People’s Bank of China) ประกาศเปิดตัวการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ข้ามพรมแดนอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการบูรณาการมาตรฐาน Quick Response Code Indonesian Standard (QRIS) ของอินโดนีเซีย เข้ากับระบบการชำระเงินของจีนผ่านแพลตฟอร์ม Alipay+ ซึ่งเป็น Unified Wallet Gateway ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ UnionPay International
การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเป็นการสร้างช่องทางการค้าดิจิทัลระหว่างประชากรจีนกว่า 1.4 พันล้านคน และประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกกว่า 280 ล้านคน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมผ่าน e-wallet ของตนเองในต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Alipay และ UnionPay สามารถชำระเงินให้กับร้านค้าที่รองรับมาตรฐาน QRIS ในอินโดนีเซียได้มากกว่า 40 ล้านแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs) ในขณะที่ผู้ใช้งาน e-wallet และแอปพลิเคชันธนาคารจากอินโดนีเซียที่รองรับ QRIS จะสามารถสแกนชำระเงิน ณ จุดรับชำระของ Alipay และ UnionPay ในประเทศจีนได้มากกว่า 80 ล้านจุด
นอกจากความสะดวกในการทำธุรกรรมแล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency Transaction) สำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลดต้นทุนการทำธุรกรรม และสร้างเสถียรภาพทางการเงินระหว่างสองประเทศ
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่านักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าสู่อินโดนีเซียสูงถึง 1.34 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี การเปิดระบบชำระเงินที่ไร้รอยต่อจึงเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ของร้านค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่ม MSMEs ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 99% ของธุรกิจทั้งหมดในอินโดนีเซีย เนื่องจากผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบใหม่เพิ่มเติม แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน QRIS เดิมเพื่อรับชำระเงินจากต่างชาติได้ทันที
ไมเคิล กัว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ คือรากฐานของการชำระเงินข้ามพรมแดนยุคใหม่ ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกได้”
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างระบบนิเวศการชำระเงินแบบเรียลไทม์ที่เปิดกว้างและครอบคลุมทั่วเอเชีย ต่อยอดจากการเชื่อมต่อ QRIS ข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ โดยมี Alipay+ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อระบบการชำระเงินระดับชาติเข้าด้วยกัน
ปัจจุบัน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านแพลตฟอร์ม Alipay+ ได้เชื่อมต่อกับ e-wallet และแอปพลิเคชันธนาคารนานาชาติกว่า 50 ราย ครอบคลุมบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านบัญชี และร้านค้ามากกว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก รวมถึงระบบการชำระเงินระดับชาติกว่า 10 ระบบ ซึ่งการเปิดตัวในตลาดอินโดนีเซียและจีนครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเร่งอัตราการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