โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภาคสองของบทสัมภาษณ์ ‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Netflix ครอบคลุมกลยุทธ์ Netflix ในไทยปี 2569 มุมมองที่มีต่อจุดอ่อนจุดแข็งของคอนเทนต์ไทย ตลอดจนโครงการพัฒนาบุคคลากรเข้าสู่วงการบันเทิงไทยที่ออกดอกออกผลอย่างแท้จริง

วางกลยุทธ์คอนเทนต์ไทยปี 2569 ไว้อย่างไร มีความสำเร็จอะไรที่ต้องสานต่อ มีความริเริ่มสร้างสรรค์อะไรที่อยากนำมาให้คนไทยได้รับชม

มาโลบิกา: จากที่ประกาศไปในงาน Next on Netflix 2026 เรามุ่งมั่นที่จะเป็น “One Stop Destination ที่กว้างขวางที่สุดสำหรับคนที่อยากดูคอนเทนต์ไทย” ทั้งแนว (genre) ที่หลากหลาย โปรดักชั่นที่ใหญ่ขึ้น มีทั้งละคร หนังบ็อกซ์ออฟฟิศ เรียลลิตี้ต่าง ๆ ใครก็ตามถ้ามาที่เน็ตฟลิกซ์จะค้นพบสิ่งที่เขาอยากดูอย่างแน่นอน

นั่นคือสิ่งที่จะโฟกัสในปี 2026 แต่สำหรับในระยะยาวคือ “การลงลึก” ในความหลากหลายและคุณภาพ อย่างเช่น ถ้าพูดถึงละคร “ละครของเน็ตฟลิกซ์เป็นอย่างไร” เราจะรักษาดีเอ็นเอของละครเอาไว้ แต่เพิ่มความซับซ้อนของเรื่องราวให้มากขึ้น ยกตัวอย่างแนว horror มีการสร้างเกี่ยวกับตำนานพื้นบ้าน สิ่งเหนือธรรมชาติให้เห็นกันอยู่แล้ว ซึ่งมันเปิดโอกาสให้เน็ตฟลิกซ์เพิ่มความลึกเข้าไป เช่น ทำเป็นแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยา หรือ body horror พวก sub-genre ต่าง ๆ ของ horror

ส่วนแนวคอมเมดี้ที่เห็นกันเยอะมากทั้งทางทีวี และหนัง box office เราจะทำยังไงให้ยังรักษาดีเอ็นเอความตลกเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังสำรวจอารมณ์ความรู้สึก และสภาพความเป็นจริงทางสังคมไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ “ทำความเข้าใจให้ลึกขึ้น สร้างสรรค์แนวใหม่ ๆ มากขึ้น” คุณจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในปีต่อ ๆ ไป

สำหรับความสำเร็จที่เห็นกันอยู่แล้วนั้นเกิดจากการนำเรื่องที่คนดูรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองอยู่ในจอมาสร้าง เช่น ‘สาธุ’ แก่นของเรื่องคือความเชื่อ การทำบุญ การเอาชีวิตรอด high concept คือการใส่เรื่องสแกมเมอร์เข้าไปให้คนติดหนึบ หยุดดูไม่ได้ ขณะที่อารมณ์ความรู้สึกอันจริงแท้ของตัวละครทำให้คนรู้สึกอิน

ในไลน์อัพปีนี้ก็จะมีเรื่องที่คล้าย ๆ กันคือ ‘ทนายปีศาจ’ (Evil Lawyer) ซึ่งนำเสนอเรื่องความไม่เท่าเทียม ความอยุติธรรมในสังคมผ่านทนายความที่มีบุคลิกเทา ๆ

มันคือการหาเรื่องที่คนดูแล้วสามารถเชื่อมโยงกับตัวเองได้แล้วทำมันออกมาในแบบไทย ๆ ซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้ ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครนั้นเป็นเรื่องสากล ไม่ว่าคนชาติไหนก็เข้าใจ ดูแล้วอินตามได้ นั่นคือสิ่งที่เราเน้น

