มนุษย์กำลังเทรนด์เอไอ หรือเอไอกำลังเทรนด์เราอยู่กันแน่ เมื่อเอไอกำลังกลืนกินความงดงามและหลากหลายทางภาษา จนมนุษย์อาจเข้าใจโลก และมีขอบเขตความคิดที่แคบลง
“ขอบเขตของภาษาของฉัน หมายถึงขอบเขตของโลกของฉัน” - ลุดวิก วิตต์เกนสไตน์ (Ludwig Wittgenstein) หนึ่งในประโยคที่นักปรัชญาชาวออสเตรียเคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งในอีกความหมายหนึ่งคือ ภาษาไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการสื่อสาร แต่เป็นตัวกำหนดกรอบการเรียนรู้ และความเข้าใจโลกของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นจะเป็นอย่างไร หากกรอบภาษาของคนเราแคบลง เมื่อภาษาถูกลดทอนความซับซ้อน ความเข้าใจต่อสรรพสิ่งและสติปัญญาของมนุษย์ จะหดแคบลงตามกรอบภาษาที่สูญหายไปด้วยหรือไม่? เพราะในวันนี้ที่เอไอกำลังตัดทอนภาษามนุษย์ให้กระชับที่สุด และชี้นำเรามากที่สุด อนาคตของมนุษยชาติก็อาจถูกจำกัดด้วย ‘ภาษา’ ของอัลกอริทึม
เอไอ โดยเฉพาะรูปแบบที่เราใช้งานกันอย่างกว้างขวางอย่าง Generative AI คือโมเดลทางภาษา (LLMs) ซึ่งมีวิธีการทำงานโดยอาศัยการดึงข้อมูล (ภาษา) มหาศาลบนโลกออนไลน์มาประมวลผล แล้วหาค่าความน่าจะเป็น เฉลี่ยคำศัพท์ออกมา ตัดทอนรายละเอียด ความย้อนแย้ง หรืออารมณ์ขัน ซึ่งทั้งหมดนี้เหมือนกับการเกลี่ยข้อมูลให้แบนราบไปหมด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูตรสำเร็จที่กระชับที่สุด ทว่าเหล่านี้ทำให้ความลึกซึ้งที่เคยประกอบสร้าง ‘ความเป็นมนุษย์’ นั้นจางหายไป
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ กำลังถูกเทียบเคียงกับนวนิยายดิสโทเปียเรื่อง 1984 ของ George Orwell ซึ่งมีแนวคิดเรื่องภาษา Newspeak ที่ถูกออกแบบให้มีการตัดทอนคำศัพท์ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจำกัดกรอบและลดทอนความสามารถในการคิดของผู้คน ดังนั้นในวันนี้เรากำลังก้าวเข้าไปใกล้โลกยุคดิสโทเปียแบบในนวนิยายเช่นนั้นหรือ
ภาษาคือการกำหนดการรับรู้
วิตต์เกนสไตน์นักปรัชญาที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า เคยให้แนวคิดเรื่อง ‘เป็ดกับกระต่าย’ ไว้ว่า คนเราอาจมองว่าสิ่งนี้เป็นเป็ดหรือกระต่ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองหรือแนวคิดของพวกเขา ซึ่งหมายความว่า ความเป็นจริงของเราแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเข้าใจ หากคนคนหนึ่งไม่รู้จักกระต่ายมาก่อน สิ่งนั้นก็อาจถูกมองว่าเป็นเป็ดได้ ดังนั้นกรอบการมองเห็นที่แตกต่างกัน ก็จะนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ความเข้าใจและการตีความโลกของเราถูกกำหนดโดยภาษาที่เราใช้ เพราะสรรพสิ่งในโลกของเราล้วนถูกนิยามและสร้างความหมายด้วยภาษามาโดยตลอด ภาษามอบอิสระให้มนุษย์ในการเข้าใจและตีความโลกได้หลากหลายรูปแบบ
แต่ในอนาคตเมื่อภาษาเอไอแพร่หลายมากขึ้นบนอินเทอร์เน็ต เป็นไปได้ว่าภาษาต่างๆ จะประกอบด้วยองค์ประกอบจากเอไอมากขึ้น ซึ่งโมเดลภาษาเหล่านี้ก็จะเรียนรู้ภาษาเอไอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอาจทำให้ภาษาของมนุษย์เราถูกบีบอัดจนสั้นลง แล้วเราก็จะสูญเสียคำศัพท์ที่ใช้ในการอธิบายความแตกต่าง ความย้อนแย้ง หรืออารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งไป
และเมื่อเราไม่มีคำศัพท์เพื่อใช้อธิบายสิ่งเหล่านั้นแล้ว ผลที่ตามมาคือการรับรู้ของเราก็จะถูกบีบให้เหลือเพียงความเป็นจริงรูปแบบเดียว ตามขอบเขตภาษาที่เครื่องจักรกำหนดไว้เท่านั้น
อัลกอริทึมกำหนดกรอบเราให้แคบลง
พอดแคสต์ The Rabbit Hole โดย The New York Times เคยเล่าถึงการตรวจสอบอัลกอริทึมของ Google อย่างเจาะลึกว่า เมื่อผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาประเภทใดประเภทหนึ่ง อัลกอริทึมจะแนะนำเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันอยู่ร่ำไป จนนำไปสู่วงจรสะท้อนกลับ (Feedback loop) ที่ทำให้ขอบเขตของเนื้อหาที่นำเสนอต่อผู้ใช้แคบลงเรื่อยๆ
