มันไม่ใช่การช่วยนักบินอเมริกัน แต่เป็น'ปฏิบัติการอำพราง 3 ชั้น'ที่ทรัมป์จะใช้เป็นข้ออ้างประกาศชัยชนะ
ช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการ CIA เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ดำเนินการหลอกลวง (deception effort) เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทางการอิหร่านที่กำลังตามหานักบินของเครื่องบินรบที่ถูกยิงตกในอิหร่าน
"CIA ได้ดำเนินการหลอกลวงเพื่อทำให้อิหร่านสับสน ซึ่งพวกเขากำลังตามหานักบินของเราอย่างสุดกำลัง" แรตคลิฟฟ์กล่าวจากการรายงานของ AFP พร้อมเสริมว่านักบินคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในรอยแตกของภูเขาจนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือ
สิ่งที่จอห์น แรตคลิฟฟ์กล่าวถึงคือปฏิบัติการช่วยเหลือนักบิน F15 ชาวอเมริกันที่ถูกยิงตกในอิหร่านแล้วโดนัลด์ ทรัมป์โอ้อวดว่าเป็นปฏิบัติการอัน "กล้าหาญ"
คนภายนอกกลับมองว่าทรัมป์กำลังพลิกสถานการณ์จากการเป็นรองในสงครามอ่าวเปอร์เซีย มาเป็นฝ่ายนำของสงครามข้อมูลข่าวสารในประเทศตัวเอง
พูดง่ายๆ คือทรัมป์ปั่นเรื่องปฏิบัติการช่วยเหลือนี้ให้เป็น 'ความสำเร็จ' เพื่อกระชากอารมณ์ของคนอเมริกันที่กำลังมึนตึงจากพิษน้ำมันแพงให้หันมาไชโยโห่ร้องกับเรื่องน่ายินดีนี้
deception effort (ปฏิบัติอำพราง/สับขาหลอก) นี่หรือเปล่าที่ผู้อำนวยการ CIA หมายถึง?
มันอาจจะเป็นแบบนั้นด้วย
แต่มันยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่อาจเป็น deception effort ชั้นที่สอง
เพราะปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินอเมริกันครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง
อาจจะเป็นการจัดฉากมากกว่าเพื่ออำพรางเจตนาอย่างอื่น โดยที่นักบินที่สูญหายอาจจะมีตัวตน แต่การไปช่วยคนผู้นั้นเป็นเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจจากเป้าหมายอื่น
เรื่องนี้ อาราช ไรซิเนซฮัด (Dr Arash Reisinezhad) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเตหะราน แสดงทัศนะไว้ในบัญชี X ของเขาไว้ดังนี้
หลักฐานที่ปรากฏใหม่ชี้ให้เห็นว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ทางใต้ของอิสฟาฮาน (แสดงด้วยสีแดงบนแผนที่) ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจช่วยเหลือนักบินแต่อย่างใด
มีรายงานว่านักบินชาวอเมริกันที่ถูกยิงตกนั้นอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ใกล้กับโคห์กิลูเยห์และจังหวัดโบเยอร์-อาห์หมัด (แสดงด้วยสีน้ำเงินบนแผนที่) ไม่ใช่ภาคกลางของอิหร่าน
แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นปฏิบัติการแทรกซึมทางเฮลิคอปเตอร์ที่ล้มเหลว โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหายูเรเนียมภายในอิหร่าน
การปลดนายพลอาวุโสของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันอาจสะท้อนถึงการต่อต้านภายในต่อปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้
เนื่องจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และภารกิจนี้ดูเหมือนจะล้มเหลว ความเป็นไปได้ของการแทรกซึมทางเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในดินแดนอิหร่านในอนาคตจึงอยู่ในความสงสัยอย่างมาก และอาจถูกยกเลิกในที่สุด
Emerging evidence suggests that U.S. operations south of Isfahan (marked in red on the map) were unrelated to any pilot rescue mission.
