โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กาวยาแนว สัมผัสโดนผิวหนัง อักเสบไหม้รุนแรง เข้าตาเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 01.41 น.
เตือนอันตรายกาวยาแนวผสมน้ำใช้แทนแป้งเล่นสงกรานต์ หลังอินฟลูฯทำคอนเทนต์เล่นสงกรานต์ที่พระประแดง อันตรายอาจถึงขั้นทำให้ตาบอด

กรณีอินฟลูอินเซอร์ เบิร์ด วันว่างว่าง ทำคอนเทนต์เล่นพิเรนทร์ อัคลิปไปเล่นสงกรานต์ที่พระประแดง แต่กลับใช้กาวยาวแนวแทนแป้ง ไปแปะป่้ายหน้าคนที่มาเล่นสงกรานต์ตรงนั้น พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “แป้งพระปาแดงเขาเล่นกันแบบนี้เปล่าหวะ” ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ดราม่ามากมาย เนื่องจากกาวยาแนวเป็นสารเคมี ที่ก่อให้เกิดอันตรายหาดสัมผัสผิวและเข้าตา

ด้าน เพจ “Drama-addict” ยังได้อธิบายถึงความอันตรายของยาแนวไว้ว่า กาวยาแนวจระเข้ (รวมถึงกาวยาแนวซีเมนต์ทั่วไป) มีส่วนประกอบหลักคือปูนซีเมนต์ ทรายฟิลิก้า และสารเคมีผสมเพิ่ม ซึ่งเมื่อสัมผัสกับความชื้นหรือน้ำ จะมีฤทธิ์เป็นด่างสูง หากโดนหรือสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ในหลายระดับ ดังนี้

1. กรณีสัมผัสผิวหนัง

อันตราย : ปูนซีเมนต์ในยาแนวจะดูดความชื้นออกจากผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งตึง เกิดผื่นแดง คัน และระคายเคือง หากทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่ล้างออก หรือสัมผัสกับผิวหนังที่มีเหงื่อ/เปียกชื้น อาจทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมี (Chemical Burn) ผิวหนังอักเสบ หรือหลุดลอกได้

วิธีแก้ไข : ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่จนกว่าจะหมด ห้ามเกาบริเวณที่เกิดผื่นแดง หากมีอาการแพ้รุนแรงควรไปพบแพทย์

2. กรณีกระเด็นเข้าตา (อันตรายมาก)

อันตราย : ฤทธิ์ความเป็นด่างของฝุ่นผงซีเมนต์จะทำปฏิกิริยากับน้ำตา ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง แสบตา ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ และหากล้างออกไม่ทันท่วงที อาจทำให้กระจกตาเป็นแผลลึก หรือส่งผลร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...