โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามอิหร่าน 2 สัปดาห์ ฉุด กองทุนน้ำมันของไทย ติดลบแล้ว 12,605 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 05.03 น.

สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน 2 สัปดาห์ รัฐตรึงดีเซล ก๊าซหุงต้ม ฉุด กองทุนน้ำมันของไทย ติดลบแล้ว 12,605 ล้าน สาเหตุหลักจากบัญชี LPG ติดลบสูงถึง 37,621 ล้านบาท

16 มี.ค. 2569 - สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน และเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุชมีปัญหาทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทย มีนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 15 วันถึงวันที่ 17 มี.ค. 2569 ผ่านกลไกลการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อมูลจากเว็บไซด์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผย สถานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุด วันที่ 15 มี.ค. 2569 ติดลบแล้ว 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • น้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท
  • LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยก่อนการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า เช้าวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากการหารือเมื่อวาน (15 มี.ค.) โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมัน ภายหลังจากมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่จะครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 17 มี.ค.

ส่วนจะถึงขั้นออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ตรึงราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องด้านกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการกู้เงิน ดังนั้นคงต้องมาติดตามสถานการณ์ต่อ เพราะขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงยังไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...