ASEAN Week เกาะติด ข่าวอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ (3 – 9 พ.ค. 2569)
ASEAN Week ในสัปดาห์นี้ (3 - 9 พ.ค. 2569) อัปเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับ ASEAN Week “การเงินธนาคาร” จะพาไปติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 3 - 9 พฤษภาคม 2569 ได้แก่
- เปลี่ยนทิศ! “อาเซียน” เร่งหาน้ำมันแหล่งใหม่ หลังตะวันออกกลางสะดุด ไทย-เวียดนามกระทบหนัก
- “อินโดนีเซีย” เกินดุลการค้าเกินคาด แม้ส่งออกสะดุด แต่เสี่ยงโดนน้ำมัน-สงครามกดดัน
- “เงินเฟ้อฟิลิปปินส์” พุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี แตะ 7.2% พลังงาน-ขนส่งดันราคาพุ่ง
- “ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” เข้าแทรกแซงตลาด หลังรูเปียห์อ่อนค่าแตะ 17,422 ต่อดอลลาร์
- นายกฯ บินร่วมประชุมอาเซียน 7-9 พ.ค. ชูไทยเป็นตัวเชื่อมความร่วมมือภูมิภาค
- “เวียดนาม” เร่งปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หลังสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศน่ากังวลสูงสุดด้าน IP
- สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม กางแผนปี 69 ดันมูลค่าค้าสองฝ่ายแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รับวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
- “เศรษฐกิจฟิลิปปินส์” โตต่ำคาด Q1/69 ขยายตัว 2.8% รับพิษสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่ง
- “ผู้นำอาเซียน” ถกวิกฤตพลังงาน-สงครามอิหร่าน หวังเพิ่มความร่วมมือรับเศรษฐกิจผันผวน
- “มาเลเซีย” เร่งยกระดับระบบชำระเงินเรียลไทม์ในยุค AI หลังธุรกรรม QR อาเซียนพุ่งแรง
- “ชาวนาอินเดีย-เวียดนาม-ไทย” เตรียมรับมือวิกฤต ราคาปุ๋ย พุ่ง ขณะฤดูเพาะปลูกเริ่มต้น
- “ธนาคารกลางมาเลเซีย” มีมติคงดอกเบี้ย 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5
- “ไทย-กัมพูชา” เตรียมหารือนอกรอบประชุมอาเซียน หลังเหตุปะทะชายแดนยังไร้ทางออกถาวร
- นายกฯ เตรียมพบ “ฮุน มาเนต” หารือ 3 ฝ่ายไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ วันนี้ 18.00 น.
- นายกฯ ชู 3 ยุทธศาสตร์อาเซียน “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-ทันโลก” รับมือโลกผันผวน
- “เวียดนาม” ถมทะเลเพิ่ม 534 เอเคอร์ ด้าน “จีน” จ่อสร้างเกาะใหญ่สุดในทะเลจีนใต้
- อินโดนีเซีย-จีน เชื่อมระบบชำระเงิน QR Cross-border ผ่าน Alipay+ หนุนการค้าสองทาง
สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม กางแผนปี 69 ดันมูลค่าค้าสองฝ่ายแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รับวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
สภาธุรกิจไทย-เวียดนามประกาศแผนปี 2569 เดินหน้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รับวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต หลังปี 2568 การค้ารวมขยายตัวสู่ระดับ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยยังเกินดุลการค้าและครองตำแหน่งนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญในเวียดนาม ด้วยมูลค่าลงทุนสะสมกว่า 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน 789 โครงการ ขณะที่เวียดนามโชว์ศักยภาพเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง GDP ปีล่าสุดขยายตัว 8.02% พร้อมตั้งเป้าพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต โดยความร่วมมือระยะต่อไปจะเน้นการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานหมุนเวียน และดิจิทัล รวมถึงการเชื่อมโยงธุรกิจไทย-เวียดนามให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก
“ผู้นำอาเซียน” ถกวิกฤตพลังงาน-สงครามอิหร่าน หวังเพิ่มความร่วมมือรับเศรษฐกิจผันผวน
ผู้นำอาเซียนประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์เพื่อหารือแนวทางเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการรับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอาหารที่พุ่งสูง รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานสะดุด โดยที่ประชุมยังหารือประเด็นความมั่นคงสำคัญ ทั้งข้อพิพาททะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองเมียนมา และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ฟิลิปปินส์ผลักดันการออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับวิกฤตตะวันออกกลาง รวมถึงเสนอแนวคิดกลไกแบ่งปันน้ำมันสำรองระหว่างสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะต่อไป