หากพูดให้เห็นภาพชัด ก็เหมือนกับการที่เราฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และมักจะค้นหาคอนเทนต์ที่เกี่ยวโยงกับฝ่ายนั้นอยู่บ่อยๆ สิ่งนี้จะทำให้อัลกอริทึมยิ่งเอาเนื้อหาของฝ่ายที่เราชอบมาขึ้นฟีดให้อย่างไม่จบไม่สิ้น จนเรารับรู้เพียงข้อมูลของฝ่ายนั้นฝ่ายเดียว เหมือนกับว่าโลกของเรามีขอบเขตที่แคบอยู่แค่ความเข้าใจต่อฝ่ายที่ตัวเองชอบ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามก็อาจเป็นสิ่งที่เราแทบจะไม่ได้รับรู้เลย เพราะอัลกอริทึมได้กำหนดขอบเขตการรับรู้ของเราไปเสียแล้ว จนนานวันเข้า การเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของฝ่ายอื่นก็อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเรา ดังนั้น อัลกอริทึมเหล่านี้จึงไม่ได้จัดแจงเนื้อหาอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการกำหนดกรอบโครงสร้างที่คนเราจะประมวลผลข้อมูล และสร้างความเข้าใจต่อโลกที่อยู่รอบตัว
นี่จึงสอดคล้องกับประเด็นที่ว่า ความเข้าใจต่อโลกของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นผ่านภาษาได้อย่างไร ภาษาดิจิทัลของเนื้อหาที่อัลกอริทึมแนะนำ ก็จะกลายเป็นเลนส์ที่มนุษย์ใช้ทำความโลกอย่างนั้นในลักษณะเดียวกัน
ภาษาเอไอที่ทำให้ความรู้เราแคบลง
ในธรรมชาติของเรา การรักษาความหลากหลายทางชีววิทยาถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้กลไกต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับในโลกของภาษา ที่ความซับซ้อนของคำทำให้เราเข้าใจสรรพสิ่งบนโลก และยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ ทว่าการเข้ามาของเอไอ กลับมีอิทธิพลต่อการผลิตและการคัดกรองภาษามากขึ้น จนทำให้ระบบนิเวศทางภาษาอาจถูกทำให้แบนราบ และมีความหลากหลายที่น้อยลง
เนื่องจากเอไอผลิตภาษาโดยอิงจากฐานข้อมูลเดิมๆ ประกอบกับเรียนรู้พฤติกรรมจากการป้อนคำสั่ง (Prompt) ของเรา สิ่งที่ตามมาคือ เอไอมีแนวโน้มที่จะสร้างคำตอบที่ ‘เอนเอียง’ ไปตามความคิดและอคติของผู้ใช้ มากกว่าจะนำเสนอข้อเท็จจริงที่รอบด้าน
และเมื่อเอไอผลิตซ้ำแต่ภาษาและมุมมองแบบเดิมๆ สิ่งนี้จะนำไปสู่การ กลืนภาษาให้เป็นแบบแผนเดียวกันทั้งหมด (Homogenization) เปรียบเหมือนป่าที่สูญเสียความหลากหลายจนเหลือต้นไม้เพียงสายพันธุ์เดียว ท้ายที่สุด ภูมิทัศน์ทางภาษาบนโลกดิจิทัลจะตื้นเขิน และส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้มนุษยชาติสูญเสียความสามารถในการต่อยอดความคิดใหม่ๆ หรือแม้แต่การอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนไป
ความหน้ากังวลในการเรียนเรียนรู้ของเอไอ
ในงานวิจัย The Curse of Recursion: Training on Generated Data Makes Models Forget ผู้วิจัยได้เจาะลึกถึงผลกระทบของการที่ภาษาเอไอแพร่หลายมากขึ้นบนอินเทอร์เน็ตว่า สิ่งที่น่ากังวลของการพัฒนาโมเดลเอไอกำลังก่อตัวขึ้น เพราะที่ผ่านมาเอไอเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากชุดข้อมูลอันหลากหลายที่มนุษย์เป็นคนเขียน แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่เขียนโดยเอไอ ดังนั้นหากในอนาคตผู้พัฒนาต้องเอาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต (ที่เอไอเขียน) ไปพัฒนาเอไอโมเดลถัดไปอีกที ก็อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียแง่มุมที่ละเอียดอ่อน หลากหลาย และซับซ้อนของภาษาไปเรื่อยๆ
ปัญหานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกสรรชุดข้อมูลการเทรนเอไอ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แท้จริงต่างหาก ที่จะสามารถรักษาคุณภาพและความหลากหลายของเอไอในอนาคตได้ คำถามจึงเกิดขึ้นเมื่อพิจารณาว่า หากโลกถูกกำหนดโดยภาษา แล้วข้อจำกัดทางภาษาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและการรับรู้ความจริงของเราอย่างไร
