โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ASEAN Week เกาะติด ข่าวอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ (3 – 9 พ.ค. 2569)

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 09.48 น.

ASEAN Week ในสัปดาห์นี้ (3 - 9 พ.ค. 2569) อัปเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับ ASEAN Week “การเงินธนาคาร” จะพาไปติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 3 - 9 พฤษภาคม 2569 ได้แก่

สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม กางแผนปี 69 ดันมูลค่าค้าสองฝ่ายแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รับวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สภาธุรกิจไทย-เวียดนามประกาศแผนปี 2569 เดินหน้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รับวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต หลังปี 2568 การค้ารวมขยายตัวสู่ระดับ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยยังเกินดุลการค้าและครองตำแหน่งนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญในเวียดนาม ด้วยมูลค่าลงทุนสะสมกว่า 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน 789 โครงการ ขณะที่เวียดนามโชว์ศักยภาพเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง GDP ปีล่าสุดขยายตัว 8.02% พร้อมตั้งเป้าพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต โดยความร่วมมือระยะต่อไปจะเน้นการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานหมุนเวียน และดิจิทัล รวมถึงการเชื่อมโยงธุรกิจไทย-เวียดนามให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

“ผู้นำอาเซียน” ถกวิกฤตพลังงาน-สงครามอิหร่าน หวังเพิ่มความร่วมมือรับเศรษฐกิจผันผวน

ผู้นำอาเซียนประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์เพื่อหารือแนวทางเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการรับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอาหารที่พุ่งสูง รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานสะดุด โดยที่ประชุมยังหารือประเด็นความมั่นคงสำคัญ ทั้งข้อพิพาททะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองเมียนมา และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ฟิลิปปินส์ผลักดันการออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับวิกฤตตะวันออกกลาง รวมถึงเสนอแนวคิดกลไกแบ่งปันน้ำมันสำรองระหว่างสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะต่อไป

“ชาวนาอินเดีย-เวียดนาม-ไทย” เตรียมรับมือวิกฤต ราคาปุ๋ย พุ่ง ขณะฤดูเพาะปลูกเริ่มต้น

ชาวนาในอินเดีย เวียดนาม และไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาปุ๋ยยูเรียที่พุ่งสูงอย่างรุนแรงในช่วงเริ่มฤดูเพาะปลูก หลังสงครามอิหร่านและวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกระทบการผลิตและขนส่งปุ๋ยจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของโลก โดยราคายูเรียในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกข้าวและค่าขนส่งพุ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารโลกเตือนว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ หลายประเทศในเอเชียอาจเผชิญภาวะขาดแคลนวัตถุดิบทางการเกษตรและผลผลิตลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอาหารโลก เนื่องจากอินเดีย เวียดนาม และไทย เป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายสำคัญของโลกในช่วงที่หลายประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจำนวนมาก

เปลี่ยนทิศ! “อาเซียน” เร่งหาน้ำมันแหล่งใหม่ หลังตะวันออกกลางสะดุด ไทย-เวียดนามกระทบหนัก

ประเทศในอาเซียนกำลังเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ส่งผลให้หลายประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางและหันไปนำเข้าจากสหรัฐ บรูไน ลิเบีย รวมถึงประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้แทน โดยไทยลดนำเข้าจาก UAE และซาอุดีอาระเบียอย่างมาก พร้อมเพิ่มนำเข้าจากบรูไนและลิเบีย ขณะที่เวียดนามได้รับผลกระทบหนักจากการพึ่งพาน้ำมันคูเวตกว่า 80% จึงต้องเร่งหาซัพพลายใหม่จากหลายประเทศ ส่วนสิงคโปร์ลดนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางลงกว่า 60% และหันพึ่งสหรัฐมากขึ้น ด้านนักวิเคราะห์มองว่ารัสเซียอาจเป็นแหล่งสำรองสำคัญในอนาคต แม้ปริมาณยังไม่เพียงพอ ขณะที่เศรษฐกิจอาเซียนยังได้แรงหนุนจากการส่งออกและความต้องการเทคโนโลยี–AI ที่ช่วยพยุงการเติบโตของภูมิภาคต่อเนื่อง

ไทย

นายกฯ บินร่วมประชุมอาเซียน 7-9 พ.ค. ชูไทยเป็นตัวเชื่อมความร่วมมือภูมิภาค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่อนาคตร่วมกัน” โดยไทยเตรียมผลักดันบทบาทการเป็น “ตัวเชื่อมความร่วมมือ” ของภูมิภาค ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงอาหาร และการรับมือความท้าทายข้ามพรมแดน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมใช้เวทีหารือทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนอาเซียนร่วมกัน