“ชาวนาอินเดีย-เวียดนาม-ไทย” เตรียมรับมือวิกฤต ราคาปุ๋ย พุ่ง ขณะฤดูเพาะปลูกเริ่มต้น
ชาวนาในอินเดีย เวียดนาม และไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาปุ๋ยยูเรียที่พุ่งสูงอย่างรุนแรงในช่วงเริ่มฤดูเพาะปลูก หลังสงครามอิหร่านและวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกระทบการผลิตและขนส่งปุ๋ยจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของโลก โดยราคายูเรียในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกข้าวและค่าขนส่งพุ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารโลกเตือนว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ หลายประเทศในเอเชียอาจเผชิญภาวะขาดแคลนวัตถุดิบทางการเกษตรและผลผลิตลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอาหารโลก เนื่องจากอินเดีย เวียดนาม และไทย เป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายสำคัญของโลกในช่วงที่หลายประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจำนวนมาก
เปลี่ยนทิศ! “อาเซียน” เร่งหาน้ำมันแหล่งใหม่ หลังตะวันออกกลางสะดุด ไทย-เวียดนามกระทบหนัก
ประเทศในอาเซียนกำลังเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ส่งผลให้หลายประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางและหันไปนำเข้าจากสหรัฐ บรูไน ลิเบีย รวมถึงประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้แทน โดยไทยลดนำเข้าจาก UAE และซาอุดีอาระเบียอย่างมาก พร้อมเพิ่มนำเข้าจากบรูไนและลิเบีย ขณะที่เวียดนามได้รับผลกระทบหนักจากการพึ่งพาน้ำมันคูเวตกว่า 80% จึงต้องเร่งหาซัพพลายใหม่จากหลายประเทศ ส่วนสิงคโปร์ลดนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางลงกว่า 60% และหันพึ่งสหรัฐมากขึ้น ด้านนักวิเคราะห์มองว่ารัสเซียอาจเป็นแหล่งสำรองสำคัญในอนาคต แม้ปริมาณยังไม่เพียงพอ ขณะที่เศรษฐกิจอาเซียนยังได้แรงหนุนจากการส่งออกและความต้องการเทคโนโลยี–AI ที่ช่วยพยุงการเติบโตของภูมิภาคต่อเนื่อง
ไทย
นายกฯ บินร่วมประชุมอาเซียน 7-9 พ.ค. ชูไทยเป็นตัวเชื่อมความร่วมมือภูมิภาค
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่อนาคตร่วมกัน” โดยไทยเตรียมผลักดันบทบาทการเป็น “ตัวเชื่อมความร่วมมือ” ของภูมิภาค ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงอาหาร และการรับมือความท้าทายข้ามพรมแดน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมใช้เวทีหารือทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนอาเซียนร่วมกัน
นายกฯ พบ “ฮุน มาเนต” ถกชายแดนไทย-กัมพูชา นอกรอบอาเซียน หวังลดตึงเครียดฟื้นความเชื่อมั่น
ไทยและกัมพูชาเตรียมหารือร่วมกับฟิลิปปินส์นอกรอบการประชุมอาเซียนที่เมืองเซบู เพื่อหารือสถานการณ์ชายแดนที่ยังเปราะบาง แม้ทั้งสองฝ่ายยังรักษาข้อตกลงหยุดยิงไว้ได้ หลังเหตุปะทะรุนแรงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 150 คน และประชาชนอพยพกว่า 300,000 คน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการเจรจาต้องยึดหลักปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของไทย ขณะที่ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเข้ามาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการหารือ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังลุกลามถึงประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและการยกเลิกข้อตกลงพลังงานร่วมล่าสุดของไทยกับกัมพูชา
นายกฯ ชู 3 ยุทธศาสตร์อาเซียน “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-ทันโลก” รับมือโลกผันผวน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสนอ 3 แนวทางยุทธศาสตร์สำคัญบนเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบ Retreat Session ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อให้อาเซียนรับมือโลกที่ผันผวนและคาดการณ์ยากมากขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก โดยเน้นการเสริมสร้าง “เอกภาพ” ของภูมิภาค การเพิ่ม “ความยืดหยุ่น” ผ่านการรักษา ASEAN Centrality และการเสริมบทบาทอาเซียนให้ยังคงเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก พร้อมชี้ว่าอาเซียนต้องปรับจากการตั้งรับมาเป็นการตอบสนองเชิงรุกต่อวิกฤตโลก ขณะเดียวกันยังเสนอให้อาเซียนกลับเข้าไปมีส่วนร่วมกับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนการเจรจาและการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ โดยย้ำว่าอาเซียนยังเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาคท่ามกลางความปั่นป่วนของโลกในปัจจุบัน
เวียดนาม
“เวียดนาม” เร่งปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หลังสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศน่ากังวลสูงสุดด้าน IP
เวียดนามเร่งยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งภาพยนตร์ เกมออนไลน์ สินค้าปลอม และเครื่องหมายการค้า หลังสหรัฐจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่น่ากังวลสูงสุดด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมตั้งเป้าเพิ่มคดีบังคับใช้กฎหมายอีก 20% โดยรัฐบาลเวียดนามยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและภาคธุรกิจ ขณะที่สหรัฐอาจพิจารณาใช้มาตรการทางการค้าภายใต้มาตรา 301 หากเวียดนามยังแก้ปัญหาไม่คืบหน้า ท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่เริ่มชะงักจากความขัดแย้งเรื่องภาษีและการหลีกเลี่ยงมาตรการการค้าผ่านประเทศที่สาม
“เวียดนาม” ถมทะเลเพิ่ม 534 เอเคอร์ ด้าน “จีน” จ่อสร้างเกาะใหญ่สุดในทะเลจีนใต้
เวียดนามเร่งขยายฐานที่มั่นในทะเลจีนใต้ด้วยการถมทะเลเพิ่มอีก 534 เอเคอร์ในรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ถมทะเลรวมแตะ 2,771 เอเคอร์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนำร่องทางอากาศในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ขณะที่จีนยังคงขยายอิทธิพลเหนือกว่า โดยมีพื้นที่เกาะเทียมรวมกว่า 5,460 เอเคอร์ และกำลังพัฒนาแนวปะการัง Antelope Reef ให้กลายเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางข้อพิพาทอธิปไตยที่ยืดเยื้อระหว่างสองประเทศ แม้จีนและเวียดนามยังคงเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการทูตควบคู่กันไปก็ตาม
ฟิลิปปินส์
“เศรษฐกิจฟิลิปปินส์” โตต่ำคาด Q1/69 ขยายตัว 2.8% รับพิษสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่ง
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และชะลอลงจากไตรมาสก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ค่าเงินเปโซอ่อนค่า และปัญหาทุจริตภาครัฐที่กระทบการลงทุนและการบริโภคในประเทศ โดยการลงทุนภายในประเทศหดตัว 3.3% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมติดลบ ส่งผลให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตช้าที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ธนาคารกลางมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและค่าเงินที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง
“เงินเฟ้อฟิลิปปินส์” พุ่งแรงสุดรอบ 3 ปี แตะ 7.2% พลังงาน-ขนส่งดันราคาพุ่ง
เงินเฟ้อฟิลิปปินส์เดือนเมษายนพุ่งแตะ 7.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งพุ่ง 21% ขณะที่หมวดที่อยู่อาศัย ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 8% รวมถึงราคาอาหาร โดยเฉพาะข้าวและปลา ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางการพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 90% ของประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางฟิลิปปินส์ที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่รัฐบาลเร่งออกมาตรการอุดหนุนค่าน้ำมันและควบคุมราคาสินค้าจำเป็น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังผันผวนสูง
มาเลเซีย
“มาเลเซีย” เร่งยกระดับระบบชำระเงินเรียลไทม์ในยุค AI หลังธุรกรรม QR อาเซียนพุ่งแรง
