โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มนุษย์กำลังเทรนด์เอไอ หรือเอไอกำลังเทรนด์เราอยู่กันแน่ เมื่อเอไอกำลังกลืนกินความงดงามและหลากหลายทางภาษา จนมนุษย์อาจเข้าใจโลก และมีขอบเขตความคิดที่แคบลง

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ขอบเขตของภาษาของฉัน หมายถึงขอบเขตของโลกของฉัน” - ลุดวิก วิตต์เกนสไตน์ (Ludwig Wittgenstein) หนึ่งในประโยคที่นักปรัชญาชาวออสเตรียเคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งในอีกความหมายหนึ่งคือ ภาษาไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการสื่อสาร แต่เป็นตัวกำหนดกรอบการเรียนรู้ และความเข้าใจโลกของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นจะเป็นอย่างไร หากกรอบภาษาของคนเราแคบลง เมื่อภาษาถูกลดทอนความซับซ้อน ความเข้าใจต่อสรรพสิ่งและสติปัญญาของมนุษย์ จะหดแคบลงตามกรอบภาษาที่สูญหายไปด้วยหรือไม่? เพราะในวันนี้ที่เอไอกำลังตัดทอนภาษามนุษย์ให้กระชับที่สุด และชี้นำเรามากที่สุด อนาคตของมนุษยชาติก็อาจถูกจำกัดด้วย ‘ภาษา’ ของอัลกอริทึม

เอไอ โดยเฉพาะรูปแบบที่เราใช้งานกันอย่างกว้างขวางอย่าง Generative AI คือโมเดลทางภาษา (LLMs) ซึ่งมีวิธีการทำงานโดยอาศัยการดึงข้อมูล (ภาษา) มหาศาลบนโลกออนไลน์มาประมวลผล แล้วหาค่าความน่าจะเป็น เฉลี่ยคำศัพท์ออกมา ตัดทอนรายละเอียด ความย้อนแย้ง หรืออารมณ์ขัน ซึ่งทั้งหมดนี้เหมือนกับการเกลี่ยข้อมูลให้แบนราบไปหมด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูตรสำเร็จที่กระชับที่สุด ทว่าเหล่านี้ทำให้ความลึกซึ้งที่เคยประกอบสร้าง ‘ความเป็นมนุษย์’ นั้นจางหายไป

สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ กำลังถูกเทียบเคียงกับนวนิยายดิสโทเปียเรื่อง 1984 ของ George Orwell ซึ่งมีแนวคิดเรื่องภาษา Newspeak ที่ถูกออกแบบให้มีการตัดทอนคำศัพท์ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจำกัดกรอบและลดทอนความสามารถในการคิดของผู้คน ดังนั้นในวันนี้เรากำลังก้าวเข้าไปใกล้โลกยุคดิสโทเปียแบบในนวนิยายเช่นนั้นหรือ

ภาษาคือการกำหนดการรับรู้

วิตต์เกนสไตน์นักปรัชญาที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า เคยให้แนวคิดเรื่อง ‘เป็ดกับกระต่าย’ ไว้ว่า คนเราอาจมองว่าสิ่งนี้เป็นเป็ดหรือกระต่ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองหรือแนวคิดของพวกเขา ซึ่งหมายความว่า ความเป็นจริงของเราแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเข้าใจ หากคนคนหนึ่งไม่รู้จักกระต่ายมาก่อน สิ่งนั้นก็อาจถูกมองว่าเป็นเป็ดได้ ดังนั้นกรอบการมองเห็นที่แตกต่างกัน ก็จะนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความเข้าใจและการตีความโลกของเราถูกกำหนดโดยภาษาที่เราใช้ เพราะสรรพสิ่งในโลกของเราล้วนถูกนิยามและสร้างความหมายด้วยภาษามาโดยตลอด ภาษามอบอิสระให้มนุษย์ในการเข้าใจและตีความโลกได้หลากหลายรูปแบบ

แต่ในอนาคตเมื่อภาษาเอไอแพร่หลายมากขึ้นบนอินเทอร์เน็ต เป็นไปได้ว่าภาษาต่างๆ จะประกอบด้วยองค์ประกอบจากเอไอมากขึ้น ซึ่งโมเดลภาษาเหล่านี้ก็จะเรียนรู้ภาษาเอไอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอาจทำให้ภาษาของมนุษย์เราถูกบีบอัดจนสั้นลง แล้วเราก็จะสูญเสียคำศัพท์ที่ใช้ในการอธิบายความแตกต่าง ความย้อนแย้ง หรืออารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งไป

และเมื่อเราไม่มีคำศัพท์เพื่อใช้อธิบายสิ่งเหล่านั้นแล้ว ผลที่ตามมาคือการรับรู้ของเราก็จะถูกบีบให้เหลือเพียงความเป็นจริงรูปแบบเดียว ตามขอบเขตภาษาที่เครื่องจักรกำหนดไว้เท่านั้น

