ซีอีโอ JPMorgan เตือนโลกเสี่ยง “วิกฤตตลาดพันธบัตร” จากหนี้พุ่ง แนะเร่งแก้ก่อนลุกลาม
Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan Chase เตือนระดับหนี้รัฐบาลทั่วโลกที่พุ่งสูง อาจนำไปสู่วิกฤตตลาดพันธบัตรในอนาคต พร้อมชี้ความเสี่ยงสะสมอาจปะทุพร้อมกัน หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ
วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13.44 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase ออกมาเตือนว่า ระดับหนี้ภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกอาจนำไปสู่วิกฤตในตลาดพันธบัตรในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเร่งดำเนินการแก้ไข ก่อนที่ตลาดจะเป็นฝ่ายบีบบังคับให้ต้องแก้ปัญหาเอง
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการตอบคำถามในงานประชุมนักลงทุนของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยไดมอนระบุว่า หากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป สุดท้ายจะต้องเกิดวิกฤตพันธบัตรบางรูปแบบ และเราก็ต้องมาจัดการกับมันอยู่ดี แม้เขาจะเชื่อว่าสามารถรับมือได้ แต่ก็ชี้ว่าการแก้ไขล่วงหน้าจะดีกว่าปล่อยให้สถานการณ์บานปลาย
ไดมอนอธิบายว่า ปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงสะสมจำนวนมาก ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งอาจผสมกันจนก่อให้เกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึง โดยแม้จะไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนได้ แต่ยิ่งปล่อยไว้โดยไม่จัดการ ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับการปรับตัวอย่างรุนแรงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
เขายังอธิบายว่า วิกฤตในตลาดพันธบัตรมักเกิดจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทน (yields) อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับสภาพคล่องในตลาดที่หายไป เมื่อนักลงทุนเร่งขายสินทรัพย์ ขณะที่ผู้ซื้อหายไป ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซงในฐานะ “ผู้ซื้อรายสุดท้าย”
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นไม่นานคือวิกฤตพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษในปี 2565 เมื่ออัตราผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนธนาคารกลางอังกฤษต้องเข้ามาอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด
นอกจากนี้ไดมอนยังแสดงความกังวลต่อวัฏจักรสินเชื่อ โดยระบุว่าแม้ตลาดสินเชื่อเอกชน (private credit) มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์จะยังไม่ใหญ่พอเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ แต่หากเกิดภาวะถดถอยในสินเชื่อโดยรวม ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
“เราไม่ได้เผชิญภาวะถดถอยของสินเชื่อมานานมาก ดังนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นจริง อาจเลวร้ายกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด และอาจรุนแรงมาก” ไดมอนกล่าว
อ้างอิง : cnbc.com