เอไออาจพัฒนาไปเหนือกว่าความเข้าใจของมนุษย์
ในปี 1997 Deep Blue ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่พัฒนาโดยบริษัท IBM ได้เอาชนะแชมป์หมากรุกระดับโลกได้สำเร็จ ทำให้นี่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า คอมพิวเตอร์สามารถก้าวข้ามขีดความสามารถมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ ในปี 2016 โปรแกรม AlphaGo ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท DeepMind (ปัจจุบันอยู่ในเครือ Google) ได้แข่งขันเกมโกะกับ อีเซดล (Lee Sedol) แชมป์โลกโกะชาวเกาหลีใต้ ซึ่งฝ่ายที่คว้าชัยมาก็คือเอไอนี่เอง ซึ่งความพ่ายแพ้นี้ทำให้อีเซดลถึงกับวางมือจากวงการเกมโกะในที่สุด
ความน่าสนใจของชัยชนะในครั้งนี้คือ เกมโกะ เป็นเกมที่มีรูปแบบการเดินหมากที่มากมายจนไม่สามารถคาดเดาได้ การจะชนะโกะจึงต้องอาศัยสัญชาตญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเชื่อกันว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวของมนุษย์เท่านั้น แต่ในวันนี้เอไอได้ก้าวข้ามมันไปแล้ว
ซึ่งกลไกที่ทำให้ AlphaGo เอาชนะมนุษย์ได้คือ การเรียนรู้ข้อมูลการแข่งขันของแชมป์โลกในอดีตนับแสนๆ แบบ รวมถึงการแข่งขันกับตัวเองนับล้านๆ รอบ เพื่อค้นหากลยุทธ์ใหม่ในการแข่งขัน สิ่งนี้หมายความว่า ระบบเอไอเปลี่ยนจากการใช้กฎตายตัว ไปสู่ระบบที่เรียนรู้จากข้อมูลและประสบการณ์
เหล่านี้หมายความว่าเอไอสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ดังนั้นความน่ากลัวจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตามที่เอไอสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้จนก้าวข้ามขีดความสามารถของมนุษย์ การกำกับดูแลเอไออาจเป็นเรื่องยาก เพราะช่องว่างระหว่างความเข้าใจของมนุษย์ต่อเอไอ อาจนำไปสู่ความยากลำบากในการควบคุมระบบเหล่านี้ให้สอดคล้องกับค่านิยมของเรา
ซึ่งการวิวัฒนาการของภาษาเอไอที่ล้ำหน้าเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ อาจสร้างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital divide) รูปแบบใหม่ หมายความว่า เอไออาจจะสร้างรูปแบบการสื่อสารหรือภาษา ในระดับที่ซับซ้อนเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ และเพื่อที่จะใช้งานหรือสื่อสารกับมัน มนุษย์อาจจะต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีสื่อสารของตัวเองเสียใหม่ จนคนที่ไม่เข้าใจก็อาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล กระทำสิ่งใดๆ ได้
สุดท้ายเราถามเอไอว่า คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบที่บทความนี้เขียนไหม ในฐานะ Gemini 3.1 ปัญญาประดิษฐ์รายนี้ตอบเราว่า กลไกพื้นฐานของมัน ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งผู้ออกแบบก็คือมนุษย์นี่เอง
อ้างอิง:
บทความต้นฉบับได้ที่ : มนุษย์กำลังเทรนด์เอไอ หรือเอไอกำลังเทรนด์เราอยู่กันแน่ เมื่อเอไอกำลังกลืนกินความงดงามและหลากหลายทางภาษา จนมนุษย์อาจเข้าใจโลก และมีขอบเขตความคิดที่แคบลง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ในวันที่มีแต่เรื่องแย่ๆ ถาโถมใส่ เรายิ่งต้องมีกระเป๋าโดราเอมอนเป็นของตัวเอง รู้จัก ‘Anxiety bag’ หรือกระเป๋าคลายกังวล ของสำคัญในโลกยุคใหม่ที่พาเรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผ่านการมอง สัมผัส ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส
- ทำไมอารักขาถึงพา เจดี แวนซ์ หนีก่อน โดนัลด์ ทรัมป์? เมื่อความน่ากลัวไม่ได้จบที่เสียงปืน แต่ดังถึงเสียงครหาจากชาวเน็ตว่า นี่เป็นการจัดฉากลอบสังหารหรือไม่?
- เมื่อความสุขถูกขโมยไปโดยมลพิษ เพราะ ‘ฝุ่น’ ไม่ได้ทำร้ายแค่สุขภาพกาย แต่ยังส่งผลถึง ‘จิตใจ’ ในระยะยาว ในวันที่ปัญหาฝุ่นควันยังคงเรื้อรังไม่รู้จบ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath