33 ปี ชีวิตสีกากี (173) | ความเน่าเหม็นของระบบพวกพ้อง
บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
คดีที่ผมกับ พ.ต.ต.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร ถูกฟ้อง อยู่ในขั้นการไต่สวนคดี พี่วัฒนา งอกขาว หัวหน้าสำนักงานกฎหมายธำรงคุณธรรม กับทนายความ เดินทางไปศาลจังหวัดภูเก็ตมาหลายนัดแล้ว
ผมพร้อมกับพี่วัฒนา และทนายความได้เตรียมการต่อสู้คดีอย่างละเอียด นำคำฟ้องมาแกะกันทุกตัวอักษร มีการตั้งคำถามละเอียดขนาดนาทีต่อนาที เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่
เป็นประสบการณ์ของผมเมื่อไปจับคนกระทำผิด เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แล้วถูกฟ้อง จึงต้องงัดทุกรายละเอียดขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาล เป็นสภาวะที่น่าเบื่อหน่าย น่าเอือมระอาที่สุด
ในห้วงเวลาของความทุกข์ใจที่รุมกระหน่ำผมอยู่นั้น
ผมเคยหวังว่าจะมีผู้ใหญ่สักคนมาช่วยผมบ้าง แต่แล้วความหวังนั้นก็เลือนหายไปเมื่อ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่ชวนผมมาอยู่ที่ภาค 8 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่กรุงเทพฯ เสียแล้ว และคงจะไม่ได้ยินคำพูดของผมที่ผมเคยพูดกับท่านว่า“อย่าทิ้งผมนะครับ” ปล่อยให้ผมต้องผจญกับหมู่มารอย่างไม่จบไม่สิ้น
นี่แหละคือความมืดมนของชีวิตผมจริงๆ
ผู้บังคับบัญชาคนใหม่รู้เรื่องราวของผมที่ผมถูกฟ้อง ได้ตำหนิผมอย่างรุนแรงมาก หาว่าผมทำให้เกิดความแตกแยกในกระบวนการยุติธรรม
คำตำหนินั้นทำให้ผมเสียใจมาก ทั้งเสียกำลังใจ เสียขวัญ จนผมไม่ศรัทธาในตัวผู้บังคับบัญชาเลยเลย
แทนที่จะให้ความยุติธรรมกับผม กลับไปเห็นดีเห็นงามกับกลุ่มคนที่กระทำผิดแล้วยังมาตำหนิในสิ่งที่ผมปฏิบัติอย่างถูกต้อง
การต่อสู้ในทางคดีของผมยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากวันเวลาผ่านไปนานหลายปี การต่อสู้คดีที่คงดำเนินกันต่อไปอย่างยืดเยื้อ
แต่ในที่สุดคดีที่ผมถูกฟ้อง ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ยกฟ้อง แม้คู่กรณีจะสู้จนถึงฎีกา ฎีกาก็ยกฟ้อง
ส่วนคำพิพากษาในคดีร่วมกันฟ้องเท็จ ที่ผมแจ้งความดำเนินคดีและจับกุมคู่กรณี ศาลชี้ว่า การกระทำของคู่กรณีไม่เป็นความผิดตามฟ้องดังกล่าว
คำตัดสินอาจจะเข้าทำนองว่าเจ๊ากันไป ทั้งๆ ที่ครอบครัวนี้และพรรคพวกคู่กรณีกลั่นแกล้งผม ทำผมเกือบตาย
ถึงแม้ศาลจะไม่ลงโทษจำคุกคู่กรณี แต่การที่คู่กรณีถูกตำรวจออกหมายจับแล้วจับกุม นำตัวเข้าไปขังไว้ในห้องขัง แค่นั้นก็เพียงพอให้เกิดความสำนึกขึ้นมาบ้างว่า การคบคิดกันกลั่นแกล้งเพื่อต่อรองทางคดี ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง
ส่วนทางด้านจำเลยที่ถูกดำเนินคดี เมื่อได้รับการประกันตัวออกไปก็หลบหนีทันที ทำให้ศาลจังหวัดภูเก็ตต้องออกหมายจับ สามารถหลบหนีอยู่ได้หลายปี ในระหว่างที่หลบหนียังก่อความเดือดร้อนไปทั่ว สร้างผลงานเป็นคดีอาญามากมาย
จนเหยี่ยวถลาลมจากหนังสือพิมพ์มติชนนำเรื่องราวไปลงในคอลัมน์ติดต่อกันหลายวันตั้งแต่วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 “อัยการปวดใจ”, วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2543 “เลี้ยงมากับมือ”, วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543 “ผู้ยุติธรรม” และวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2543 “คนนั้นสำคัญไฉน” บรรยายพฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรม นักการเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าย่ำแย่เพียงใดระหว่างนั้น ผู้บังคับบัญชาของผมไม่พอใจผมเป็นอย่างมาก สั่งให้ผมติดต่อหนังสือพิมพ์มติชน และให้ยุติการนำเสนอบทความที่ลงอย่างต่อเนื่อง หากยังมีการลงบทความอีก ผมจะต้องถูกลงโทษ
เบื้องหลังของความเหม็นเน่าระบบพรรคพวก เป็นเช่นนี้
และเมื่อจำเลยผู้นี้ได้ลอกคราบตัวเองใหม่หมด โดยใช้ชื่อและนามสกุลใหม่ไปก่อคดีอีกมาก ผมจึงขอนำคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์อีกฉบับมาเสนอ ก็จะยิ่งมองเห็นสันดานโจรที่ฝังลึกในตัวของบุคคลผู้นี้ได้อย่างชัดเจน และคนอย่างนี้แหละที่คนในกระบวนการยุติธรรม นักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่ นายตำรวจกลับมองไม่ออกว่าเป็นมหาโจรวายร้าย ซ้ำร้ายยังยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มช่วยเหลือกันอย่างพร้อมเพรียง
สังคมไทยที่เขาว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันดี แต่ของจริงมันเป็นอย่างนี้
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2544 คอลัมน์ 18 มงกุฎ รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกทรชน โดย โอม อมฤต เขียนเรื่องนี้เอาไว้อย่างละเอียด
และสรุปผลงานการกระทำความผิดที่ก่อเพิ่มขึ้น และศาลต่างๆ มีคำพิพากษา ดังนี้
1. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 3 ปี คดีดำที่ 1410/2545 คดีแดงที่ 12717/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้
2. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 6 เดือน คดีดำที่ 11887/2545 คดีแดงที่ 566/2546 ศาลอาญากรุงเทพใต้
3. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 1 ปี 6 เดือน คดีอาญาดำที่ 10327/2545 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1374/2546 ศาลอาญากรุงเทพใต้
4. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 3 ปี คดีอาญาหมายเลขดำที่ 216/2545 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13453/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้
5. คดีลักทรัพย์ กำหนดโทษ 2 ปี คดีอาญาหมายเลขดำที่ 10523/2544 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13562/2545 ศาลอาญากรุงเทพใต้
6. คดี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค กำหนดโทษ 2 เดือน คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2623/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4287/2541 ศาลจังหวัดภูเก็ต
7. คดี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค กำหนดโทษ 6 เดือน คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2475/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2375/2542 ศาลจังหวัดภูเก็ต
8. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3368/2546 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3351/2546 กำหนดโทษ 2 เดือน 15 วัน ศาลจังหวัดภูเก็ต (15 กันยายน 2546)
9. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3501/2546 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3464/2546 จำคุก 1 เดือน 15 วัน ศาลจังหวัดภูเก็ต (22 กันยายน 2546)
10. คดี พ.ร.บ.เช็ค คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2408/2541 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ต
11. คดีปลอมแปลงเซลสลิปของธนาคารกรุงเทพ คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3428/2546 นัดพร้อม 27 ตุลาคม 2546 ของศาลจังหวัดภูเก็ต
นี่เป็นเพียงข้อมูลของผลคดีเบื้องต้นเท่านั้น ที่ผมได้รับทราบ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2546 รวมจำคุกที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 10 ปี และศาลจังหวัดภูเก็ต 1 ปี ไม่ทราบว่านับโทษต่อเนื่องกันหรือไม่
การดำเนินคดีอาญาที่กรุงเทพฯ จบลงแล้ว จอมโจรจึงถูกส่งตัวมาดำเนินคดีอาญาต่อที่ศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ผมย้ายกลับมาเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ตแล้ว
วายร้ายผู้นี้ก็รับสารภาพสิ้นทุกคดี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี (173) | ความเน่าเหม็นของระบบพวกพ้อง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly