ซุ่มจับพรานป่าบางสะพาน ลอบยิงกระรอก-อีเห็น ยึดอาวุธเพียบ ดำเนินคดีหลายข้อหา
เจ้าหน้าที่ซุ่มจับพรานป่ากลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบางสะพาน หลังลอบยิงกระรอก-อีเห็น พบอาวุธปืนและอุปกรณ์ล่าสัตว์จำนวนมาก ก่อนดำเนินคดีหลายข้อหา พร้อมย้ำเข้มปราบลักลอบล่าสัตว์
วันที่ 7 เม.ย.69 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายกิตติศักดิ์ สมศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบการกระทำผิดและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย บริเวณป่าแพรกกลาง ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จากรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พบชายต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda Wave Z สีส้ม-ดำ สวนทางมาในระยะกระชั้นชิด บนเส้นทางลำลองในป่า มีอาการตกใจและท่าทางมีพิรุธเมื่อพบเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงแสดงตัวและขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นภายในกระเป๋า พบของกลางประกอบด้วย ซากกระรอกปลายหางดำ จำนวน 5 ซาก, ซากอีเห็นข้างลาย จำนวน 1 ซาก, ไฟฉายคาดหัว จำนวน 2 อัน และมีดพก จำนวน 1 เล่ม คาดอยู่บริเวณเอว
จากการตรวจสอบซากสัตว์ พบว่าทั้งกระรอกและอีเห็นมีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนบริเวณลำตัว
ผู้ต้องหาทราบชื่อภายหลังคือ นายเสกสรรค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ราษฎรชาวตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบเข้ามาซุ่มยิงอีเห็นบริเวณต้นไทรในสวนยาง ตั้งแต่ช่วงค่ำ และออกล่ากระรอกต่อในช่วงเช้ามืด ทั้งนี้อ้างว่าเพื่อนำซากสัตว์ทั้งหมดไปประกอบอาหารที่บ้าน โดยใช้อาวุธปืนที่เก็บซ่อนไว้ในขนำของนายจ้าง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นขนำพักของนายจ้างตามคำให้การ พบลักษณะเป็นคลังอาวุธขนาดย่อม ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 , อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง (PCP) , เครื่องกระสุนปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ รวมจำนวน 10 รายการ สุดท้ายผู้ต้องหาให้การว่าเป็นอาวุธของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายในหลายข้อหา ได้แก่
1. ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ฐานเก็บหาของป่า ประกอบมาตรา 31
2. ความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 54 ฐานล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบมาตรา 92
3. ความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐานเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบมาตรา 96
4. ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490
จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า รวมถึงการเผาป่า สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง