"นิพิฏฐ์” เปิด “ปัจจัยเสี่ยง” “อนุทิน 2” เหล้าเก่า ในขวดเก่า "เพื่อไทย" จำใจตีไพ่หมอบ "ฝ่ายค้าน" มือต้องสะอาด
">
หมายเหตุ : “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีตสส.พัทลุง ให้มุมมองผ่านรายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ออกอากาศทางช่องยูทูบ Siamrathonline ถึงการเข้ามาบริหารประเทศ โดยรัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” หลังกระบวนการขั้นตอนต่างๆเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยพรรคภูมิใจไทย เตรียมเสนอชื่อ“อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯคนที่ 33 จะส่งผลอย่างไร หรือไม่
การเมืองไทย จะกลับเข้าสู่ความสงบ รัฐบาลใหม่เดินหน้าบริหารประเทศได้โดยราบรื่น ไร้อุปสรรค ขณะที่ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ที่นำโดย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และเพิ่มมาด้วย พรรคกล้าธรรม จะโชว์ผลงานการตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้น มากน้อยแค่ไหน
- โฉมหน้ารัฐบาลใหม่เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือเหล้าเก่าในขวดเก่า?
ผมมองว่าเป็น เหล้าเก่าในขวดที่เก่ามากมาก เพราะพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยเคยเป็นรัฐบาลร่วมกันมาแล้ว รัฐบาลชุดนี้จะ ไม่มีช่วงฮันนีมูน พีเรียด ไม่มีช่วงอิ่มเอิบความสุข เพราะต้องเจอของจริงทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องสงครามที่ประดังเข้ามา สิ่งที่รัฐบาลได้ตั้งความหวังไว้กับประชาชน ต้องไปพิสูจน์ว่าตัวเองทำได้จริงหรือไม่
-มาตรการรับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและราคาพลังงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร?
รัฐบาลยัง ไม่มีมาตรการในการรับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทั้งเรื่องวิกฤตน้ำมันและพลังงานที่เพิ่มขึ้นแน่นอน ยังไม่มีนโยบายชัดเจนที่จะรองรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ วันนี้ออกไปต่างจังหวัดน้ำมันตามปั๊มเริ่มไม่มีแล้ว รัฐบาลยังไม่ได้เตรียมรับมาตรการเหล่านี้ หากสงครามต่อยอดไปอีก ราคาพลังงานจะสูงขึ้นและการทำเศรษฐกิจจะมีความต่างมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ไม่เข้าใจคือ ผู้นำประเทศส่วนใหญ่จะลงมาแก้ปัญหาเรื่องพลังงานด้วยตัวเอง แต่ประเทศไทย กลับให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธานแก้ปัญหา
ประชาชนรู้ว่าครอบครัวของคุณพิพัฒน์เป็นตระกูลใหญ่ที่เป็น เจ้าของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ การให้เจ้าของบริษัทน้ำมันไปแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน อาจมีวาระซ่อนเร้นหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ควรเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันมาแก้ปัญหา เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
-ความแตกต่างทางอุดมการณ์ของพรรคฝ่ายค้านจะส่งผลต่อการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร?
ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างเหนียวแน่นเหมือนรัฐบาล พรรคหนึ่งอาจคัดค้านประเด็นหนึ่ง แต่อีกพรรคอาจไม่คัดค้านก็ได้ แต่ถ้าประเด็นค้านตรงกันก็จะเกิดพลัง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดอ่อนคือ จำนวน สส. น้อยมากเพียง 21 เสียง และเป็น สส. ใหม่ที่ยังไม่เห็นฝีไม้ลายมือหรือศักยภาพในการค้นหาข้อมูล
แต่หลักสำคัญคือ ฝ่ายค้านมือต้องสะอาดพอ หลังต้องไม่เป็นแผล หากไม่สะอาด รัฐบาลจะใช้เครื่องมือเปิดจุดอ่อนจนทำให้การค้านไม่มีพลัง หากรักษาหลักการและจิตวิญญาณเดิม ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและสร้างความสุจริต แม้จะมีเพียง 21 เสียง ก็จะทำให้ประเทศชาติปลอดภัย
-พรรคกล้าธรรมโดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้เข้มข้นเพียงใด?
ร้อยเอกธรรมนัส อาจมีข้อมูลบางเรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เคยทำร่วมกันมาแล้วนำมาอภิปรายอาจถูกโต้กลับได้
" ใจของคุณธรรมนัสหรือพรรคกล้าธรรมยังไม่เต็มร้อยที่จะเป็นฝ่ายค้าน และยังแอบคิดว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าจะเดินกลับเข้าไปเป็นรัฐบาล"
ขณะนี้พรรคกล้าธรรมกำลัง ถูกเช็คบิล สส. อย่างหนักและเร็ว เพื่อลดเครดิตของพรรค เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้พรรคเล็กลงเรื่อย ๆ เพื่อให้ สส. ข้ามฟากมาอยู่กับบางพรรคในอนาคต สมาชิกพรรคกล้าธรรมส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นฝ่ายค้านแต่ยากเป็นรัฐบาล
- สถานะของพรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในขณะนี้มีความเสี่ยงอย่างไร?
พรรคเพื่อไทยไม่สะดวกที่จะออกจากรัฐบาล เพราะผู้นำจิตวิญญาณยังไม่ปลอดภัยจากคดีความ คุณทักษิณ ยังมีคดีมาตรา 112 และประเด็นชั้น 14 ที่ ศาลฎีกาเคยระบุว่าคุณทักษิณไม่ได้ป่วยจริง หากถูกฟ้องร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีรับรองข้อความเท็จจะสู้คดียากมาก ในสถานะที่ยังไม่มีความปลอดภัยทางการเมืองเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณจึงไม่พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ขณะนี้พรรคเพื่อไทยจึงทำได้เพียง ตีไพ่หมอบ เพื่อรอวันพักโทษ
-ใครคือผู้นำที่แท้จริงของพรรคภูมิใจไทย และอะไรคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญ?
เบอร์ 1 ของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่คุณอนุทิน อยู่แล้ว แต่คือคุณเนวิน ชิดชอบ เพราะเสียง สส. ส่วนใหญ่อยู่ที่เจ้าของพรรคหรือคุณเนวิน ปัจจัยที่จะทำให้พรรคพังคือ ฟางเส้นสุดท้าย เกี่ยวกับความไม่โปร่งใส ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง การเลือก สว. และข่าวเรื่องสินบนในองค์กรอิสระอย่าง ปปช. หากคนเชื่อว่า สว. มาจากการฮั้ว ผลผลิตขององค์กรอิสระที่มาจาก สว. ประชาชนก็จะไม่เชื่อถือ
-ในภาพรวม คุณมองเห็นอนาคตของประเทศภายใต้รัฐบาลชุดนี้อย่างไร?
ยังมองไม่เห็นอนาคตของประชาชนและประเทศชาติเท่าไหร่ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นวาระหรือผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมือง ไม่ใช่วาระของประชาชน ปัจจุบันข้าราชการไม่เป็นมืออาชีพและยอมทำตามนักการเมืองแม้จะเป็นคำสั่งที่ผิดกฎหมาย พรรคการเมืองบางพรรคใช้เงินเยอะมากในการเลือกตั้ง
และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยิ่งใช้เงินมากขึ้นอีก ตราบใดที่การเข้าสู่อำนาจยังใช้เงินมหาศาลและการบริหารงานยังมีข้อสงสัยเรื่องความสุจริต อนาคตของประเทศก็น่าเป็นห่วง