โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชูแอฟริกา เป็นเส้นทางเดินเรือโลกใหม่แทน "ตะวันออกกลาง"

Thai PBS

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ทวีปแอฟริกาฝั่งแหลม Good Hope ส่อแววเป็นเส้นทางการสัญจรทางเรือสายหลักแห่งใหม่ หลังจากช่องแคบฮอร์มุซ ถูกปิดกั้นมากว่า 2 เดือนจากผลกระทบของศึกสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และช่องแคบบาบ เอล มันเดบ แถบทะเลแดง ที่เชื่อมต่อกับคลองสุเอซ ก็มักถูกกลุ่มติดอาวุธฮูตี ในประเทศเยเมนโจมตี ถึงแม้ต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงขึ้น

วันที่ 1 พ.ค.2569 หนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทมส์ ของสิงคโปร์ รายงานอ้างอิงข้อมูลจากแพลตฟอร์ม PortWatch ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ว่า การขนส่งสินค้าผ่านแหลม Good Hope ทางชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ลดลงกว่าร้อยละ 50

ข้อมูลระบุด้วยว่า เฉพาะช่วงวันที่ 1 มี.ค.-24 เม.ย.2569 มีเรือสินค้าแล่นผ่านแหลม Good Hope ทางตอนใต้ของประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อแล่นตรงต่อไปยังทวีปยุโรป และแถบเมดิเตอร์เรเนียน เฉลี่ยวันละ 20 ลำ จากเพียง 6 ลำในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2566 ถึงแม้เป็นเส้นทางที่ต้องอ้อมมากขึ้น

ข้อมูลจาก EFESO Management Consultants ซึ่งให้บริการด้านการบริหารจัดการธุรกิจในกรุงปารีสของฝรั่งเศส ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันร้อยละ 70 ของเรือสินค้าที่เคยแล่นผ่านทะเลแดงเปลี่ยนมาแล่นผ่านแหลม Good Hope โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวัน โดยเฉลี่ยช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.2569 จาก 18 ลำปี 2566

อย่างไรก็ตาม เส้นทางเดินเรือใหม่ดังกล่าว ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป ต้องใช้เวลานานขึ้นราว 2 สัปดาห์โดยเฉลี่ย และต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นถึงราวร้อยละ 30-50 เนื่องจากจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น และต้องมีจำนวนเรือเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 10-20 เพื่อไว้สำรองกรณีฉุกเฉินเพราะแล่นอ้อมไกลขึ้น

รายงานระบุว่า ท่าเรือต่าง ๆ ด้านชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา จะมีเรือสินค้าเข้าเทียบท่ามากกว่าท่าเรือในด้านอื่น ๆ ของทวีปแอฟริกา อาทิ Tanger Med ในโมร็อกโก ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา และแถบเมดิเตอร์เรเนียน เฉพาะปี 2568 มีเรือเข้าเทียบท่าเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 8.4

ในขณะที่อียิปต์มีรายได้จากการเข้าเทียบท่าเรือในประเทศลดลง เฉพาะปี 2567 ดิ่งลงถึงราว 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่าร้อยละ 60 เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่ต้องผ่านคลองสุเอซ ที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มติดอาวุธฮูตี หนึ่งในพันธมิตรของอิหร่าน

รายงานชี้ว่า มีท่าเรือบางแห่งในแถบทะเลแดง เช่น ท่าเรือเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย มีเรือสินค้าเข้าเทียบท่าเพิ่มขึ้นมาก หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น โดยเป็นเรือที่แล่นผ่านคลองสุเอซในส่วนพื้นที่ที่ปลอดภัย รวมถึงเรือของบริษัท MSC, CMA CGM, Maersk และ Cosco

ข้อมูลจาก Kpler Marine Traffic ผู้ให้บริการข่าวกรองด้านการเดินเรือ ระบุว่า เฉพาะเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 มีเรือสินค้าขนาดใหญ่เข้าเทียบท่าเรือเจดดาห์ 11 ลำ และอีก 9 ลำรอคิวเข้าเทียบท่า โดยเป็นสินค้าที่จะถูกขนส่งต่อทางบก ด้วยรถบรรทุกไปยังปลายทางในบาห์เรน และคูเวต

อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่า ท่าเรือเจดดาห์มีขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับการให้บริการเรือสินค้าจำนวนมาก ๆ และเริ่มเกิดปัญหาความแออัดของเรือสินค้า รายงานชี้ด้วยว่า ยังมีท่าเรืออีกบางแห่งในแถบอ่าวอาหรับที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ และเป็นทางเลือกให้เรือสินค้าได้เช่นกัน ได้แก่ ท่าเรือในโอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE จอร์แดน และตุรกี

อ่านข่าว :

พีต เฮกเซธ อ้างสงครามยุติลงแล้ว ก่อนเส้นตาย 60 วัน ต้องขออนุมัติสภาทำสงคราม

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้สหรัฐฯ “พ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย”

"ทรัมป์" ถกบริษัทน้ำมัน รับมือผลกระทบปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

บุกโรงเรียนเถื่อนบนเกาะพะงัน พบเด็กต่างชาติ 89 คน แรงงานต่างด้าวเพียบ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในเม็กซิโก เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 30 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"วุฒิภูมิ" ยันไม่ขอเกี่ยวข้องความขัดแย้ง เปิดไทม์ไลน์ ชัดไม่เคยเข้าพบ "อธิบดีฝนหลวง"

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาปาล์ม ขยับแล้ว 6.80-7.20 บ./กก. “ค้าภายใน” ลงพื้นที่ตรวจโรงสกัด ยันไม่ห้ามส่งออก

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...