โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ครบ 34 ปี เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ครบ 34 ปี เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 34 ปี ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศเดินหน้าภารกิจสำคัญ โดยผสาน “3 พลังทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” ทั้งพลังแห่งการสร้างสรรค์ พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถ SMEs ไทยให้ก้าวผ่านความท้าทาย ภายใต้ “แนวทางขับเคลื่อน 4 มิติ” ได้แก่ มิติการเสริมแกร่ง-สร้างโอกาสทางการค้า มิติการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มิติการเพิ่มมูลค่าภาคเกษตร-ท่องเที่ยว ตลอดจนมิติการประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน โดยเน้นย้ำบทบาท IP เป็นเครื่องมือสำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ มาตรการทางการค้าที่เข้มงวด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจยุคใหม่มุ่งไปที่คุณภาพ ความแตกต่าง และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ไม่เพียงในมิติของการคุ้มครองสิทธิ แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (10 Plus) และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขัน เติบโตได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ในเวทีโลก ผ่านบริการดิจิทัลภาครัฐที่สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว

นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยยึดกรอบการประสาน “3 พลัง IP” ให้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย พลังแห่งการสร้างสรรค์ (Creation) ในการเปลี่ยนไอเดียความคิดและผลงานสร้างสรรค์ให้เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ที่มีมูลค่า ช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ (Protection & Enforcement) ยกระดับระบบการจดทะเบียนให้ความคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมาย IP อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน พร้อมลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดสิทธิทั้งในและต่างประเทศ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ที่จะเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นรายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การสร้างแบรนด์ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนภารกิจตลอดปีที่ 34 นี้ กรมฯ มุ่งมั่นผสาน 3 พลัง IP ดังกล่าว เพื่อนำพาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ความท้าทายที่เกิดขึ้นรอบด้าน โดยได้กำหนดแนวทางดำเนินงานเชิงบูรณาการใน 4 มิติเร่งด่วน ดังนี้

มิติที่ 1 เสริมแกร่ง สร้างโอกาสการค้า มุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจและศักยภาพในการบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงนักลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ โดยมีแผนจัดงานสำคัญ อาทิ งาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair) ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 เป็นต้น ตลอดจนเสริมสร้างสถานะความเชื่อมั่นด้าน IP ของไทย
ในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกและสำนักงาน IP ระหว่างประเทศ ควบคู่กับ
การดำเนินโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาติฉวยโอกาสนำเครื่องหมายการค้าไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ

มิติที่ 2 พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มุ่งส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยขั้นสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทยโดยแท้จริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยเร่งผลักดันการสร้างนวัตกรรมในสาขาที่มีศักยภาพตอบโจทย์
ความท้าทายแห่งอนาคต ผ่านบริการ Fast Track ได้แก่ สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร (นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (ด้านนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และชิ้นส่วนยานยนต์) รวมทั้งเครื่องหมายการค้า (ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) เพื่อให้นวัตกรรมการสร้างสรรค์ของไทยได้รับการคุ้มครองอย่างรวดเร็วและทันต่อการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายหน่วยงานขับเคลื่อน IP ทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรมฯ จะเร่งปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบด้าน IP ให้ทันสมัยสอดรับกับบริบทการค้าในปัจจุบัน ควบคู่กับการยกระดับบริการด้าน IP สู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ ตามแนวทางราชการทันใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

มิติที่ 3 เพิ่มมูลค่าภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะ GI เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การพัฒนา “เกษตรมูลค่าสูง” ที่เน้นการสร้างคุณภาพ มาตรฐาน และรักษาภูมิปัญญาการผลิตของชุมชน ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างโอกาสในการยกระดับสินค้า GI เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมส่งเสริมแหล่งผลิต GI ที่มีอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ สร้างหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน

มิติที่ 4 ประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน เร่งขับเคลื่อน Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบนิเวศ IP Finance ของประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันการเงิน หน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม และภาคธุรกิจ ร่วมกำหนดทิศทาง และออกแบบนโยบายสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทั้งในด้านการคัดเลือกทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า และการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Startup ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาได้กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจร และพร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมทรัพย์สินทางปัญญา ครบ 34 ปี เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...