โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดร่างนโยบาย 23 ข้อ รัฐบาล “อนุทิน” เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้

Thaiger

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 0.20 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

เปิดร่างนโยบาย รัฐบาล “อนุทิน” เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้ กาง 23 วาระด่วน ลุยแก้หนี้ รับทหารอาสาแสนนาย ดัน Super License

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ ร่างนโยบายฉบับสมบูรณ์มีความยาว 19 หน้ากระดาษ ครอบคลุมการทำงานทุกมิติ โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้

ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569 นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ และหมวด แนวนโยบายแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพี่น้องประชาชนให้ทราบถึง หลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของกระผม จะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหาร ราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของกระผมได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญ ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส การจัดทำมาตรการลดภาระ ค่าใช้จ่ายของประชาชน การแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาและการปกป้อง อธิปไตยของประเทศ การปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดอย่างเข้มข้น การสร้างความปลอดภัย และการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้น การลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเร่งเจรจาการค้าและการบุกตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การยกเลิกมูลค่าขั้นต่ำและเก็บอากรสินค้านำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศ การผลักดันให้ประเทศไทย เข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ การประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศได้เร็วขึ้น รวมทั้งการจัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่ การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยรัฐบาลสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มให้กลับมาขยายตัวสูงขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 4 ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว

อย่างไรก็ดี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิต การขนส่งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงาน โดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการจัดหาพลังงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด ที่ผ่านมารัฐบาล ได้ใช้ความพยายามในการบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทย ผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อาทิ การยกระดับบริการกงสุล เพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ของประเทศ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุน ผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม วัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถ ในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ การบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 2 เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่าง ๆ ให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบ จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ การหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบ ต่อผู้ประกอบการธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงัก ของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศและการเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศ ในการเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งจัดทำ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทัน ปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ นอกจากภารกิจในการบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้าข้างต้นแล้ว จากการประเมิน ความท้าทายและฉากทัศน์การพัฒนาในระยะต่อไป ประเทศไทยในวันนี้อยู่ในจุดที่กำลังเผชิญกับภัย ที่ล้วนเป็นแรงกดดันและบั่นทอนศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยที่ภัยส่วนใหญ่ ยังมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยด้านเศรษฐกิจจากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี และผลิตภาพโดยรวมที่ถดถอย ภัยด้านสังคมจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ ปัญหายาเสพติด ความไม่เข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ความเหลื่อมล้ำในสังคม ข้อจำกัดของทุนมนุษย์ และระบบสวัสดิการ ภัยด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยพิบัติ อย่างต่อเนื่อง และภัยด้านความมั่นคงจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ระเบียบโลกเดิมที่เคยเกื้อหนุนความมีเสถียรภาพ ด้านความมั่นคงและการค้าเสรี กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริบทใหม่ที่มีความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วย ความท้าทาย อาทิ การเก็บภาษีนำเข้าและดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อประโยชน์ของประเทศตน ความขัดแย้งทางอาวุธ การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

การเข้ารับหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ รัฐบาล จะมุ่งดำเนินการต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่และขั้วอำนาจของโลกที่ยังไม่มี ความแน่นอนได้อย่างยืดหยุ่นและสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ เพื่อนำความกินดีอยู่ดีและสร้างความสงบสุขให้คนไทยทุกคน ควบคู่กับการสร้างอนาคตของคนไทย ด้วยการเพิ่มศักยภาพคนไทยให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถปรับตัวตอบสนองกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยากจะคาดการณ์ได้

รัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน โดยยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก และรัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชน และประชาชน เพื่อปลุกพลังในสังคมไทยให้เข้มแข็ง สร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลก อย่างมีเกียรติภูมิ ปกป้องอธิปไตยและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐ เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัล ของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านการทำงานโดยเฉพาะการให้บริการของภาครัฐไปสู่ ระบบดิจิทัล (Government Digital Transformation) ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับ การสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีภูมิต้านทาน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ

1. สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึง: รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จโดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง สนับสนุนการเข้าถึงความรู้ แหล่งทุน และเทคโนโลยีผ่านโครงการต่างๆ ดึงผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม และผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อกระจายอำนาจการคลังสู่ท้องถิ่น

2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและแข่งขันได้: รัฐบาลสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เช่น ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดต่างชาติ พัฒนามหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม เพิ่มทางเลือกระดมทุนผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์ และยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันสมัย

3. ด้านการค้า “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า”: รัฐบาลพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลและจัดการปัญหานอมินี ให้แต้มต่อสินค้าไทยในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เจรจาขยายตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว และส่งเสริมความสามารถในภาคบริการ เช่น การศึกษาและสุขภาพ

