โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารโลกคาด 'ราคาพลังงาน' พุ่ง 24% ในปี 2026 ชี้ 'คนจน' กระทบหนักสุด

สวพ.FM91

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 05.10 น.

นิวยอร์ก, 29 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (28 เม.ย.) ธนาคารโลกเผยแพร่รายงานแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ฉบับล่าสุด ซึ่งคาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้นร้อยละ 24 ในปี 2026 จนแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 ขณะราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 16

รายงานระบุว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและการหยุดชะงักของการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรับรองการค้าน้ำมันดิบทางทะเลราวร้อยละ 35 ของโลก ได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกลดลงในระยะแรกราว 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนั้นราคาปุ๋ยอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ในปี 2026 เนื่องจากราคายูเรียพุ่งขึ้นร้อยละ 60 ส่วนราคาโลหะพื้นฐานอย่างอะลูมิเนียม ทองแดง และดีบุก อาจพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะราคาโลหะมีค่าอาจพุ่งขึ้นร้อยละ 42 เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

รายงานเน้นย้ำว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจพุ่งสูงขึ้นอีก หากการสู้รบทวีความรุนแรงขึ้นหรือภาวะอุปทานหยุดชะงักเพราะสงครามยืดเยื้อนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอินเดอร์มิต กิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และรองประธานอาวุโสฝ่ายเศรษฐศาสตร์การพัฒนาของธนาคารโลก ชี้ว่าสงครามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นระลอกต่อเนื่องและคนจนได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...