คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ปฐมบทการแทรกแซง “ฮาวาย”
คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน “แทรกแซง” ราชอาณาจักรฮาวายจนสิ้นชาติได้อย่างไร?
ราชอาณาจักรฮาวายถือเนิดขึ้นใน พ.ศ. 2338 เมื่อพระเจ้าคาเมฮาเฮาที่ 1 (Kamehameha I) หรือคาเมฮาเมฮามหาราช รวบรวมเกาะใหญ่ทั้ง 8 ของหมู่เกาะฮาวายเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียว
ในสมัยพระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราช ฮาวายติดต่อสัมพันธ์กับชาติตะวันตกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ซึ่งชาติเหล่านี้ก็พยายามเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในฮาวายด้วยวิธีการต่าง ๆ อยู่เนือง ๆ
กระทั่งพระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราชเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2362 ฮาวายก็เริ่มสั่นคลอนทันที ในรัชกาลถัดมาคือ พระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 2 ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2362-2367 ศาสนาดั้งเดิมของฮาวายต้องเผชิญกับวิกฤต หลังจากคณะมิชชันนารีชาวอเมริกันนิกายโปรเตสแตนต์ เข้ามาจัดตั้งโรงเรียนคริสต์ภายใต้ระบบการศึกษาแบบตะวันตกในฮาวาย
แล้วนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ชาวอเมริกันแทรกแซงราชอาณาจักรแห่งนี้
คณะมิชชันนารีสามารถหว่านล้อมให้พระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 2 หันมานับถือศาสนาคริสต์ ทำลายศาสนสถานและสัญลักษณ์ความเชื่อของชาวพื้นเมือง จนชาวฮาวายบางส่วนก็หันไปนับถือศาสนาคริสต์ด้วย พิธีกรรมเก่าแก่ต่าง ๆ รวมถึงระบำส่ายสะโพกแบบฮาวายกลายเป็นสิ่งต้องห้าม
พอถึงรัชสมัยพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 3 ซึ่งครองราชย์ยาวนานระหว่าง พ.ศ. 2367-2397 ในตอนแรกพระองค์รู้สึกอึดอัดกับศาสนาใหม่ จึงทรงต่อต้านด้วยการหวนกลับไปใช้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวฮาวาย ทั้งการดื่มสุรา รื่นรมกับระบำส่ายสะโพก เล่นกระดานโต้คลื่น และการพนัน
อย่างไรก็ตาม ในรัชสมัยนี้ฮาวายเริ่มมีข้อพิพาทกับชาติมหาอำนาจจนถึงขั้นเสียเอกราชในระยะเวลาสั้น ๆ ใน พ.ศ. 2386 และ พ.ศ. 2392 จากการกดขี่ของอังกฤษและฝรั่งเศสตามลำดับ พระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 3 จึงทำสนธิสัญญากับสหรัฐฯ เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่า ฮาวายเริ่มอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมาก จึงต้องดึงชาติมหาอำนาจมารับค้ำยันเอกราชของตน
และในบั้นปลายพระชนม์ชีพของพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 3 เหล่ามิชชันนารีประสบความสำเร็จในการชี้นำให้พระองค์ตระหนักถึงเรื่องสิทธิพลเมืองแบบตะวันตก จนนำมาสู่การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกใน พ.ศ. 2395 โดยมีรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ และก็ลดพระราชอำนาจของกษัตริย์ลงอีกด้วย
ต่อมา ลูกหลานของคณะมิชชันนารีก็รวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ชาวฮาวายเรียกว่า “พรรคมิชชันนารี” โดยมีเป้าหมายคือการเปลี่ยนฮาวายไปสู่การปกครองแบบอเมริกัน รวมถึงมีแนวคิดที่จะผนวกฮาวายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
คนกลุ่มนี้ยังกดดันให้พระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 3 ยอมปฏิรูปเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ด้วยการอนุญาตให้ชาวต่างชาติมีสิทธิซื้อที่ดินในฮาวายได้ และความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็คือหนึ่งเหตุผลที่พาราชอาณาจักรแห่งนี้ไปสู่จุดจบ
กล่าวคือ กิจการไร่อ้อยและอุตสาหกรรมน้ำตาล สินค้าส่งออกสำคัญของฮาวาย ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตลาดรับซื้อรายใหญ่ กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตโดยมีเจ้าของไร่ส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน แต่การที่สหรัฐฯ กำหนดภาษีนำเข้าน้ำตาล ทำให้เจ้าของกิจการที่ฮาวายที่ไม่พอใจกับผลกำไรบางส่วนที่เสียไป เลยหาวิธีเลี่ยงภาษีด้วยการผลักดันให้ฮาวายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 3 กษัตริย์ทุกพระองค์หลังจากนั้น จึงอยู่ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากลูกหลานของคนต่างถิ่น ที่ต้องการให้ฮาวายไปรวมอยู่กับสหรัฐฯ แล้วทั้งหมดทั้งมวลก็นำไปสู่แผนการผนวกฮาวายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำสำเร็จลุล่วงในอีกไม่กี่สิบปีหลังจากนั้น
สหรัฐอเมริกา “ยึด” ราชอาณาจักรฮาวายด้วยวิธีไหน? ติดตามได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY เปิดแผนอเมริกายึดฮาวาย จากราชอาณาจักรสู่มลรัฐ”
อ่านเพิ่มเติม :
- กษัตริย์ฮาวาย เสด็จฯ เยือนสยาม หวังยลช้างเผือก คณะติดใจ “ไวน์แห่งปะการัง”
- ความขมขื่นของ ลิลิอูโอคาลานี ราชินีองค์สุดท้ายของฮาวายยุคเปลี่ยนผ่านอาณาจักร
- “จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา” ผงาดในศึกชิง “คิวบา” จากสเปน สงครามที่พลิกโฉมสหรัฐฯ สู่มหาอำนาจ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 พฤษภาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ปฐมบทการแทรกแซง “ฮาวาย”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com