นายกฯ พบ “ฮุน มาเนต” ถกชายแดนไทย-กัมพูชา นอกรอบอาเซียน หวังลดตึงเครียดฟื้นความเชื่อมั่น

ไทยและกัมพูชาเตรียมหารือร่วมกับฟิลิปปินส์นอกรอบการประชุมอาเซียนที่เมืองเซบู เพื่อหารือสถานการณ์ชายแดนที่ยังเปราะบาง แม้ทั้งสองฝ่ายยังรักษาข้อตกลงหยุดยิงไว้ได้ หลังเหตุปะทะรุนแรงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 150 คน และประชาชนอพยพกว่า 300,000 คน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการเจรจาต้องยึดหลักปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของไทย ขณะที่ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเข้ามาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการหารือ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังลุกลามถึงประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและการยกเลิกข้อตกลงพลังงานร่วมล่าสุดของไทยกับกัมพูชา

นายกฯ ชู 3 ยุทธศาสตร์อาเซียน “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-ทันโลก” รับมือโลกผันผวน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสนอ 3 แนวทางยุทธศาสตร์สำคัญบนเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบ Retreat Session ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อให้อาเซียนรับมือโลกที่ผันผวนและคาดการณ์ยากมากขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก โดยเน้นการเสริมสร้าง “เอกภาพ” ของภูมิภาค การเพิ่ม “ความยืดหยุ่น” ผ่านการรักษา ASEAN Centrality และการเสริมบทบาทอาเซียนให้ยังคงเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก พร้อมชี้ว่าอาเซียนต้องปรับจากการตั้งรับมาเป็นการตอบสนองเชิงรุกต่อวิกฤตโลก ขณะเดียวกันยังเสนอให้อาเซียนกลับเข้าไปมีส่วนร่วมกับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนการเจรจาและการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ โดยย้ำว่าอาเซียนยังเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาคท่ามกลางความปั่นป่วนของโลกในปัจจุบัน

เวียดนาม

“เวียดนาม” เร่งปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หลังสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศน่ากังวลสูงสุดด้าน IP

เวียดนามเร่งยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งภาพยนตร์ เกมออนไลน์ สินค้าปลอม และเครื่องหมายการค้า หลังสหรัฐจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่น่ากังวลสูงสุดด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมตั้งเป้าเพิ่มคดีบังคับใช้กฎหมายอีก 20% โดยรัฐบาลเวียดนามยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและภาคธุรกิจ ขณะที่สหรัฐอาจพิจารณาใช้มาตรการทางการค้าภายใต้มาตรา 301 หากเวียดนามยังแก้ปัญหาไม่คืบหน้า ท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่เริ่มชะงักจากความขัดแย้งเรื่องภาษีและการหลีกเลี่ยงมาตรการการค้าผ่านประเทศที่สาม

“เวียดนาม” ถมทะเลเพิ่ม 534 เอเคอร์ ด้าน “จีน” จ่อสร้างเกาะใหญ่สุดในทะเลจีนใต้

เวียดนามเร่งขยายฐานที่มั่นในทะเลจีนใต้ด้วยการถมทะเลเพิ่มอีก 534 เอเคอร์ในรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ถมทะเลรวมแตะ 2,771 เอเคอร์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนำร่องทางอากาศในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ขณะที่จีนยังคงขยายอิทธิพลเหนือกว่า โดยมีพื้นที่เกาะเทียมรวมกว่า 5,460 เอเคอร์ และกำลังพัฒนาแนวปะการัง Antelope Reef ให้กลายเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางข้อพิพาทอธิปไตยที่ยืดเยื้อระหว่างสองประเทศ แม้จีนและเวียดนามยังคงเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการทูตควบคู่กันไปก็ตาม

ฟิลิปปินส์

“เศรษฐกิจฟิลิปปินส์” โตต่ำคาด Q1/69 ขยายตัว 2.8% รับพิษสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่ง

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และชะลอลงจากไตรมาสก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ค่าเงินเปโซอ่อนค่า และปัญหาทุจริตภาครัฐที่กระทบการลงทุนและการบริโภคในประเทศ โดยการลงทุนภายในประเทศหดตัว 3.3% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมติดลบ ส่งผลให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตช้าที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ธนาคารกลางมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและค่าเงินที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง

“เงินเฟ้อฟิลิปปินส์” พุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี แตะ 7.2% พลังงาน-ขนส่งดันราคาพุ่ง

