โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี (173) | ความเน่าเหม็นของระบบพวกพ้อง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 01.59 น.

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

คดีที่ผมกับ พ.ต.ต.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร ถูกฟ้อง อยู่ในขั้นการไต่สวนคดี พี่วัฒนา งอกขาว หัวหน้าสำนักงานกฎหมายธำรงคุณธรรม กับทนายความ เดินทางไปศาลจังหวัดภูเก็ตมาหลายนัดแล้ว

ผมพร้อมกับพี่วัฒนา และทนายความได้เตรียมการต่อสู้คดีอย่างละเอียด นำคำฟ้องมาแกะกันทุกตัวอักษร มีการตั้งคำถามละเอียดขนาดนาทีต่อนาที เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่

เป็นประสบการณ์ของผมเมื่อไปจับคนกระทำผิด เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แล้วถูกฟ้อง จึงต้องงัดทุกรายละเอียดขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาล เป็นสภาวะที่น่าเบื่อหน่าย น่าเอือมระอาที่สุด

ในห้วงเวลาของความทุกข์ใจที่รุมกระหน่ำผมอยู่นั้น

ผมเคยหวังว่าจะมีผู้ใหญ่สักคนมาช่วยผมบ้าง แต่แล้วความหวังนั้นก็เลือนหายไปเมื่อ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่ชวนผมมาอยู่ที่ภาค 8 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่กรุงเทพฯ เสียแล้ว และคงจะไม่ได้ยินคำพูดของผมที่ผมเคยพูดกับท่านว่า“อย่าทิ้งผมนะครับ” ปล่อยให้ผมต้องผจญกับหมู่มารอย่างไม่จบไม่สิ้น

นี่แหละคือความมืดมนของชีวิตผมจริงๆ

ผู้บังคับบัญชาคนใหม่รู้เรื่องราวของผมที่ผมถูกฟ้อง ได้ตำหนิผมอย่างรุนแรงมาก หาว่าผมทำให้เกิดความแตกแยกในกระบวนการยุติธรรม

คำตำหนินั้นทำให้ผมเสียใจมาก ทั้งเสียกำลังใจ เสียขวัญ จนผมไม่ศรัทธาในตัวผู้บังคับบัญชาเลยเลย

แทนที่จะให้ความยุติธรรมกับผม กลับไปเห็นดีเห็นงามกับกลุ่มคนที่กระทำผิดแล้วยังมาตำหนิในสิ่งที่ผมปฏิบัติอย่างถูกต้อง

การต่อสู้ในทางคดีของผมยังคงดำเนินต่อไป

หลังจากวันเวลาผ่านไปนานหลายปี การต่อสู้คดีที่คงดำเนินกันต่อไปอย่างยืดเยื้อ

แต่ในที่สุดคดีที่ผมถูกฟ้อง ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ยกฟ้อง แม้คู่กรณีจะสู้จนถึงฎีกา ฎีกาก็ยกฟ้อง

ส่วนคำพิพากษาในคดีร่วมกันฟ้องเท็จ ที่ผมแจ้งความดำเนินคดีและจับกุมคู่กรณี ศาลชี้ว่า การกระทำของคู่กรณีไม่เป็นความผิดตามฟ้องดังกล่าว

คำตัดสินอาจจะเข้าทำนองว่าเจ๊ากันไป ทั้งๆ ที่ครอบครัวนี้และพรรคพวกคู่กรณีกลั่นแกล้งผม ทำผมเกือบตาย

ถึงแม้ศาลจะไม่ลงโทษจำคุกคู่กรณี แต่การที่คู่กรณีถูกตำรวจออกหมายจับแล้วจับกุม นำตัวเข้าไปขังไว้ในห้องขัง แค่นั้นก็เพียงพอให้เกิดความสำนึกขึ้นมาบ้างว่า การคบคิดกันกลั่นแกล้งเพื่อต่อรองทางคดี ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง

ส่วนทางด้านจำเลยที่ถูกดำเนินคดี เมื่อได้รับการประกันตัวออกไปก็หลบหนีทันที ทำให้ศาลจังหวัดภูเก็ตต้องออกหมายจับ สามารถหลบหนีอยู่ได้หลายปี ในระหว่างที่หลบหนียังก่อความเดือดร้อนไปทั่ว สร้างผลงานเป็นคดีอาญามากมาย