ความเห็นที่มีต่อ Thai Content จุดอ่อนจุดแข็ง สิ่งที่ยังพัฒนาได้อีก อัตลักษณ์ที่ควรรักษาไว้หากไทยคิดจะเจาะตลาดโลก ทั้งจากมุมมองในฐานะผู้บริหารและมุมมองผู้ที่มาจากต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา
มาโลบิกา: หากพิจารณาจากความสำเร็จของคอนเทนต์ไทยที่ขึ้นไปติดอันดับต้น ๆ บนเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Hunger, สืบสันดาน, เกมชนคนโสด ฉันคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดคนได้ก็คือ authenticity (ความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง) เรื่องราวที่ดีที่สุดสามารถมาได้จากทุกมุมโลก ไทยเราก็แค่รักษาความเป็นไทยที่แท้จริงเอาไว้ อย่าสูญเสียมันไปไม่ว่าจะทำแนวไหน นี่คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ

หากถามในฐานะคนดูทั่วไป คุณมาโลบิกามี Thai Content เรื่องโปรดหรือไม่ ชอบเพราะอะไร

มาโลบิกา: เรื่องโปรดในฐานะคนดูมีหลายเรื่องเลยค่ะ อย่าง ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ นอกจากความทรงจำในเรื่องของการทำงานเพราะเป็นเรื่องแรกที่ทำแล้ว ยังชอบด้วยบริบทความเป็น fine dining ที่ภาพสวยตระการตา การใช้เซตติงนั้นมาถ่ายทอดเรื่องความแตกต่างของชนชั้น ราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกกับความสำเร็จและความกดดัน ซึ่งให้ความรู้สึกร่วมสมัยเป็นอย่างมาก

อีกเรื่องหนึ่งคือ ‘สงคราม ส่งด่วน – Mad Unicorn’ เพราะโดยส่วนตัวแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความบ้า (ในเรื่องของการทำงาน) เหมือนสันติ ทำให้รู้สึกเอาใจช่วยให้เขาเอาชนะทุกอุปสรรคได้ แม้ว่าจะด้วยงานที่ทำให้ฉันต้องดูเรื่องนี้ แต่พอดูเข้าไปแล้วกลับหยุดไม่ได้ อยากรู้ว่าจะจบอย่างไร

‘สืบสันดาน’ การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในครอบครัวเศรษฐีที่มีความเป็นละครเมโลดรามา ทำให้ดูแล้วติดหนึบ อีกเรื่องที่ชอบคือ ‘หลานม่า’ เป็นบทพิสูจน์ว่าเรื่องที่เข้าถึงคนได้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ส่วนใหญ่แล้ว the best stories are the simplest one เรื่องราวมีแค่ความสัมพันธ์ระหว่างหลานชายกับอาม่า แต่การพูดเรื่องคนต่างรุ่น ความรัก ความผูกพัน การสูญเสียเป็นธีมสากล คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้

นอกจากการผลิต original Thai content อย่างต่อเนื่องมานับสิบปี Netflix ยังมีโครงการพัฒนาบุคคลากรในไทยหลากโครงการ โครงการใดประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมากที่สุด
มาโลบิกา: นอกเหนือจากการผลิตคอนเทนต์แล้ว Netflix ยังให้ความสำคัญเรื่องการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถเข้าสู่วงการ เราพิจารณาทำโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในโครงการที่เราภาคภูมิใจมากคือ “Reel Life Camp”

ตลอด 3 ครั้งของการจัดค่ายนี้ในประเทศไทย Netflix ฝึกอบรมผู้สร้างภาพยนตร์และซีรีส์ชาวไทยกว่า 200 คน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยผู้เข้าร่วมโครงการ 42 คน ได้มีโอกาสทำงานในผลงานของ Netflix 15 เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) และ สาธุ 2 (The Believers 2)

นอกจากนี้ ระหว่างปี 2021 จนถึงปี 2024 เน็ตฟลิกซ์ใช้เงินถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการผลิตคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มีนักแสดง และทีมงานรวมกันกว่า 13,500 คนที่ได้มีส่วนร่วมในตรงนี้

สำหรับโครงการในอนาคตอยู่ที่การประเมินว่าตลาดต้องการแรงงานประเภทใด ณ ขณะนี้เราจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลให้ได้ แต่สิ่งที่ฉันสามารถยืนยันได้ก็คือ เน็ตฟลิกซ์มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงกับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย กับการนำพาเรื่องราวของไทยออกมาให้ผู้ชมในประเทศไทยได้รับชมมากขึ้น และการเป็นแพลตฟอร์มที่นำมันออกสู่สายตาชาวโลกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...