เงินเฟ้อฟิลิปปินส์เดือนเมษายนพุ่งแตะ 7.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งพุ่ง 21% ขณะที่หมวดที่อยู่อาศัย ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 8% รวมถึงราคาอาหาร โดยเฉพาะข้าวและปลา ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางการพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 90% ของประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางฟิลิปปินส์ที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่รัฐบาลเร่งออกมาตรการอุดหนุนค่าน้ำมันและควบคุมราคาสินค้าจำเป็น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังผันผวนสูง

มาเลเซีย

“มาเลเซีย” เร่งยกระดับระบบชำระเงินเรียลไทม์ในยุค AI หลังธุรกรรม QR อาเซียนพุ่งแรง

มาเลเซียเร่งยกระดับระบบชำระเงินเรียลไทม์และ QR ข้ามพรมแดนในยุค AI หลังธุรกรรมดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย PayNet ประมวลผลธุรกรรมกว่า 8.44 พันล้านรายการในปี 2568 ขณะที่ธุรกรรม QR ระหว่างประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ท่ามกลางความกังวลจากหน่วยงานการเงินและไซเบอร์เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการฉ้อโกงออนไลน์และ AI ที่อาจทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ ส่งผลให้มาเลเซียเร่งพัฒนาระบบตรวจจับการโกงแบบเรียลไทม์ รวมถึง AI วิเคราะห์พฤติกรรมธุรกรรมและกลไกติดตามเส้นทางเงินร่วมกับธนาคารและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมผลักดันแนวคิด “AI อธิปไตย” และความร่วมมือระดับอาเซียน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลในอนาคต

“ธนาคารกลางมาเลเซีย” มีมติคงดอกเบี้ย 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5

ธนาคารกลางมาเลเซียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มกดดันเศรษฐกิจและเพิ่มภาระอุดหนุนพลังงานของรัฐบาล แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกยังขยายตัว 5.3% แต่เริ่มชะลอจากผลกระทบด้านพลังงานและภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ธนาคารกลางมองว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยมาเลเซียยังถือเป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือวิกฤตพลังงานได้ดีที่สุดในภูมิภาคจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังต่ำ และค่าเงินริงกิตที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียปี 2569

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย-จีน เชื่อมระบบชำระเงิน QR Cross-border ผ่าน Alipay+ หนุนการค้าสองทาง

อินโดนีเซียและจีนเปิดตัวระบบชำระเงิน QR Cross-border เชื่อมมาตรฐาน QRIS ของอินโดนีเซียเข้ากับ Alipay+ และ UnionPay อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนและสนับสนุนผู้ประกอบการ MSMEs กว่า 40 ล้านรายของอินโดนีเซียให้เข้าถึงผู้ใช้งานชาวจีนกว่า 1.4 พันล้านคน โดยผู้ใช้ Alipay และ UnionPay สามารถสแกนจ่ายผ่านร้านค้าที่รองรับ QRIS ในอินโดนีเซียได้ทันที ขณะที่ผู้ใช้งานจากอินโดนีเซียก็สามารถใช้ e-wallet ชำระเงินในจีนได้มากกว่า 80 ล้านจุดรับชำระ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังมุ่งผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมเพื่อลดต้นทุนและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง

“ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” เข้าแทรกแซงตลาด หลังรูเปียห์อ่อนค่าแตะ 17,422 ต่อดอลลาร์

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เข้าแทรกแซงตลาดเงินอย่างเร่งด่วน หลังค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดใหม่ที่ 17,422 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยธนาคารกลางใช้หลายมาตรการทั้งการแทรกแซงตลาด NDF ในต่างประเทศ การซื้อขายเงินตราในประเทศ และการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน ขณะที่สกุลเงินในเอเชียหลายประเทศ เช่น รูปีอินเดียและเปโซฟิลิปปินส์ ก็เผชิญแรงกดดันอ่อนค่าเช่นกัน โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียยืนยันว่าจะติดตามและดูแลตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ค่าเงินเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ

“อินโดนีเซีย” เกินดุลการค้าเกินคาด แม้ส่งออกสะดุด แต่เสี่ยงโดนน้ำมัน-สงครามกดดัน

อินโดนีเซียเผยดุลการค้าเดือนมีนาคมเกินดุล 3.32 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด แม้การส่งออกจะหดตัว 3.1% จากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ โดยเฉพาะจากจีน รวมถึงการลดลงของการส่งออกสินค้าเหมืองแร่และเกษตร ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดใหม่ ท่ามกลางความกังวลสงครามอิหร่านและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนนำเข้าและกดดันเศรษฐกิจในระยะต่อไป แม้อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนจะชะลอลง และรัฐบาลยังใช้นโยบายอุดหนุนพลังงานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยธนาคารกลางคาดว่ายังสามารถคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% ได้ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...