มาเลเซียเร่งยกระดับระบบชำระเงินเรียลไทม์และ QR ข้ามพรมแดนในยุค AI หลังธุรกรรมดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย PayNet ประมวลผลธุรกรรมกว่า 8.44 พันล้านรายการในปี 2568 ขณะที่ธุรกรรม QR ระหว่างประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ท่ามกลางความกังวลจากหน่วยงานการเงินและไซเบอร์เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการฉ้อโกงออนไลน์และ AI ที่อาจทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ ส่งผลให้มาเลเซียเร่งพัฒนาระบบตรวจจับการโกงแบบเรียลไทม์ รวมถึง AI วิเคราะห์พฤติกรรมธุรกรรมและกลไกติดตามเส้นทางเงินร่วมกับธนาคารและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมผลักดันแนวคิด “AI อธิปไตย” และความร่วมมือระดับอาเซียน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลในอนาคต
“ธนาคารกลางมาเลเซีย” มีมติคงดอกเบี้ย 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5
ธนาคารกลางมาเลเซียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มกดดันเศรษฐกิจและเพิ่มภาระอุดหนุนพลังงานของรัฐบาล แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกยังขยายตัว 5.3% แต่เริ่มชะลอจากผลกระทบด้านพลังงานและภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ธนาคารกลางมองว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยมาเลเซียยังถือเป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือวิกฤตพลังงานได้ดีที่สุดในภูมิภาคจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังต่ำ และค่าเงินริงกิตที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียปี 2569
อินโดนีเซีย
อินโดนีเซีย-จีน เชื่อมระบบชำระเงิน QR Cross-border ผ่าน Alipay+ หนุนการค้าสองทาง
อินโดนีเซียและจีนเปิดตัวระบบชำระเงิน QR Cross-border เชื่อมมาตรฐาน QRIS ของอินโดนีเซียเข้ากับ Alipay+ และ UnionPay อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนและสนับสนุนผู้ประกอบการ MSMEs กว่า 40 ล้านรายของอินโดนีเซียให้เข้าถึงผู้ใช้งานชาวจีนกว่า 1.4 พันล้านคน โดยผู้ใช้ Alipay และ UnionPay สามารถสแกนจ่ายผ่านร้านค้าที่รองรับ QRIS ในอินโดนีเซียได้ทันที ขณะที่ผู้ใช้งานจากอินโดนีเซียก็สามารถใช้ e-wallet ชำระเงินในจีนได้มากกว่า 80 ล้านจุดรับชำระ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังมุ่งผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมเพื่อลดต้นทุนและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง
“ธนาคารกลางอินโดนีเซีย” เข้าแทรกแซงตลาด หลังรูเปียห์อ่อนค่าแตะ 17,422 ต่อดอลลาร์
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เข้าแทรกแซงตลาดเงินอย่างเร่งด่วน หลังค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดใหม่ที่ 17,422 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงเทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยธนาคารกลางใช้หลายมาตรการทั้งการแทรกแซงตลาด NDF ในต่างประเทศ การซื้อขายเงินตราในประเทศ และการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน ขณะที่สกุลเงินในเอเชียหลายประเทศ เช่น รูปีอินเดียและเปโซฟิลิปปินส์ ก็เผชิญแรงกดดันอ่อนค่าเช่นกัน โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียยืนยันว่าจะติดตามและดูแลตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ค่าเงินเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ
“อินโดนีเซีย” เกินดุลการค้าเกินคาด แม้ส่งออกสะดุด แต่เสี่ยงโดนน้ำมัน-สงครามกดดัน
อินโดนีเซียเผยดุลการค้าเดือนมีนาคมเกินดุล 3.32 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด แม้การส่งออกจะหดตัว 3.1% จากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอ โดยเฉพาะจากจีน รวมถึงการลดลงของการส่งออกสินค้าเหมืองแร่และเกษตร ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดใหม่ ท่ามกลางความกังวลสงครามอิหร่านและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนนำเข้าและกดดันเศรษฐกิจในระยะต่อไป แม้อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนจะชะลอลง และรัฐบาลยังใช้นโยบายอุดหนุนพลังงานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยธนาคารกลางคาดว่ายังสามารถคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% ได้ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด