แค้นง้อไม่สำเร็จ! โชเฟอร์แท็กซี่บุกสาดน้ำกรดใส่เมียกลางห้างดัง
แค้นง้อไม่สำเร็จ! โชเฟอร์แท็กซี่บุกสาดน้ำกรดใส่เมียกลางห้างดัง พลเมืองดีเข้าช่วยถูกตีหัวอาบเลือด
เมื่อเวลา 11:08 น วันที่ 6 เมษายน 2569 ได้เกิดเหตุชายบุกสาดน้ำกรดใส่แฟนเก่า ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ย่านบรมราชชนนี ได้รับบาดเจ็บ
โดยหลังเกิดเหตุพนักงานรักษาปลอดภัยของห้างได้ช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ก่อนแจ้งให้ตำรวจ สน.ธรรมศาลา มารับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี
ทีมข่าวได้พยายามสอบถามผู้ก่อเหตุ คือ นายสมบูรณ์ อายุ 55 ปี ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ระบุว่า ตัวเองกับนางสาวลาวัลย์อายุ 54 ปี ผู้บาดเจ็บที่เป็นพนักงานของซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เกิดเหตุ อยู่กินกันมานานกว่า 20 ปี แล้ว แต่ระยะหลังมีปัญหากัน จนฝ่ายหญิงตัดสินใจขอแยกทางเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตัวเองก็พยายามที่จะตามง้อ และขอเคลียร์ปัญหาต่างๆ โดยทั้งโทรศัพท์และส่งแชตไลน์ไปหา ซึ่งฝ่ายหญิงอ่านข้อความแต่ไม่ตอบกลับ จึงทำให้ตัวเองรู้สึกโกรธ กระทั่งวันนี้ตัดสินใจเดินทางไปหาฝ่ายหญิงที่ทำงานและก่อเหตุขึ้น
ทีมข่าวพยายามสอบถามถึงปัญหาที่ทำให้เป็นชนวนเหตุว่าเกิดขึ้นจากการที่ฝ่ายหญิงไปคบหากับชายอื่นหรือไม่ โดยผู้ก่อเหตุตอบเพียงคำเดียว ว่า “ ครับ ” ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปทำบันทึกจับกุม
ทั้งนี้ตำรวจสามารถคุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมกับหลักฐานน้ำกรดเกลือ (เป็นน้ำกรดชนิดที่ใช้ล้างกระเบื้อง) บรรจุใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด และคีมตัดสายไฟ 1 อัน
ขณะที่เบื้องต้นทราบว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุนี้ 2 ราย คือ นางสาวลาวัลย์ แฟนเก่าของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกน้ำกรดเกลือ จนเกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และพนักงานชายของบริษัทหนึ่งที่เข้าไปทำงานภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และเข้าไปช่วยระงับเหตุ ทำให้ถูกผู้ต้องหาใช้คีมตัดสายไฟ ตีเข้าที่ศีรษะแตก ซึ่งทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ก็ทราบว่าปลอดภัยแล้ว
ขณะที่ต่อมาตัวเเทนของซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เกิดเหตุ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ธรรมศาลา ระบุว่า ตัวเองเพียงได้รับหมายจากทางซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้เข้ามาดำเนินการเท่านั้น แต่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ โดยทราบรายละเอียดเพียงว่า เกิดเหตุขึ้นภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ พนักงานที่เป็นผู้หญิง ซึ่งก็คือแฟนของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกน้ำกรดเกลือ กับพนักงานชายของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ศีรษะแตก ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีการนำทั้ง 2 คนส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลและทราบว่าอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายสมบูรณ์ ผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่พนักงานของทางซุปเปอร์มาร์เก็ต และก็ไม่ทราบว่าเคยเข้ามามีปัญหากันในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ เพราะตัวเองเป็นเพียงตัวแทนที่รับมอบอำนาจจากทางซุปเปอร์มาร์เก็ต มาแจ้งความตามกฎหมายเท่านั้น
ต่อมา นางสาวลาวัลย์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ตนกับผู้ต้องหาเคยร่วมหลับนอนกันจริง แต่ไม่ได้ฉันสามีภรรยา นานๆครั้งจะไปหากันที ซึ่งนายสมบูรณ์จะเป็นคนที่โมโหร้าย ชอบด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หลายๆครั้งมักจะข่มขู่ทำร้ายร่างกาย หรือคนในครอบครัว ถ้าหากตนไม่ไปหา ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย แต่ตนก็รับไม่ได้ที่ถูกด่าแบบเสียๆหายๆ จึงพยายามตีตัวออกห่าง ขอแยกทาง
กระทั่งก่อนเกิดเหตุ นายสมบูรณ์ ได้ส่งรูปน้ำกรดเกลือมาขู่ ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาตนภายในห้างฯ ขณะนั้นตนกำลังงานอยู่ นายสมบูรณ์ก็สาดเข้ามาที่ใบหน้า ทำให้ตนกรีดร้องออกมา
ขณะที่พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ ก็ได้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน เล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นตนกำลังทำงานอยู่ ไม่เห็นตอนที่นายสมบูรณ์สาดน้ำกรดใส่นางสาวลาวัลย์ แต่ได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ตอนแรกคิดว่าเป็นโจรจะมาขโมยของในห้างฯ จึงวิ่งปรี่เข้าไปจะรวบตัว แต่ก็ถูกนายสมบูรณ์ใช้คีมเหล็กตัดสายไฟที่พกมา ตีเข้ามาที่ศีรษะ 1 ครั้ง จนแตกต้องเย็บ 4 เข็ม หลังจากนั้นตนก็รวบรวมสติ ขัดขาให้นายสมบูรณ์ล้มลง แล้วคนอื่นๆก็มาช่วยกันจับตัว ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นการเพิ่มโทษให้นายสมบูรณ์เข้าไปอยู่ในเรือนจำให้นานกว่าเดิม
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน. ธรรมศาลาแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายสมบูรณ์ ส่วนข้อหาอื่นๆยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายแล้วจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครั้ง