โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"จุลพันธ์" ระบุเลือกตั้งบอร์ดสปส. ยันไม่แทรกแซง ขอฝ่ายการเมืองหยุดสร้างขั้วในประกันสังคม-ลดเงินสมทบ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานในวันแรก พร้อมมอบนโยบายให้กับคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะใช้ระเบียบการเลือกตั้งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ สูตร 1 เลือก 7 โดยตนจะมีการลงนามภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกรอบระยะเวลา ทั้งนี้ตนต้องการให้สำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรหลักที่ดูแล เม็ดเงินของพี่น้องแรงงานได้อย่างมีอิสระ ไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับหรือการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองใดๆ ซึ่งในฐานะรมว.แรงงานจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงการทำงานของ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ต้องมีความอิสระและโปร่งใส

"ความอิสระ โปร่งใส จะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่แต่เพียงแต่ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเท่านั้น แต่ต้องอิสระจากการเมืองทุกฝ่ายทุกสีนะครับ จึงขอเรียกร้องไปยังทาง สปส. ไปยังกลุ่มการเมืองต่างๆ เราต้องการปฏิรูปให้ สปส. ไม่กลายเป็นขั้วการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าได้ด้วยความเป็นกลาง"

นาย จุลพันธ์ กล่าวว่า การลงทุนของ สปส. ต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น พัฒนาโครงสร้างบอร์ดให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องมาหารือเพิ่มเติมแล้วก็เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เพราะบางอย่างต้องใช้ขั้นตอน การแก้ พ.ร.บ. ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน เรื่องหน่วยลงทุนเราจะปรับกลไกอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและที่สำคัญเป็นมืออาชีพ เพราะตัวอย่างที่ประเทศมาเลเซียกลายเป็นองค์กรระดับโลกสามารถทำได้ในระดับที่เป็นสากล มีการลงทุนทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับ

“ประเทศไทยก็ต้องมานั่งคิดว่าเม็ดเงินขนาดนี้จะลงทุนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ผู้ประกันตน การลงทุนต้องตอบคำถามได้ ผมไม่ได้หมายความว่า ไม่มีใครที่ไปลงทุนในหน่วยใดๆ แล้วจะได้กำไรทุกไม้ มันผิดพลาดได้ แต่ ณ วันที่เข้าสู่การลงทุนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือตลาดทุน ต้องตอบคำถามให้ได้ว่ามีเหตุและผลที่ยอมรับได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ” จุลพันธ์กล่าว

นอกจากนี้ จะดูแลเรื่องสิทธิสวัสดิการโดยตั้งทีมทำงานร่วมกัน ซึ่งต้องดูสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มแพทย์ มาหารือร่วมกันเพราะมีเรื่องประเด็นการแพทย์คงค้าง ซึ่งต้องพัฒนาปรับปรุงสวัสดิการที่จะให้กับผู้ประกันตนให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ตลอดจนกลุ่มผู้ให้บริการทางการแพทย์สามารถให้บริการได้อย่างมีความสบายใจ

เมื่อถามว่ากรณีใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิม 1 เลือก 7 รัฐมนตรีจะมีมาตรการป้องกันการกินรวบประกันสังคมโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีการประกาศว่าจะกินรวบทั้ง 14 ที่นั่ง จุลพันธ์ กล่าวว่า ตนพูดชัดเจนว่า พวกตนในฐานะรมว.แรงงานจะไม่แทรกแซงและจะพยายามสร้างระบบที่เป็นอิสระมากที่สุด ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง เรื่องนี้ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันตัวประกันสังคมสุดท้ายจะเป็นองค์กรที่สร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้แรงงานในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้แรงงานมากที่สุด

“วันนี้ก็แค่พูดให้ทราบส่งสัญญาณให้ชัดไปยังทุกฝ่ายการเมืองว่าเราถอยคนละก้าวไหม เพราะผมเองก็พูดชัดเจนว่า ผมไม่ยุ่งจะพยายามสร้างระบบเป็นอิสระ ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว ท่านก็ยุติการเข้ามาสร้างกลุ่มสร้างขั้ว เพื่อให้ตัวประกันสังคมเดินหน้าได้อย่างอิสระ ถ้าเราทุกคนคิดกันได้ มันก็เดินหน้าไปได้ครึ่งตัวแล้ว ถ้าไม่ได้มันก็ต้องกลับมาสร้างระบบมาดูกฎหมายว่าจะแก้อย่างไร เพื่อให้เกิดกลไกที่เป็นอิสระจริง ผมพูดชัด แต่ไม่ได้พูดถึงชื่อพรรคการเมืองเท่านั้นเอง” จุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบการซื้อตึก SKYY9 อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะทำงาน ซึ่งขณะนี้มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ตนไม่อาจตอบได้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ และคงจะไม่เข้าไปแทรกแซง ก็ต้องให้เวลาท่านไปทํางานเติมตามกระบวนการ ส่วนเรื่องนี้จะจบภายในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีหรือไม่นั้น มีเวลา 4 ปี ที่ดูแลเรื่องนี้

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้กำชับมอบนโยบายเร่งช่วยเหลือแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่ได้รับผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังทำงานอยู่จำนวนมาก ซึ่งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสำรวจความต้องการเดินทางกลับเพิ่มเติม และเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อีกทั้งผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมอบหมายให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือแรงงานให้มากที่สุด เช่น การลดการสมทบของลูกจ้างผู้ประกันตน เพื่อลดภาระแรงงานทั้งประเทศ นอกจากนี้ให้คงการจ้างงานเพื่อรองรับให้แรงงานยังคงมีการจ้างงานต่อเนื่อง พร้อมจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณดูแล

ส่วนภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมการจัดหางาน โดยเฉพาะตลาดแรงงานในตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก จะต้องหาตลาดอื่นทดแทน ส่วนการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะการต่ออายุกรณีที่หลุดจากระบบเนื่องจากต่อทะเบียนไม่ทัน จึงให้มีการลงทะเบียนต่ออายุชั่วคราว ,แรงงานต่างด้าวนอกระบบให้เข้าระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่ออยู่ในความดูแลของรัฐ ,กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้เข้าไปพบปะแก้ไขปัญหาในทุกมิติโดยเร็ว ,กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่ง UpReSkill ขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างกระทรวง เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) การพัฒนาทักษะฝีมือด้าน AI Robotic เพิ่มขีดความสามารถระหว่างประเทศ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยให้เข้าสู่เกษตรแม่นยำ smart farmer และการอบรมต้องเป็นการฝึกอบรมที่มีเป้าหมาย เพิ่มมูลค่าให้คนไทยและการตลาด ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะต้องประคับประคองเพื่อให้มีรายได้และฝึกจบไปพร้อมคุณภาพฝีมือแรงงานที่มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...