4. ด้านการเกษตร “เปลี่ยนผ่านสู่เกษตรแม่นยำ มั่นคง ยั่งยืน”: รัฐบาลใช้เทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มผลิตภาพการเกษตร ใช้ Big Data วางแผนการผลิตและจำหน่าย ปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน และผลักดันอุตสาหกรรมเกษตรไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก 5. ด้านการท่องเที่ยว: รัฐบาลปรับโอนภารกิจการท่องเที่ยวไปกระทรวงวัฒนธรรม พัฒนาไทยเป็นจุดหมายการเดินทางตลอด 365 วัน สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและพื้นที่รองรับผู้ทำงานจากทุกที่ (Work from Anywhere) จูงใจคนไทยเที่ยวในประเทศด้วยมาตรการภาษี และบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

6. เสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก: รัฐบาลดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ยึดมั่นระบอบพหุภาคี และเตรียมความพร้อมเป็นประธานอาเซียนปี 2571

7. เสริมสร้างเสถียรภาพ: รัฐบาลรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจและแสวงหาพันธมิตรใหม่

8. ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ: รัฐบาลบูรณาการทำงานแบบทีมประเทศไทย และเร่งผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571

9. ส่งเสริมความมั่นคงชายแดน: รัฐบาลสร้างกำแพงชายแดนเพื่อป้องกันภัยคุกคามและยาเสพติด สานต่อการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา พร้อมศึกษาแนวทางยกเลิก MoU 2544 และแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

10. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: รัฐบาลปราบปรามการพนันผิดกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายขจัดยาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลย และทบทวนนโยบายวีซ่าฟรีเพื่อสกัดกั้นอาชญากรข้ามชาติ

11. พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและศักยภาพกองทัพ: รัฐบาลจัดหาอาวุธอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย

12. พัฒนาระบบทหารอาสาและปฏิรูปเกณฑ์ทหาร: รัฐบาลเปิดรับทหารอาสา 100,000 อัตรา รูปแบบสัญญาจ้าง 4 ปี เพื่อเป็นรากฐานสู่ระบบสมัครใจในระยะยาว

ด้านสังคม

13. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ: รัฐบาลสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ฟรี ปรับหลักสูตรให้ผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที และส่งเสริมทักษะด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติ

14. พัฒนาระบบประกันสุขภาพ: รัฐบาลพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลให้เชื่อมโยงกันเพื่อสิทธิรักษาทุกที่ ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้รองรับแรงงานยุคใหม่ และส่งเสริมการใช้ AI ทางการแพทย์รวมถึงผลิตยาในประเทศ

15. สร้างเสริมสถาบันครอบครัวและชุมชน: รัฐบาลพัฒนาพลเมืองให้มีความรับผิดชอบ สร้างสภาพแวดล้อมรองรับสังคมสูงวัย ส่งเสริมเศรษฐกิจผู้สูงอายุ จัดสถานที่พักพิงสำหรับกลุ่มเปราะบาง และตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ

ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม

16. บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติ: รัฐบาลใช้ Big Data และ AI พยากรณ์อากาศและปริมาณน้ำ พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัยพิบัติ

17. พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ: รัฐบาลพัฒนาระบบประกันที่ครอบคลุมทุกครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงและเยียวยาประชาชนอย่างรวดเร็ว

18. บรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี 2050: รัฐบาลส่งเสริมเกษตรลดการปล่อยคาร์บอนและลดการเผา เปิดตลาดไฟฟ้าเสรี สนับสนุนพลังงานสะอาด ผลักดันระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต และฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว

19. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: รัฐบาลเร่งจัดสรรที่ดินทำกิน สร้างอาชีพเพื่อลดการบุกรุกป่า และใช้กฎหมายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

20. ราชการทันใจมุ่งสู่ระบบดิจิทัล: รัฐบาลผลักดันกฎหมาย Super License ให้เสร็จใน 180 วัน เพื่อลดขั้นตอนการบริการ และเสนอชุดกฎหมาย (Omnibus Law) แก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน 1 ปี

21. ปฏิรูประบบราชการ: รัฐบาลลดขนาดภาครัฐผ่านการเกษียณก่อนกำหนด เปลี่ยนบทบาทรัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก ส่งเสริมการทำงานแบบ Work from Anywhere และตัดรายจ่ายไม่จำเป็น

22. พัฒนากฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น: รัฐบาลทบทวนกฎหมายลำดับรองเพื่อลดขั้นตอน ยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ปรับปรุงกฎหมายรองรับธุรกิจสมัยใหม่และการใช้ AI แก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด บังคับประเมินผลกระทบก่อนออกกฎหมายใหม่ และกำหนดกรอบเวลาสภาฯ พิจารณาร่างกฎหมายการเงินใน 60 วัน

23. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง: รัฐบาลลดขั้นตอนใช้ดุลพินิจ เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ บูรณาการฐานข้อมูล และใช้ AI ตรวจจับการทุจริต เพื่อยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทย

ที่มา: คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ฉบับเต็ม)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...