จนเหยี่ยวถลาลมจากหนังสือพิมพ์มติชนนำเรื่องราวไปลงในคอลัมน์ติดต่อกันหลายวันตั้งแต่วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 “อัยการปวดใจ”, วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2543 “เลี้ยงมากับมือ”, วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543 “ผู้ยุติธรรม” และวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2543 “คนนั้นสำคัญไฉน” บรรยายพฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรม นักการเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าย่ำแย่เพียงใดระหว่างนั้น ผู้บังคับบัญชาของผมไม่พอใจผมเป็นอย่างมาก สั่งให้ผมติดต่อหนังสือพิมพ์มติชน และให้ยุติการนำเสนอบทความที่ลงอย่างต่อเนื่อง หากยังมีการลงบทความอีก ผมจะต้องถูกลงโทษ

เบื้องหลังของความเหม็นเน่าระบบพรรคพวก เป็นเช่นนี้

และเมื่อจำเลยผู้นี้ได้ลอกคราบตัวเองใหม่หมด โดยใช้ชื่อและนามสกุลใหม่ไปก่อคดีอีกมาก ผมจึงขอนำคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์อีกฉบับมาเสนอ ก็จะยิ่งมองเห็นสันดานโจรที่ฝังลึกในตัวของบุคคลผู้นี้ได้อย่างชัดเจน และคนอย่างนี้แหละที่คนในกระบวนการยุติธรรม นักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่ นายตำรวจกลับมองไม่ออกว่าเป็นมหาโจรวายร้าย ซ้ำร้ายยังยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มช่วยเหลือกันอย่างพร้อมเพรียง

สังคมไทยที่เขาว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันดี แต่ของจริงมันเป็นอย่างนี้

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2544 คอลัมน์ 18 มงกุฎ รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกทรชน โดย โอม อมฤต เขียนเรื่องนี้เอาไว้อย่างละเอียด

และสรุปผลงานการกระทำความผิดที่ก่อเพิ่มขึ้น และศาลต่างๆ มีคำพิพากษา ดังนี้

1. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 3 ปี คดีดำที่ 1410/2545 คดีแดงที่ 12717/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้

2. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 6 เดือน คดีดำที่ 11887/2545 คดีแดงที่ 566/2546 ศาลอาญากรุงเทพใต้

3. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 1 ปี 6 เดือน คดีอาญาดำที่ 10327/2545 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1374/2546 ศาลอาญากรุงเทพใต้

4. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 3 ปี คดีอาญาหมายเลขดำที่ 216/2545 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13453/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้

5. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 2 ปี คดีอาญาหมายเลขดำที่ 10523/2544 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13562/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้

6. คดี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค กำหนดโทษ 2 เดือน คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2623/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4287/2541 ศาลจังหวัดภูเก็ต

7. คดี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค กำหนดโทษ 6 เดือน คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2475/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2375/2542 ศาลจังหวัดภูเก็ต

8. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3368/2546 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3351/2546 กำหนดโทษ 2 เดือน 15 วัน ศาลจังหวัดภูเก็ต (15 กันยายน 2546)

9. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3501/2546 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3464/2546 จำคุก 1 เดือน 15 วัน ศาลจังหวัดภูเก็ต (22 กันยายน 2546)

10. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2408/2541 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ต

11. คดีปลอมแปลงเซลสลิปของธนาคารกรุงเทพ คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3428/2546 นัดพร้อม 27 ตุลาคม 2546 ของศาลจังหวัดภูเก็ต

นี่เป็นเพียงข้อมูลของผลคดีเบื้องต้นเท่านั้น ที่ผมได้รับทราบ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2546 รวมจำคุกที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 10 ปี และศาลจังหวัดภูเก็ต 1 ปี ไม่ทราบว่านับโทษต่อเนื่องกันหรือไม่

การดำเนินคดีอาญาที่กรุงเทพฯ จบลงแล้ว จอมโจรจึงถูกส่งตัวมาดำเนินคดีอาญาต่อที่ศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ผมย้ายกลับมาเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ตแล้ว

วายร้ายผู้นี้ก็รับสารภาพสิ้นทุกคดี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี (173) | ความเน่าเหม็นของระบบพวกพ้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...