The downed American pilot was reportedly located in southwest Iran, near Kohgiluyeh and Boyer-Ahmad Province (marked in blue on the map), not… https://t.co/xcyFel3Plg pic.twitter.com/5pZezRrNYb— Arash Reisinezhad (@arashreisi) April 5, 2026
จากทัศนะของไรซิเนซฮัด ปฏิบัติของพวกอเมริกันไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหานักบินเลย แต่เป็นการค้นหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมากกว่า เพราะจุดที่นักบินหายตัวไป (หากหายตัวไปจริง) กับจุดที่มีปฏิบัติการของอเมริกันอยู่ห่างกันคนละโยชน์ แถมยังไปป้วนเปี้ยนแถวๆ อิสฟาฮานอันเป็นที่ตั้งของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เรื่องนี้ แม้แต่คนในรัฐบาลอิหร่านก็เห็นตรงกัน
จากการรายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันจันทร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน เอสมาอิล บากาอี กล่าวว่า มี "คำถามและความไม่แน่นอนมากมาย" เกี่ยวกับปฏิบัติการนี้
"พื้นที่ที่อ้างว่านักบินชาวอเมริกันอยู่ ในจังหวัดโคห์กิลูเยห์และโบเยอร์-อาห์หมัด อยู่ห่างไกลจากพื้นที่ที่พวกเขาพยายามลงจอดหรือต้องการลงจอดกองกำลังของพวกเขาในภาคกลางของอิหร่าน" บากาอีกล่าว
"ความเป็นไปได้ที่นี่เป็นปฏิบัติการหลอกลวง (deception operation) เพื่อขโมยยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไม่ควรถูกมองข้ามเลย"
เขากล่าวเสริมว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น "หายนะ" สำหรับสหรัฐอเมริกา
กองทัพอิหร่านระบุว่าเครื่องบินของสหรัฐฯ หลายลำต้อง "ลงจอดฉุกเฉิน" ในจังหวัดอิสฟาฮานทางตอนใต้ หลังจากถูกโจมตีระหว่างภารกิจ ส่งผลให้สหรัฐฯ "ต้องระดมยิงเครื่องบินที่ตกอย่างหนัก"
กองทัพอิหร่านเรียกปฏิบัติการนี้ว่า "ภารกิจหลอกลวงและหลบหนี" (a deception and escape mission) โดยยืนยันว่า "ถูกขัดขวางอย่างสมบูรณ์"
โปรดสังเกตว่า CIA กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และกองทัพอิหร่านใช้คำเดียวกันหมด คือ deception (การหลอกลวงหรืออำพรางหรือสับขาหลอก) โดยที่ฝ่าย CIA ไม่ได้บอกว่าหลอกอะไรและเพื่ออะไร แต่อิหร่านบอกไปแล้วว่าเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์ต่างหากไม่ใช่เพื่อช่วยนักบินอะไรนั่นหรอก
แน่ล่ะ สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมาตั้งแต่ไหนแล้ว รวมถึงการทำ 'สงคราม 12 วัน' เมื่อปีที่แล้วก็เพื่อทำลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นหลัก
แต่หลังจากสหรัฐฯ เข้ามาปะทะตรงๆ กับอิหร่านคราวนี้ สหรัฐฯ กลับหวังผลสูงด้วยการโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนส่งเครื่องบินมาทิ้งบอมบ์แล้วเผ่นออกนอกประเทศ แต่มันจะต้องใช้การส่งกำลังทหารราบบุกเข้าไปในแผ่นดินอิหร่านจากทุกทิศทุกทาง ไม่ใช่แค่หลักหมื่นนาย แต่ต้องเป็นแสนนาย
เราเห็นแล้วว่าแม้แต่จะยึดช่องแคบฮอร์มุซกลับมา สหรัฐฯ ยังทำไม่ได้ จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องยกพลขึ้นบกอีก
แต่ทรัมป์ต้องการ 'หมายหลัก' ในการอ้างชัยชนะแล้วถอนตัวออกมาก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะยิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อ คำว่า "แพ้" ที่สักประจานบนหน้าผากของเขาจะยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ
ทรัมป์จึงต้องรีบตัดบทด้วยการหาเหตุผลมาประกาศชัยนะแล้วถอนตัวออกไป และไม่มีเหตุผลใดดีไปกว่าการบอกว่า "เราทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านลงแล้ว" ไม่ว่าจะด้วยการทำลายตรงๆ หรือส่งทหารไปชิงเครื่้องปฏิกรณ์ยูเรเนียมมาก็ตาม
ดังนั้น ปฏิบัติช่วยเหลือนักบินจึงไม่ใช่ช่วยนักบิน แต่เป็นการทำ deception โดยอ้างนักบินหายแล้วเข้าไปชิงนิวเคลียร์ต่างหาก
สหรัฐฯ ทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้นให้ดูท่าทีของอิหร่านในช่วงเดียวกันว่ากระตือรือร้นแค่ไหนกับการเจรจาหยุดยิง
ปรากฏว่าอิหร่านไม่รับเงื่อนไขของสหรัฐฯ นั่นหมายความว่าปฏิบัติการ deception อาจจะไม่สำเร็จ อิหร่านจึงมีแต้มต่อในการยิงต่อไป แล้วให้สหรัฐฯ เสนออะไรที่เข้าท่ากว่านี้
ทรัมป์อาจสั่งให้ทำ deception เข้าไปทำลายนิวเคลียร์อิหร่านอีกครั้งก็เป็นได้ แต่คราวนี้ไม่ง่ายแล้ว
นี่อาจเป็นสองชั้นของ deception effort
แต่ยังมีชั้นที่สามอีก!
ตามความเห็นของแบรนดัน ไวเชิร์ท (Brandon Weichert) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติที่ 19FortyFive.com ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอาวุโสฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติที่ The National Interest ที่ให้ไว้กับช่อง Breaking Points เขาเชื่อว่าปฏิบัติการนี้อาจจะเป็นการชิมลางเพื่อลองดูว่าการยกพลขึ้นบกอิหร่านจะเป็นไปได้แค่ไหน
เขาบอกว่า
"ผมคิดว่าเราต้องมองภาพรวมให้กว้างขึ้น และบอกว่านี่คือประสบการณ์การสู้รบภาคพื้นดินครั้งแรกของเราในอิหร่าน และอย่างที่คุณรู้ เราอาจจะได้เครื่องบิน Wizzo (Weapon systems officer หรือ เจ้าหน้าที่การบินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติการทางอากาศและระบบอาวุธทั้งหมดของเครื่องบินทหาร) และนักบินกลับมาแล้ว ตามที่รัฐบาลกล่าว แต่ลองดูสิว่าเราต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ในกระบวนการนี้ เพื่อนร่วมงานของผม แลร์รี จอห์นสัน อดีตนักวิเคราะห์ของ CIA กล่าวว่าอุปกรณ์จากภาษีประชาชนมูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ถูกทำลายไปในปฏิบัติการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณดูปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่เรากำลังเผชิญอยู่แล้ว" และ "หากมีการวางแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดใหญ่ขึ้นอย่างที่หลายคนพูดกัน มันจะยิ่งแพงกว่าที่เราเจอมาเสียอีก นี่เป็นเพียงภาพรวมเท่านั้น และสำหรับปฏิบัติการเอง ดูเหมือนว่าจะมีทรัพยากรจำนวนมากถูกทุ่มไปกับการช่วยเหลือผู้คน"
ไม่ว่านี่จะเป็นการชิมลางการยกพลขึ้นบกหรือรุกรานภาคพื้นดินจริงหรือไม่ แต่ deception effort ชั้นที่สามดูเหมือนจะบอกกับทรัมป์ว่า "มันไม่ได้ผล" ซึ่งหมายถึงการทำปฏิบัติการรุกรานครั้งใหญ่ เพราะแม้แต่การใช้กำลังคนหลักร้อยและอากาศยานจำนวนหนึ่งยังใช้งบประมาณเกือบครึ่งพันล้านในเวลาไม่กี่วัน
แต่ทรัมป์อาจเห็นว่า การรุกรานในวงจำกัด เช่น โจมตีเฉพาะอิสฟาฮานเพื่อเผด็จศึกกับโครงการนิวเคลียร์ (แล้วประกาศชัยนะ) ก็อาจจะเป็นไปได้
ทั้งหมดนี้เป็นการสันนิษฐาน
หากเป็นเรื่องจริง นี่คงไม่ใช่ความคิดของทรัมป์ แต่เป็นแนวคิดของระดับมันสมองของรัฐบาลอเมริกันสักคนหนึ่ง
เพราะทรัมป์เองก็เป็นคนคาดเดาอะไรยากขึ้นทุกวัน และคิดอะไรไม่ได้แหลมคมเอาเลย นอกจากผรุสวาสศัตรูและขีดเส้นตายแล้วลบแล้วก็ขีดใหม่ให้ศัตรู
วันละสามเวลา
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) มองดูประธานคณะเสนาธิการร่วม พลเอกแดน เคน (ขวา) กล่าวถึงความขัดแย้งในอิหร่านในห้องแถลงข่าวเจมส์ เอส. เบรดี้ ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Photo by Kent Nishimura / AFP)