โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อุทธรณ์ยกฟ้อง “หลงจู๊สมชาย” ลักลอบเปิดบ่อน-ฟอกเงิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ!

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ หลงจู๊สมชาย ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออก กับพวกรวม 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.จุฑามาศ วงษ์นิยม, น.ส.อุไรวรรณ วงษ์นิยม และนายยุทธนากร มะลิชื่น ไม่มีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

เป็นคดีหมายเลขดำ อ1421/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563-เดือนพฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยสมคบกันร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันกำถั่ว ไฮโล บาคาร่า ไพ่ เสือ มังกร เพื่อเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งพวกจำเลยยังได้ร่วมกันสมคบกันฟอกเงินโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายครั้งหลายหนเพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน

เหตุเกิดที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง และที่อื่นเกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อน่าเคลือบแคลง สงสัยหลายประการ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า พวกจำเลยได้ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย

โดยช่วงเช้าวันนี้มีจำเลยที่ 1-3 เข้าฟังคำพิพากษาพร้อมบุคคลใกล้ชิดที่เข้าให้กำลังใจ ส่วนจำเลยที่ 4 ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วแล้วเห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์ไม่ได้ยืนยันว่าเห็นจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 อยู่ในบ่อนการพนันในวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง และไม่ได้พาดพิงว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าว ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้น พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลเห็นว่ามีหลักฐานเพียงว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 3 เพียงครั้งเดียว ซึ่งผิดวิสัยไปจากการโอนเงินของคนร้ายที่ถ่ายเททรัพย์สินหลายครั้งเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้จากหลักฐานโจทก์ พบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นในจำนวนที่มากกว่าที่โอนให้กับจำเลยที่ 3 แต่บุคคลดังกล่าวไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วยพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังน่าเคลือบแคลงสงสัยตามสมควรไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้นชอบแล้วศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย

พิพากษายืนยกฟ้อง

ภายหลังจากฟังคำพิพากษานายสมชายและครอบครัวมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยนายสมชายกล่าวสั้นๆ ว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...