กินแต่เนื้อรับมือสงครามโลกครั้งที่ 3
เรื่องราวของ คอร์ทนีย์ ลูนา คุณแม่วัย 41 ปีจากแคลิฟอร์เนีย ที่ออกมาเปิดเผยวิถีการกินแบบสุดโต่งที่เรียกว่า"Carnivore Diet" หรือ การกินเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 100% โดยเธออ้างว่า นี่คือการเตรียมตัวสำหรับ "สงครามโลกครั้งที่ 3" และผลพลอยได้คือเธอลดน้ำหนักไปได้ถึง 25 กิโลกรัมภายในเวลาไม่ถึงปี!
คอร์ทนีย์ใช้เงินกว่า 400 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 14,000 บาท) เพื่อปรนเปรอครอบครัวด้วยเนื้อสัตว์เกรดดี โดยตัดผักและผลไม้ออกจากการบริโภคโดยสิ้นเชิง
มื้อหลัก: สเต๊ก, เบคอน, แฮมเบอร์เกอร์, ปีกไก่ และไข่
ของว่าง: หนังหมูทอด, ซาลามี, ชีส และที่ฮือฮาที่สุดคือการ "กินเนยเป็นก้อน"
เธอเชื่อว่าในยามสงคราม หรือเสบียงขาดแคลน เนื้อสัตว์ให้สารอาหาร และความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าผัก และการเก็บถนอมอาหารในรูปแบบเนื้อกระป๋อง หรือเนื้อตากแห้ง ทำได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
การลดน้ำหนักได้ 25 กิโลกรัม ดูเป็นความสำเร็จที่น่าดีใจ แต่การตัด "พืช" ออกจากชีวิต 100% เพื่อเตรียมรับสงครามโลก อาจจะทำให้เรา "แพ้สงครามสุขภาพ" ในร่างกายตัวเองก่อน
การขาดใยอาหาร (Fiber) พืชคือแหล่งใยอาหารเพียงอย่างเดียว การกินแต่เนื้ออาจนำไปสู่ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง และเสียสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน
การบริโภคไขมันอิ่มตัวจากเนย และเนื้อติดมันปริมาณมหาศาล จะเพิ่มระดับ LDL (ไขมันเลว) ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของหลอดเลือดและหัวใจ
การขาดวิตามิน C (ที่ส่วนใหญ่พบในพืช) อาจนำไปสู่โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงสุขภาพผิวและผมที่เสื่อมโทรมลงในระยะยาว
หากต้องการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 อย่างที่คอร์ทนีย์กังวล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า "ความหลากหลาย" คือกุญแจสำคัญ
- โปรตีนผสมผสาน: นอกจากเนื้อสัตว์ ควรสะสมโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วต่างๆ หรือเต้าหู้ ซึ่งเก็บรักษาได้นานและมีใยอาหาร
- สารอาหารรอง: ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่แคลอรี แต่ต้องการวิตามินและแร่ธาตุ การมีพืชอบแห้งหรือวิตามินเสริมติดไว้จึงจำเป็นมาก
- ปริมาณที่เหมาะสม: ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการโปรตีนเพียง 0.8-1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เท่านั้น การกินเกินความจำเป็นอาจเป็นภาระต่อไตได้
ที่มาและภาพ : insight korea, ig - itscourtneyluna