อัลกอริทึมกำหนดกรอบเราให้แคบลง

พอดแคสต์ The Rabbit Hole โดย The New York Times เคยเล่าถึงการตรวจสอบอัลกอริทึมของ Google อย่างเจาะลึกว่า เมื่อผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาประเภทใดประเภทหนึ่ง อัลกอริทึมจะแนะนำเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันอยู่ร่ำไป จนนำไปสู่วงจรสะท้อนกลับ (Feedback loop) ที่ทำให้ขอบเขตของเนื้อหาที่นำเสนอต่อผู้ใช้แคบลงเรื่อยๆ

หากพูดให้เห็นภาพชัด ก็เหมือนกับการที่เราฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และมักจะค้นหาคอนเทนต์ที่เกี่ยวโยงกับฝ่ายนั้นอยู่บ่อยๆ สิ่งนี้จะทำให้อัลกอริทึมยิ่งเอาเนื้อหาของฝ่ายที่เราชอบมาขึ้นฟีดให้อย่างไม่จบไม่สิ้น จนเรารับรู้เพียงข้อมูลของฝ่ายนั้นฝ่ายเดียว เหมือนกับว่าโลกของเรามีขอบเขตที่แคบอยู่แค่ความเข้าใจต่อฝ่ายที่ตัวเองชอบ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามก็อาจเป็นสิ่งที่เราแทบจะไม่ได้รับรู้เลย เพราะอัลกอริทึมได้กำหนดขอบเขตการรับรู้ของเราไปเสียแล้ว จนนานวันเข้า การเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของฝ่ายอื่นก็อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเรา ดังนั้น อัลกอริทึมเหล่านี้จึงไม่ได้จัดแจงเนื้อหาอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการกำหนดกรอบโครงสร้างที่คนเราจะประมวลผลข้อมูล และสร้างความเข้าใจต่อโลกที่อยู่รอบตัว

นี่จึงสอดคล้องกับประเด็นที่ว่า ความเข้าใจต่อโลกของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นผ่านภาษาได้อย่างไร ภาษาดิจิทัลของเนื้อหาที่อัลกอริทึมแนะนำ ก็จะกลายเป็นเลนส์ที่มนุษย์ใช้ทำความโลกอย่างนั้นในลักษณะเดียวกัน

ภาษาเอไอที่ทำให้ความรู้เราแคบลง

ในธรรมชาติของเรา การรักษาความหลากหลายทางชีววิทยาถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้กลไกต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับในโลกของภาษา ที่ความซับซ้อนของคำทำให้เราเข้าใจสรรพสิ่งบนโลก และยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ ทว่าการเข้ามาของเอไอ กลับมีอิทธิพลต่อการผลิตและการคัดกรองภาษามากขึ้น จนทำให้ระบบนิเวศทางภาษาอาจถูกทำให้แบนราบ และมีความหลากหลายที่น้อยลง

เนื่องจากเอไอผลิตภาษาโดยอิงจากฐานข้อมูลเดิมๆ ประกอบกับเรียนรู้พฤติกรรมจากการป้อนคำสั่ง (Prompt) ของเรา สิ่งที่ตามมาคือ เอไอมีแนวโน้มที่จะสร้างคำตอบที่ ‘เอนเอียง’ ไปตามความคิดและอคติของผู้ใช้ มากกว่าจะนำเสนอข้อเท็จจริงที่รอบด้าน

และเมื่อเอไอผลิตซ้ำแต่ภาษาและมุมมองแบบเดิมๆ สิ่งนี้จะนำไปสู่การ กลืนภาษาให้เป็นแบบแผนเดียวกันทั้งหมด (Homogenization) เปรียบเหมือนป่าที่สูญเสียความหลากหลายจนเหลือต้นไม้เพียงสายพันธุ์เดียว ท้ายที่สุด ภูมิทัศน์ทางภาษาบนโลกดิจิทัลจะตื้นเขิน และส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้มนุษยชาติสูญเสียความสามารถในการต่อยอดความคิดใหม่ๆ หรือแม้แต่การอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนไป

ความหน้ากังวลในการเรียนเรียนรู้ของเอไอ

ในงานวิจัย The Curse of Recursion: Training on Generated Data Makes Models Forget ผู้วิจัยได้เจาะลึกถึงผลกระทบของการที่ภาษาเอไอแพร่หลายมากขึ้นบนอินเทอร์เน็ตว่า สิ่งที่น่ากังวลของการพัฒนาโมเดลเอไอกำลังก่อตัวขึ้น เพราะที่ผ่านมาเอไอเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากชุดข้อมูลอันหลากหลายที่มนุษย์เป็นคนเขียน แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่เขียนโดยเอไอ ดังนั้นหากในอนาคตผู้พัฒนาต้องเอาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต (ที่เอไอเขียน) ไปพัฒนาเอไอโมเดลถัดไปอีกที ก็อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียแง่มุมที่ละเอียดอ่อน หลากหลาย และซับซ้อนของภาษาไปเรื่อยๆ

ปัญหานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกสรรชุดข้อมูลการเทรนเอไอ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แท้จริงต่างหาก ที่จะสามารถรักษาคุณภาพและความหลากหลายของเอไอในอนาคตได้ คำถามจึงเกิดขึ้นเมื่อพิจารณาว่า หากโลกถูกกำหนดโดยภาษา แล้วข้อจำกัดทางภาษาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและการรับรู้ความจริงของเราอย่างไร

เอไออาจพัฒนาไปเหนือกว่าความเข้าใจของมนุษย์

ในปี 1997 Deep Blue ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่พัฒนาโดยบริษัท IBM ได้เอาชนะแชมป์หมากรุกระดับโลกได้สำเร็จ ทำให้นี่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า คอมพิวเตอร์สามารถก้าวข้ามขีดความสามารถมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ ในปี 2016 โปรแกรม AlphaGo ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท DeepMind (ปัจจุบันอยู่ในเครือ Google) ได้แข่งขันเกมโกะกับ อีเซดล (Lee Sedol) แชมป์โลกโกะชาวเกาหลีใต้ ซึ่งฝ่ายที่คว้าชัยมาก็คือเอไอนี่เอง ซึ่งความพ่ายแพ้นี้ทำให้อีเซดลถึงกับวางมือจากวงการเกมโกะในที่สุด

ความน่าสนใจของชัยชนะในครั้งนี้คือ เกมโกะ เป็นเกมที่มีรูปแบบการเดินหมากที่มากมายจนไม่สามารถคาดเดาได้ การจะชนะโกะจึงต้องอาศัยสัญชาตญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเชื่อกันว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวของมนุษย์เท่านั้น แต่ในวันนี้เอไอได้ก้าวข้ามมันไปแล้ว

ซึ่งกลไกที่ทำให้ AlphaGo เอาชนะมนุษย์ได้คือ การเรียนรู้ข้อมูลการแข่งขันของแชมป์โลกในอดีตนับแสนๆ แบบ รวมถึงการแข่งขันกับตัวเองนับล้านๆ รอบ เพื่อค้นหากลยุทธ์ใหม่ในการแข่งขัน สิ่งนี้หมายความว่า ระบบเอไอเปลี่ยนจากการใช้กฎตายตัว ไปสู่ระบบที่เรียนรู้จากข้อมูลและประสบการณ์

เหล่านี้หมายความว่าเอไอสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ดังนั้นความน่ากลัวจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตามที่เอไอสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้จนก้าวข้ามขีดความสามารถของมนุษย์ การกำกับดูแลเอไออาจเป็นเรื่องยาก เพราะช่องว่างระหว่างความเข้าใจของมนุษย์ต่อเอไอ อาจนำไปสู่ความยากลำบากในการควบคุมระบบเหล่านี้ให้สอดคล้องกับค่านิยมของเรา

ซึ่งการวิวัฒนาการของภาษาเอไอที่ล้ำหน้าเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ อาจสร้างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital divide) รูปแบบใหม่ หมายความว่า เอไออาจจะสร้างรูปแบบการสื่อสารหรือภาษา ในระดับที่ซับซ้อนเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ และเพื่อที่จะใช้งานหรือสื่อสารกับมัน มนุษย์อาจจะต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีสื่อสารของตัวเองเสียใหม่ จนคนที่ไม่เข้าใจก็อาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล กระทำสิ่งใดๆ ได้

สุดท้ายเราถามเอไอว่า คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบที่บทความนี้เขียนไหม ในฐานะ Gemini 3.1 ปัญญาประดิษฐ์รายนี้ตอบเราว่า กลไกพื้นฐานของมัน ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งผู้ออกแบบก็คือมนุษย์นี่เอง

อ้างอิง:

Flintk12 (2024). Whispers in the Algorithm: Unraveling AI’s Impact on Language and the Limits of Our World. https://flintk12.com/blog/whispers-in-the-algorithm-unraveling-ais-impact-on-language-and-the-limits-of-our-world-pascal-vallet

บทความต้นฉบับได้ที่ : มนุษย์กำลังเทรนด์เอไอ หรือเอไอกำลังเทรนด์เราอยู่กันแน่ เมื่อเอไอกำลังกลืนกินความงดงามและหลากหลายทางภาษา จนมนุษย์อาจเข้าใจโลก และมีขอบเขตความคิดที่แคบลง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...