โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมติดกำไล EM ทักษิณ ในเรือนจำ ก่อนปล่อยตัวพักโทษ ย้ำ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

มติคณะอนุกรรมการฯ สั่งติดกำไล EM ทักษิณ ระหว่างพักโทษจนกว่าจะพ้นโทษถือเป็นที่สิ้นสุด ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง จันทร์ 11 สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 เข้าติดกำไล EM ให้ทักษิณภายในเรือนจำฯ ก่อนปล่อยตัวพักโทษ

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติโดยเห็นว่าอดีตนายกฯ มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 นั้น ถือเป็นมติถึงที่สุดแล้วจากการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพราะคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้อย่างครบถ้วน มติของคณะอนุกรรมการฯ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับกำหนดการติดกำไล EM ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 จะเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อติดกำไล EM ให้แก่อดีตนายกฯ และแจ้งเรื่องขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์กำไล EM พร้อมกับดำเนินการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเหตุที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 นั้น เนื่องจากเรือนจำกลางคลองเปรม อยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร จึงอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ส่วนการรายงานตัว รับทราบเงื่อนไข หลักการปฏิบัติตนระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือนนั้น ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ 11 พ.ค.69-13 พ.ค.69 นายทักษิณ จะต้องเดินทางไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตบางพลัด สถานที่พักโทษ“บ้านจันทร์ส่องหล้า” ตามที่ผู้อุปการะของนายทักษิณได้แจ้งไว้ โดยนายทักษิณจะต้องไปรับทราบละเอียดทั้งหมด

ทั้งนี้ เนื่องด้วยนายทักษิณเหลือระยะเวลาการคุมประพฤติเพียง 4 เดือน (จนถึงวันที่ 9 ก.ย.69) ดังนั้น การรายงานตัวของนายทักษิณกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง รวมเป็นรายงานตัวทั้งสิ้น 4 ครั้ง หรือหากจะเป็นกรณี 2 เดือนค่อยรายงานตัว 1 ครั้ง ก็จะเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติกับผู้ถูกคุมประพฤติจะพูดคุยประสานงานกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปเมื่อครั้งการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษฯ ก่อนหน้านี้ พบว่านายทักษิณ ได้มีการรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ครบทุกครั้ง ไม่มีปัญหาใด ๆ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า สำหรับนายทักษิณ ถือเป็นผู้ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นการทั่วไป ดังนั้น การติดกำไล EM จะต้องถูกติดไปจนกว่าจะพ้นโทษ ในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งก็เป็นไปตามมติของอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ส่วนการจะขอปลดกำไล EM ระหว่างการคุมประพฤติ เนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะเหตุจำเป็นต้องเข้าอุโมงเพื่อทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการรักษาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุความเข้มสูงนั้น ตามขั้นตอนปกติแล้ว หากผู้ถูกคุมประพฤติจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นครั้งคราว และติดอุปสรรคของกำไล EM ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM ชั่วคราวได้ โดยใช้เอกสารที่มีความเห็นของแพทย์ ที่ระบุชัดเจนเลยว่า “กำไล EM มันเป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาลจริง” รวมถึงแจ้งเหตุความจำเป็นของการรับการรักษาพยาบาลอย่างครบถ้วน ในวันเวลาใดบ้าง เพื่อยื่นประกอบการพิจารณาให้แก่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติเจ้าของสำนวนคุมประพฤติดังกล่าวได้ อาทิ

กรณีของอดีตนายกฯ ก็จะต้องยื่นคำร้องไปยังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อจะได้ปลดกำไล EM เป็นการชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาพยาบาล ก็จึงกลับมาติดกำไล EM ดังเดิม แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือป่วยติดเตียง หรือข้อเท้าเป็นแผลพุพอง หรือการติดกำไล EM ทำให้เผชิญปัญหาสุขภาพย่ำแย่ลง ทางผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM แบบถาวรมายังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เช่นเดียวกัน เพื่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะเสนอรายงานไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ แต่ก็จะเป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ว่าจะให้ปลดกำไล EM ระหว่างพักโทษคุมประพฤติด้วยเหตุทางด้านสุขภาพหรือการรับการรักษาพยาบาลตามที่ผู้ร้องยื่นคำขอหรือไม่โดยจะเป็นชุดคณะอนุกรรมการฯ เดียวกันกับที่เคยมีมติให้ต้องติดกำไล EM ซึ่งถ้าคณะอนุกรรมการฯ มีมติอย่างไร กรมคุมประพฤติก็มีหน้าที่ต้องทำตามมติของคณะอนุกรรมการฯ ทุกประการ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า สำหรับเงื่อนไขการห้ามกระทำการใด ๆ ระหว่างพักโทษคุมประพฤติในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร พบว่ามติของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษอื่นใด โดยเฉพาะเรื่องการเมืองก็ไม่ได้ระบุห้ามไว้ ยังคงเป็นเงื่อนไขปกติเหมือนกับผู้พักโทษรายอื่นทุกคน อันประกอบด้วย 1.ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วันนับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษ 2.ต้องพักอาศัยอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสำคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน 3.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับนั้น ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 4.ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 5.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด 6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทำความผิดขึ้นอีก 7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 8.ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกำลังต้องโทษอยู่ และ 9.ต้องแสดงหนังสือสำคัญการปล่อยตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อมีการเรียกให้แสดง และหากหนังสือสำคัญการปล่อยตัวสูญหายให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า สำหรับผู้ถูกคุมประพฤติ เงื่อนไขชัดเจนคือห้ามออกนอกเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ทางผู้ถูกคุมประพฤติก็สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้ โดยต้องระบุเหตุผลการไปสถานที่นั้น ๆ ว่าไปปลายทางคือที่ใด มีวัตถุประสงค์เพื่อการใด ไประยะเวลากี่วัน เป็นต้น ส่วนถ้าจะเดินทางไปต่างประเทศระหว่างการคุมประพฤตินั้น ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าสถานะของผู้พักโทษคุมประพฤติ ก็ยังคงสถานะผู้ต้องขัง ยังไม่ใช่การพ้นโทษ ดังนั้น ผู้ต้องขังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้

แหล่งข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีหากผู้ถูกคุมประพฤติหรือได้รับการพักการลงโทษคุมประพฤติ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามรายละเอียดเนื้อหาของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปในวันสำคัญใด ๆ ก็จะได้รับการพ้นโทษทันที เพราะส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ก็คือคนที่โทษเหลือน้อย อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และนอกจากนี้ เรื่องหมายปล่อยตัวพ้นโทษนั้น หากผู้ต้องขังรายใด หรือผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษรายใด ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ (พ้นโทษก่อนกำหนด) ทางกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องรายชื่อผู้ต้องขัง คุณสมบัติผู้ต้องขัง ก็จะเป็นฝ่ายดำเนินการเตรียมข้อมูลเสนอศาล เพื่อศาลออกหมายปล่อยผู้นั้นไป รวมถึงต้องแจ้งไปยังกรมคุมประพฤติรับทราบตามขั้นตอนด้วย

ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับการติดกำไล EM กับอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ทางเรายังไม่ได้รับแจ้งจากกรมคุมประพฤติ ว่าจะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติมาติดกำไล EM ยังเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.69 เลยหรือไม่ ซึ่งทางเราก็คงรอดูในวันดังกล่าว โดยหากทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เดินทางมายังเรือนจำฯ เพื่อแจ้งเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติ เราก็จะได้รับทราบระเบียบ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ภายในวันนั้นเช่นเดียวกัน และภายหลังจากที่อดีตนายกฯ ขึ้นรถยนต์ออกจากพื้นที่เรือนจำฯ ไปแล้วนั้น ตามกำหนดการจะเคลื่อนไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้าอย่างไรก็ตาม การรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เราจะต้องดำเนินการภายในสามวัน คือ ตั้งแต่วันที่ 11-13 พ.ค.69 ซึ่งก็จะเป็นดุลพินิจของท่านอดีตนายกฯ ว่าจะประสงค์เดินทางเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติในวันเวลาใด แต่อย่างไรเเล้วเราก็ต้องดำเนินการภายใน 3 วันดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 นายทักษิณ จะเริ่มกระบวนการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. และจะปรากฏตัวออกจากแดนพยาบาล มายังประตูหน้าเรือนจำฯ เวลา 07.45 น. จากนั้นในเวลา 08.00 น. อดีตนายกฯ จะร่วมยืนตรงเคารพธงชาติไทย โดยมีลูกหลานชินวัตรรวม 10 ราย นำโดยบุตรสาวและบุตรชายของนายทักษิณ ร่วมยืนต้อนรับและรอสวมกอดคลายความคิดถึง ก่อนที่อดีตนายกฯ จะได้ยืนทักทายเพียงเล็กน้อยเพื่อให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพและขอบคุณพี่น้องคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถยนต์เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่เรือนจำกลางคลองเปรมไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า

ส่วนการจัดเตรียมพื้นที่รองรับภายในวันดังกล่าวของเรือนจำกลางคลองเปรม ทางด้านนายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ได้ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ทางเรือนจำกลางคลองเปรมยังคงเปิดให้บริการเยี่ยมญาติสำหรับผู้ต้องขังปกติ ไม่ได้มีการปิดบริการเยี่ยมญาติแต่อย่างใด ขณะที่การเตรียมความพร้อมรองรับสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มาติดตามทำข่าวในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 โดยบริเวณด้านหน้าประตูเรือนจำฯ ทางเข้า-ออก จะมีการนำแผงเหล็กกั้น แบ่งเป็น ฝั่งฟุตปาธ (ฝั่งเดียวกับร้านกาแฟหับเผยเรือนจำกลางคลองเปรม) จะเป็นจุดสำหรับครอบครัวชินวัตร ขณะที่ฝั่งฟุตปาธทางด้านอาคารเยี่ยมญาติ จะเป็นพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนทุกสำนักและคนเสื้อแดง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตรียมติดกำไล EM ทักษิณ ในเรือนจำ ก่อนปล่อยตัวพักโทษ ย้ำ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...